เรากับแฟนเก่าคบกันมาได้ 1 ปีกว่า ๆ ค่ะ ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกกัน หากรวมเวลาที่ตกลงเป็นคนคุยกันด้วยแล้วจะประมาณ 1 ปีครึ่งค่ะ
- คบกันมาตั้งแต่เราอยู่ม.5 และเขาอยู่ม.4
- เขาเป็นคนที่ดีมาก ไม่มีเรื่องผู้หญิงให้คิดมาก ดูแลเราไม่ขาดตกบกพร่องมาตลอด เขาคลั่งรักเรามากตอนคบกัน
แต่จุดพีคก็อยู่ตรงที่ ช่วงนึงเขาค่อนข้างงานเยอะมาก ๆ มีการซ้อมวงดนตรีและซ้อมกีฬา(เขาเป็นนักกีฬาโรงเรียน) ส่วนเราเป็น ม.6 ที่กำลังอยู่ในช่วงรอลุ้นผลของมหาวิทยาลัยค่ะ ทำให้ได้อยู่ด้วยกันน้อย และไม่ค่อยมีเวลาให้กันมากสักเท่าไหร่ และนั่นแหละค่ะ เขาตัดสินใจบอกเลิกเรา อาจจะด้วยเหตุผลที่วันนั้นเราน้อยใจเขาหนักมากที่นอนหลับไปโดยไม่บอกฝันดีเราเพราะเขามีกิจกรรมต้องไปแสดงดนตรีตั้งแต่เช้า เลยเพลียเหนื่อย ขอโทษที่ลืมบอก
เขาบอกเลิกเราด้วยเหตุผลว่า “เราอาจจะเกิดมารักกันมาก แต่ไม่ได้เกิดมาคู่กัน” ตอนนั้นเราไม่เข้าใจด้วยซ้ำค่ะว่าทำไมรักกันมากถึงต้องเลิกกัน แต่เขาก็ขอให้เรายอมรับการตัดสินใจของเขา เขาบอกว่าเขาคิดมาดีมากแล้ว และเขาจะขอไปโฟกัสตัวของเขาเอง และโฟกัสที่ขาของเขาก่อน เพราะเขาบาดเจ็บจากกีฬาหนักมาก จนถึงขั้นต้องผ่าตัดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
วันนั้นเราไม่ห้ามเขา ไม่รั้งเขา เขาถามเราก่อนที่จะบอกเลิกเราว่าเราอยากเลิกกับเขาไหม ตอนนั้นเราตอบว่าไปว่า “ไม่รู้” เราได้รับความสนใจจากเขามาตลอดเลยรู้สึกไม่ค่อยดีด้วยค่ะที่ไม่ได้รับความสนใจจากเขา
สุดท้ายเลิกกันได้ 1 วัน เราก็ทนไม่ได้ จึงพยายามโทรไปง้อเขา ว่าเรากลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้หรอ เราพิมพ์ข้อความยาวเหยียดไปหาเขาบอกเขาว่าเราแค่ขอให้เขาอยู่กับเราจนถึงติดมหาลัยไม่ได้หรอ เราเมามาก ๆ ทำให้เราเผลอด่าเขาออกไปด้วย และวันนั้นเขาอยู่ที่สนามกีฬาเพราะมีแข่งกีฬาค่ะ แต่เขาก็ยังรับฟังเรา แต่พอท้ายที่สุดในตอนสุดท้ายเขาก็ถามเราว่า “เธอพอใจแล้วใช่มั้ย” เราเลยตอบไปด้วยคำด่าหยาบคายนิดหน่อยค่ะ และสุดท้ายเขาเลยบอกว่า “เขาทำอะไรตามใจได้แล้วใช่ไหม” เราเลยบอกเขาไปว่า “เธออยากทำอะไรต่อจากนี้เธอก็ทำไปสิ” สุดท้ายเขาก็ตัดสายเรา ทั้งที่ตั้งแต่คุยและคบกันมา ทุกครั้งเขาจะให้เราเป็นคนวางสายตลอดค่ะ เราเลยส่งข้อความสุขท้ายไปหาเขา “เค้าโคตรเกลียดเธอเลย” และนั่นคือบทสนทนาสุดท้ายของเราทั้งคู่ค่ะ
เราเจอกันบ้างที่โรงเรียน เจอกันทุกวัน เขาเลือกที่จะหลบหน้าเรา แต่เพื่อน ๆ ของเขาเวลาเจอเรายังยกมือไหว้และคุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิมค่ะ พอเรารู้ว่าเขาหลบหน้าเรา เราจึงตัดสินใจตัดขาดทุกช่องทาง อัลฟอลเขาทุกช่องทางค่ะ
