สมัยนั้นสนามม้านางเลิ้งจะมีระบบการเปิดให้เข้าชมฟรีในช่วงท้ายของการแข่งขัน
โดยเฉพาะในช่วงที่ม้าเที่ยวสุดท้ายกำลังจะเริ่มออกตัว
เป็นจังหวะที่ผู้คนเริ่มหนาแน่นบริเวณทางเข้า
และมีเสียงประกาศจากโฆษกสนามดังขึ้นตลอดเวลา
“เหลือเวลาอีกเพียง 1 นาที ธงสัญญาณปล่อยม้าจะยกขึ้นแล้ว
โปรดรีบซื้อตั๋วด่วน”
และมีเสียงภาษาอังกฤษประกาศซ้ำว่า
“Only one minute before post time, please buy your tickets now”
เมื่อถึงจังหวะนั้น ประตูทางเข้าจะเปิดออกให้ผู้คนจำนวนมากวิ่งเข้าไปด้านในสนามพร้อมกัน
ผมเองก็อาศัยจังหวะชุลมุนตรงนั้น
วิ่งแทรกตัวตามผู้ใหญ่เข้าไปในสนามได้
🐎 โลกอีกด้านของสนามม้า
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นโลกภายในสนามม้าอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอลังการและความวุ่นวายไปพร้อมกัน
มีทั้งเสียงคนพูดคุยกันดังจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
บางคนสั่งลูกน้องให้วิ่งไปซื้อตั๋ว
บางคนตะโกนส่งสัญญาณมือไปยังคนรับแทงม้า หรือที่เรียกว่า "โต๊ดเถื่อน"
ว่าจะเล่นตัวไหน เท่าไหร่
อัฒจันทร์ที่ชม จะเป็นปูนเปลือยแบบขั้นบันได
ไม่มีเก้าอี้ ทุกคนนั่งปะปนกันตามพื้นที่
ถือว่าเสมอภาคกันตามบัตรผ่านประตู
ภายในสนามยังแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน
ทั้งโซนทั่วไป และโซน VIP
🏇 บรรยากาศการแข่งขัน
เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ม้าถูกปล่อยออกจากซอง
เสียงโฆษกจะรายงานตลอดเส้นทางของม้าแต่ละตัว เพื่อเพิ่มบรรยากาศของการชม
"ม้าออกแล้ว...ขณะนี้ ศิรินภาเป็นตัวนำ ตามด้วยแซมสุวรรณ และโชคอำนวย....."
เสียงเชียร์จากผู้ชมเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
และจะค่อย ๆ เงียบลงเมื่อเข้าใกล้เส้นชัย
ในขณะนั้น ผมไม่ได้สนใจภาพการแข่งขันเลย
สิ่งเดียวที่สนใจคือ
“โปรแกรมม้าที่ถืออยู่ในมือจะถูกทิ้งเมื่อไหร่”
📉 หลังจบการแข่งขัน
เมื่อม้าเข้าเส้นชัย และมีการประกาศยืนยันผลการแข่งขันแล้ว
ผู้ชมจะเริ่มแยกออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งเดินไปช่องรับเงิน เพื่อรอรับรางวัล
อีกกลุ่มหนึ่งเดินออกจากสนามด้วยความเงียบ
และแทบทุกครั้งจะมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน
คือ “โปรแกรมม้าจะถูกทิ้งลงพื้น”
นั่นคือช่วงเวลาของผม
ผมจะรีบเข้าไปเก็บโปรแกรมที่ถูกทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะหากช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียว อาจถูกคนอื่นแย่งเอาไป
หรือบางครั้งก็เข้าไปขอจากมือผู้คนโดยตรง
💰 รายได้ของเด็กคนหนึ่ง
โปรแกรมที่เก็บมาได้ ผมจะนำกลับไปให้แม่เพื่อนำไปพับเป็นถุงกระดาษ
แล้วนำไปขายเป็นรายได้เสริมของครอบครัว
🚨 วันที่จังหวะชีวิตเปลี่ยน
ด้วยความชะล่าใจ ในทุกสัปดาห์ต่อมาที่มีม้าแข่ง ผมจะเข้ามาปฎิบัติภารกิจนี้เช่นเคย
จนมีอยู่วันหนึ่ง
ขณะที่ผมกำลังขอโปรแกรมม้เหมือนปกติ
ก็มีคนมาสะกิดที่ไหล่
เมื่อหันไปพบว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ
เขาพาผมและเด็กอีกสองสามคนออกจากพื้นที่
และถามว่า
“รู้หรือเปล่าว่าที่นี่ห้ามเด็กเข้า”
ผมตอบว่าเข้าไปเก็บโปรแกรมม้า ไม่ได้เข้าไปเล่น
เพราะเล่นไม่เป็น
สุดท้ายถูกพาไปสถานีตำรวจนางเลิ้ง
และถูกควบคุมตัวไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง
ก่อนจะปล่อยตัวกลับในช่วงเย็น พร้อมการตักเตือน
🌙 หลังเหตุการณ์
ผมเดินกลับบ้านในช่วงเย็นคนเดียว
ผ่านเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย
แต่ความรู้สึกในวันนั้นต่างออกไปเล็กน้อย
และนี่คือหนึ่งในความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดของชีวิตในยุคนั้น
สำหรับสมาชิกท่านใดอยากให้เล่ารายละเอียดส่วนใดเพิ่มเติม คอมเม้นต์ทิ้งไว้ได้เลยนะครับ
ในตอนต่อต่อไปจะพาท่านไปพบกับอีกมุมหนึ่งของสนามม้านางเลิ้ง
=====
ย้อนหลังตอนที่ 1
https://pantip.com/topic/44021898?sc=HP7UXbu
ย้อนหลังตอนที่ 2
https://pantip.com/topic/44024938?sc=NRwmkZ3
🧵 ชีวิตรอบสนามม้านางเลิ้ง (Part 3: โลกในสนามม้า และวินาทีของเด็กคนหนึ่ง)
โดยเฉพาะในช่วงที่ม้าเที่ยวสุดท้ายกำลังจะเริ่มออกตัว
เป็นจังหวะที่ผู้คนเริ่มหนาแน่นบริเวณทางเข้า
และมีเสียงประกาศจากโฆษกสนามดังขึ้นตลอดเวลา
“เหลือเวลาอีกเพียง 1 นาที ธงสัญญาณปล่อยม้าจะยกขึ้นแล้ว
โปรดรีบซื้อตั๋วด่วน”
และมีเสียงภาษาอังกฤษประกาศซ้ำว่า
“Only one minute before post time, please buy your tickets now”
เมื่อถึงจังหวะนั้น ประตูทางเข้าจะเปิดออกให้ผู้คนจำนวนมากวิ่งเข้าไปด้านในสนามพร้อมกัน
ผมเองก็อาศัยจังหวะชุลมุนตรงนั้น
วิ่งแทรกตัวตามผู้ใหญ่เข้าไปในสนามได้
🐎 โลกอีกด้านของสนามม้า
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นโลกภายในสนามม้าอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอลังการและความวุ่นวายไปพร้อมกัน
มีทั้งเสียงคนพูดคุยกันดังจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
บางคนสั่งลูกน้องให้วิ่งไปซื้อตั๋ว
บางคนตะโกนส่งสัญญาณมือไปยังคนรับแทงม้า หรือที่เรียกว่า "โต๊ดเถื่อน"
ว่าจะเล่นตัวไหน เท่าไหร่
อัฒจันทร์ที่ชม จะเป็นปูนเปลือยแบบขั้นบันได
ไม่มีเก้าอี้ ทุกคนนั่งปะปนกันตามพื้นที่
ถือว่าเสมอภาคกันตามบัตรผ่านประตู
ภายในสนามยังแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน
ทั้งโซนทั่วไป และโซน VIP
🏇 บรรยากาศการแข่งขัน
เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ม้าถูกปล่อยออกจากซอง
เสียงโฆษกจะรายงานตลอดเส้นทางของม้าแต่ละตัว เพื่อเพิ่มบรรยากาศของการชม
"ม้าออกแล้ว...ขณะนี้ ศิรินภาเป็นตัวนำ ตามด้วยแซมสุวรรณ และโชคอำนวย....."