พอวันปัจฉิมของเราคือฟางเส้นสุดท้ายที่เราให้ไว้กับตัวเอง หากเขาไม่เอาดอกไม้มาให้เรา เราจะมูฟออนจากเขาค่ะ และสุดท้ายเขาก็ไม่เอาดอกไม้มาให้เราค่ะ ตอนเราจะกลับบ้านเราและเขาเดินสวนกัน ทั้งเราและเขาร้องไห้กันทั้งคู่ แต่สุดท้ายก็จากกันไปแบบไม่มีใครทักใครค่ะ
หลังจากนั้นได้ 1 สัปดาห์ สอบปลายภาคเสร็จ และผลมหาลัยของเราก็ออกพอดี เราติดมหาลัยแล้วค่ะ จึงลงในสตอรี่ครั้งแรกหลังวันปัจฉิม เขาจึงเริ่มมาดูสตอรี่เรา และพยายามกลับมาง้อเราค่ะ
เขาทักมาบอกว่าขอกลับมาจีบเราอีกรอบได้ไหม แต่เราก็ปฏิเสธไปแล้วค่ะ เขาเล่าให้ฟังว่าผ่าตัดพรุ่งนี้แล้วนะถูกเลื่อนเข้ามา ตอนนั้นเราเป็นห่วงเขามาก จึงไปหาเขาที่กำลังผ่าตัดและนั่งคุยกับคุณแม่เขาค่ะ และอยู่ดูอาการเขาประมาณ 2 ชั่วโมงได้ พวกเราทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมากเพียงแค่จับมือกันอยู่เฉย ๆ จะบอกว่าเป็นความรู้สึกยังไงดีคะ เราร้องไห้ตลอด 2 ชั่วโมงนั้นเลยค่ะ สุดท้ายตอนเราจะกลับเขาก็รั้งเราแล้วบอกกับเราว่า ไม่ไปได้ไหม เราเลยกอดเขาพร้อมกับลูบหัวเขาเบา ๆ ก่อนจะกลับบ้านไปค่ะ
หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน เราใจอ่อนค่ะ จึงตัดสินใจถามเขาเกี่ยวกับหลาย ๆ เรื่องที่ยังสงสัยอยู่
1.ทำไมวันปัจฉิมถึงไม่เอาช่อดอกไม้มาให้เรา
เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาไม่มีเงินค่ะ เขาอยากไปหาเรามากแต่ติดตรงที่กำลังทรัพย์ไม่พอ เอาจริง ๆ เหตุผลมันก็ฟังไม่ค่อยขึ้นหรอกค่ะ แต่เพราะเราเคยคบกันมาก่อนจึงเข้าใจได้ว่าเขาไม่มีจริง ๆ ค่ะช่วงนั้น เพราะที่บ้านเขาค่อนข้างเคร่งเรื่องการใช้เงินพอสมควร เขาซื้อดอกไม้ให้เราตลอดค่ะตอนคบกัน และช่วงเลิกกันเขาก็ยังโอนเงินมาให้เราครั้งละ 200-500 บาทเพื่อให้เราไว้ซื้อขนมกินด้วยค่ะ
2.เขายินดีกับวันปัจฉิมของเราเพียงแต่เราไม่รู้
เพื่อนสนิทเขาทักมาแสดงความยินดีกับเราค่ะ เขาบอกว่าข้อความนั้นเขาเป็นคนบอกให้เพื่อนทักไปเองค่ะ
3.ทำไมถึงต้องเลิกกัน
เขายอมรับค่ะว่าตอนนั้นเขาเหนื่อยมากๆ และช่วงเวลาที่ห่างกันเขาก็รู้สึกว่าการที่อยู่กับเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องแย่ค่ะ และตัวของเขาก็เห็นว่าเราอยู่กับเพื่อนเราก็มีความสุขดีเหมือนกัน เรื่องเครียดหนึ่งเดียวของเราเลยก็คือการที่บางทีคิดถึงเขแล้วได้อยู่กับเขาค่ะ เขาเลยมองว่ามีเขาแล้วชีวิตเราจะลำบากขึ้นรึเปล่า
นั่นแหละค่ะตอนนี้เราก็เลยกลับมาคุยกันได้ประมาณครึ่งปีแล้ว เขาก็ถามเราว่าตอนนี้ความสัมพันธ์คืออะไรสถานะอะไรหรอ เราตอบไม่ได้ค่ะว่าคือสถานะอะไร เราก็รู้สึกดีกับเขาแต่เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้มันไปไกลมากกว่านี้ เรารู้สึกว่าทุกอย่างยังยากสำหรับเราเราก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ค่ะ เราบอกเขาอย่างนี้เขาก็เข้าใจแล้วก็บอกว่าจะรอในวันที่เราพร้อมถึงจะเป็น 10 ปีก็ตาม
ปล. ปัจจุบันเราพึ่งพาเขาค่อนข้างมาก ให้เขาไปรับไปส่งนู้นนี้ เขาไม่เคยใช้อารมณ์กับเราสักครั้ง หากบ่นอยากกินอยากทานอะไรเขาจะพาไปเสมอ ไม่เคยทะเลาะกันค่ะ ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กัน ยังไม่เคยหอมแก้มและจูบกัน เคยเพียงแต่กอดและจับมือค่ะ
เราก็เข้าใจในมุมของเขานะคะว่าบางทีเขาคิดว่ามีเขาแล้วชีวิตเราจะลำบากขึ้นรึเปล่า เราเข้าใจในทุกอย่างในความหวังดีของเขา เพราะเขามักแสดงความหวังดีของเขาให้เราเห็นตลอด
แต่บางทีเราก็ไม่ชอบที่เขาเป็นคนดีมากเกินไป เรายังทำใจกับการเลิกกันไม่ได้
ตอนนี้เราก็รู้สึกว่าเขาสำคัญ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาสำคัญมากขนาดนั้น เราให้ความหวังเขามากไปไหมคะ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรู้สึกกับเขาได้มากเท่าแต่ก่อนไหม เพื่อนของเราทุกคนบอกว่าเราเป็นคนผิดและเอาแต่ใจมากเกินไป เพราะเขาเป็นคนที่ยอมและดีกับเราทุกอย่าง เน้นย้ำว่าเพื่อนทุกคนเลยนะคะ
คบกันตอนเขาอายุ 15 เราอายุ 16 ค่ะ ปัจจุบันอายุ 18 ปีทั้งคู่ค่ะ
นั่นแหละค่ะ เราจะใจร้ายไหมคะที่ทำเหมือนเขาเป็นของเล่นแบบนี้ไปอีกซัก 1-2 ปี
ฉันผิดไหมที่ทำเหมือนแฟนเก่าเป็นแค่ของเล่น
- คบกันมาตั้งแต่เราอยู่ม.5 และเขาอยู่ม.4
- เขาเป็นคนที่ดีมาก ไม่มีเรื่องผู้หญิงให้คิดมาก ดูแลเราไม่ขาดตกบกพร่องมาตลอด เขาคลั่งรักเรามากตอนคบกัน
แต่จุดพีคก็อยู่ตรงที่ ช่วงนึงเขาค่อนข้างงานเยอะมาก ๆ มีการซ้อมวงดนตรีและซ้อมกีฬา(เขาเป็นนักกีฬาโรงเรียน) ส่วนเราเป็น ม.6 ที่กำลังอยู่ในช่วงรอลุ้นผลของมหาวิทยาลัยค่ะ ทำให้ได้อยู่ด้วยกันน้อย และไม่ค่อยมีเวลาให้กันมากสักเท่าไหร่ และนั่นแหละค่ะ เขาตัดสินใจบอกเลิกเรา อาจจะด้วยเหตุผลที่วันนั้นเราน้อยใจเขาหนักมากที่นอนหลับไปโดยไม่บอกฝันดีเราเพราะเขามีกิจกรรมต้องไปแสดงดนตรีตั้งแต่เช้า เลยเพลียเหนื่อย ขอโทษที่ลืมบอก
เขาบอกเลิกเราด้วยเหตุผลว่า “เราอาจจะเกิดมารักกันมาก แต่ไม่ได้เกิดมาคู่กัน” ตอนนั้นเราไม่เข้าใจด้วยซ้ำค่ะว่าทำไมรักกันมากถึงต้องเลิกกัน แต่เขาก็ขอให้เรายอมรับการตัดสินใจของเขา เขาบอกว่าเขาคิดมาดีมากแล้ว และเขาจะขอไปโฟกัสตัวของเขาเอง และโฟกัสที่ขาของเขาก่อน เพราะเขาบาดเจ็บจากกีฬาหนักมาก จนถึงขั้นต้องผ่าตัดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
วันนั้นเราไม่ห้ามเขา ไม่รั้งเขา เขาถามเราก่อนที่จะบอกเลิกเราว่าเราอยากเลิกกับเขาไหม ตอนนั้นเราตอบว่าไปว่า “ไม่รู้” เราได้รับความสนใจจากเขามาตลอดเลยรู้สึกไม่ค่อยดีด้วยค่ะที่ไม่ได้รับความสนใจจากเขา