เสียงเชียร์จากผู้ชมเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
และจะค่อย ๆ เงียบลงเมื่อเข้าใกล้เส้นชัย
ในขณะนั้น ผมไม่ได้สนใจภาพการแข่งขันเลย
สิ่งเดียวที่สนใจคือ
“โปรแกรมม้าที่ถืออยู่ในมือจะถูกทิ้งเมื่อไหร่”
📉 หลังจบการแข่งขัน
เมื่อม้าเข้าเส้นชัย และมีการประกาศยืนยันผลการแข่งขันแล้ว
ผู้ชมจะเริ่มแยกออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งเดินไปช่องรับเงิน เพื่อรอรับรางวัล
อีกกลุ่มหนึ่งเดินออกจากสนามด้วยความเงียบ
และแทบทุกครั้งจะมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน
คือ “โปรแกรมม้าจะถูกทิ้งลงพื้น”
นั่นคือช่วงเวลาของผม
ผมจะรีบเข้าไปเก็บโปรแกรมที่ถูกทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะหากช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียว อาจถูกคนอื่นแย่งเอาไป
หรือบางครั้งก็เข้าไปขอจากมือผู้คนโดยตรง
💰 รายได้ของเด็กคนหนึ่ง
โปรแกรมที่เก็บมาได้ ผมจะนำกลับไปให้แม่เพื่อนำไปพับเป็นถุงกระดาษ
แล้วนำไปขายเป็นรายได้เสริมของครอบครัว
🚨 วันที่จังหวะชีวิตเปลี่ยน
ด้วยความชะล่าใจ ในทุกสัปดาห์ต่อมาที่มีม้าแข่ง ผมจะเข้ามาปฎิบัติภารกิจนี้เช่นเคย
จนมีอยู่วันหนึ่ง
ขณะที่ผมกำลังขอโปรแกรมม้เหมือนปกติ
ก็มีคนมาสะกิดที่ไหล่
เมื่อหันไปพบว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ
เขาพาผมและเด็กอีกสองสามคนออกจากพื้นที่
และถามว่า
“รู้หรือเปล่าว่าที่นี่ห้ามเด็กเข้า”
ผมตอบว่าเข้าไปเก็บโปรแกรมม้า ไม่ได้เข้าไปเล่น
เพราะเล่นไม่เป็น
สุดท้ายถูกพาไปสถานีตำรวจนางเลิ้ง
และถูกควบคุมตัวไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง
ก่อนจะปล่อยตัวกลับในช่วงเย็น พร้อมการตักเตือน
🌙 หลังเหตุการณ์
ผมเดินกลับบ้านในช่วงเย็นคนเดียว
ผ่านเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย
แต่ความรู้สึกในวันนั้นต่างออกไปเล็กน้อย
และนี่คือหนึ่งในความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดของชีวิตในยุคนั้น
สำหรับสมาชิกท่านใดอยากให้เล่ารายละเอียดส่วนใดเพิ่มเติม คอมเม้นต์ทิ้งไว้ได้เลยนะครับ
ในตอนต่อต่อไปจะพาท่านไปพบกับอีกมุมหนึ่งของสนามม้านางเลิ้ง
=====
ย้อนหลังตอนที่ 1
https://pantip.com/topic/44021898?sc=HP7UXbu
ย้อนหลังตอนที่ 2
https://pantip.com/topic/44024938?sc=NRwmkZ3