สุดท้ายเลิกกันได้ 1 วัน เราก็ทนไม่ได้ จึงพยายามโทรไปง้อเขา ว่าเรากลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้หรอ เราพิมพ์ข้อความยาวเหยียดไปหาเขาบอกเขาว่าเราแค่ขอให้เขาอยู่กับเราจนถึงติดมหาลัยไม่ได้หรอ เราเมามาก ๆ ทำให้เราเผลอด่าเขาออกไปด้วย และวันนั้นเขาอยู่ที่สนามกีฬาเพราะมีแข่งกีฬาค่ะ แต่เขาก็ยังรับฟังเรา แต่พอท้ายที่สุดในตอนสุดท้ายเขาก็ถามเราว่า “เธอพอใจแล้วใช่มั้ย” เราเลยตอบไปด้วยคำด่าหยาบคายนิดหน่อยค่ะ และสุดท้ายเขาเลยบอกว่า “เขาทำอะไรตามใจได้แล้วใช่ไหม” เราเลยบอกเขาไปว่า “เธออยากทำอะไรต่อจากนี้เธอก็ทำไปสิ” สุดท้ายเขาก็ตัดสายเรา ทั้งที่ตั้งแต่คุยและคบกันมา ทุกครั้งเขาจะให้เราเป็นคนวางสายตลอดค่ะ เราเลยส่งข้อความสุขท้ายไปหาเขา “เค้าโคตรเกลียดเธอเลย” และนั่นคือบทสนทนาสุดท้ายของเราทั้งคู่ค่ะ
เราเจอกันบ้างที่โรงเรียน เจอกันทุกวัน เขาเลือกที่จะหลบหน้าเรา แต่เพื่อน ๆ ของเขาเวลาเจอเรายังยกมือไหว้และคุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิมค่ะ พอเรารู้ว่าเขาหลบหน้าเรา เราจึงตัดสินใจตัดขาดทุกช่องทาง อัลฟอลเขาทุกช่องทางค่ะ
พอวันปัจฉิมของเราคือฟางเส้นสุดท้ายที่เราให้ไว้กับตัวเอง หากเขาไม่เอาดอกไม้มาให้เรา เราจะมูฟออนจากเขาค่ะ และสุดท้ายเขาก็ไม่เอาดอกไม้มาให้เราค่ะ ตอนเราจะกลับบ้านเราและเขาเดินสวนกัน ทั้งเราและเขาร้องไห้กันทั้งคู่ แต่สุดท้ายก็จากกันไปแบบไม่มีใครทักใครค่ะ
หลังจากนั้นได้ 1 สัปดาห์ สอบปลายภาคเสร็จ และผลมหาลัยของเราก็ออกพอดี เราติดมหาลัยแล้วค่ะ จึงลงในสตอรี่ครั้งแรกหลังวันปัจฉิม เขาจึงเริ่มมาดูสตอรี่เรา และพยายามกลับมาง้อเราค่ะ
เขาทักมาบอกว่าขอกลับมาจีบเราอีกรอบได้ไหม แต่เราก็ปฏิเสธไปแล้วค่ะ เขาเล่าให้ฟังว่าผ่าตัดพรุ่งนี้แล้วนะถูกเลื่อนเข้ามา ตอนนั้นเราเป็นห่วงเขามาก จึงไปหาเขาที่กำลังผ่าตัดและนั่งคุยกับคุณแม่เขาค่ะ และอยู่ดูอาการเขาประมาณ 2 ชั่วโมงได้ พวกเราทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมากเพียงแค่จับมือกันอยู่เฉย ๆ จะบอกว่าเป็นความรู้สึกยังไงดีคะ เราร้องไห้ตลอด 2 ชั่วโมงนั้นเลยค่ะ สุดท้ายตอนเราจะกลับเขาก็รั้งเราแล้วบอกกับเราว่า ไม่ไปได้ไหม เราเลยกอดเขาพร้อมกับลูบหัวเขาเบา ๆ ก่อนจะกลับบ้านไปค่ะ
หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน เราใจอ่อนค่ะ จึงตัดสินใจถามเขาเกี่ยวกับหลาย ๆ เรื่องที่ยังสงสัยอยู่
1.ทำไมวันปัจฉิมถึงไม่เอาช่อดอกไม้มาให้เรา
เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาไม่มีเงินค่ะ เขาอยากไปหาเรามากแต่ติดตรงที่กำลังทรัพย์ไม่พอ เอาจริง ๆ เหตุผลมันก็ฟังไม่ค่อยขึ้นหรอกค่ะ แต่เพราะเราเคยคบกันมาก่อนจึงเข้าใจได้ว่าเขาไม่มีจริง ๆ ค่ะช่วงนั้น เพราะที่บ้านเขาค่อนข้างเคร่งเรื่องการใช้เงินพอสมควร เขาซื้อดอกไม้ให้เราตลอดค่ะตอนคบกัน และช่วงเลิกกันเขาก็ยังโอนเงินมาให้เราครั้งละ 200-500 บาทเพื่อให้เราไว้ซื้อขนมกินด้วยค่ะ
2.เขายินดีกับวันปัจฉิมของเราเพียงแต่เราไม่รู้
เพื่อนสนิทเขาทักมาแสดงความยินดีกับเราค่ะ เขาบอกว่าข้อความนั้นเขาเป็นคนบอกให้เพื่อนทักไปเองค่ะ
3.ทำไมถึงต้องเลิกกัน
เขายอมรับค่ะว่าตอนนั้นเขาเหนื่อยมากๆ และช่วงเวลาที่ห่างกันเขาก็รู้สึกว่าการที่อยู่กับเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องแย่ค่ะ และตัวของเขาก็เห็นว่าเราอยู่กับเพื่อนเราก็มีความสุขดีเหมือนกัน เรื่องเครียดหนึ่งเดียวของเราเลยก็คือการที่บางทีคิดถึงเขแล้วได้อยู่กับเขาค่ะ เขาเลยมองว่ามีเขาแล้วชีวิตเราจะลำบากขึ้นรึเปล่า
นั่นแหละค่ะตอนนี้เราก็เลยกลับมาคุยกันได้ประมาณครึ่งปีแล้ว เขาก็ถามเราว่าตอนนี้ความสัมพันธ์คืออะไรสถานะอะไรหรอ เราตอบไม่ได้ค่ะว่าคือสถานะอะไร เราก็รู้สึกดีกับเขาแต่เราไม่ได้รู้สึกว่าอยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้มันไปไกลมากกว่านี้ เรารู้สึกว่าทุกอย่างยังยากสำหรับเราเราก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ค่ะ เราบอกเขาอย่างนี้เขาก็เข้าใจแล้วก็บอกว่าจะรอในวันที่เราพร้อมถึงจะเป็น 10 ปีก็ตาม
ปล. ปัจจุบันเราพึ่งพาเขาค่อนข้างมาก ให้เขาไปรับไปส่งนู้นนี้ เขาไม่เคยใช้อารมณ์กับเราสักครั้ง หากบ่นอยากกินอยากทานอะไรเขาจะพาไปเสมอ ไม่เคยทะเลาะกันค่ะ ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กัน ยังไม่เคยหอมแก้มและจูบกัน เคยเพียงแต่กอดและจับมือค่ะ
เราก็เข้าใจในมุมของเขานะคะว่าบางทีเขาคิดว่ามีเขาแล้วชีวิตเราจะลำบากขึ้นรึเปล่า เราเข้าใจในทุกอย่างในความหวังดีของเขา เพราะเขามักแสดงความหวังดีของเขาให้เราเห็นตลอด
แต่บางทีเราก็ไม่ชอบที่เขาเป็นคนดีมากเกินไป เรายังทำใจกับการเลิกกันไม่ได้
ตอนนี้เราก็รู้สึกว่าเขาสำคัญ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาสำคัญมากขนาดนั้น เราให้ความหวังเขามากไปไหมคะ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรู้สึกกับเขาได้มากเท่าแต่ก่อนไหม เพื่อนของเราทุกคนบอกว่าเราเป็นคนผิดและเอาแต่ใจมากเกินไป เพราะเขาเป็นคนที่ยอมและดีกับเราทุกอย่าง เน้นย้ำว่าเพื่อนทุกคนเลยนะคะ
คบกันตอนเขาอายุ 15 เราอายุ 16 ค่ะ ปัจจุบันอายุ 18 ปีทั้งคู่ค่ะ
นั่นแหละค่ะ เราจะใจร้ายไหมคะที่ทำเหมือนเขาเป็นของเล่นแบบนี้ไปอีกซัก 1-2 ปี