JJNY : 5in1 ต้นทุนพุ่งอีก!│ชาวนาร้องปรับเกณฑ์"บัตรคนจน"│‘ไอซ์’ดักคออินฟลู-บ.ยักษ์ใหญ่│ชัชชาติแจงคดี│เร่งสกัดอหิวาตกโรค

ต้นทุนพุ่งอีก! หมูไข่ขึ้นราคากระทบร้านอาหารตามสั่ง
.

.
ราคาหมูและไข่ไก่ปรับขึ้น กระทบร้านขายอาหารตามสั่ง เผยต้นทุนราคาไข่ไก่และเนื้อหมูที่ปรับขึ้นในช่วงนี้ เข้ามาสมทบกับต้นทุนอื่นๆ อย่างบรรจุภัณฑ์ ยังยืนหยัดไม่ขึ้นราคา เพราะเห็นใจลูกค้า
.
วันนี้ (9 มิ.ย. 2569) ที่ตลาดพิษณุโลกร่วมใจ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ประชาชนออกมาเลือกซื้อเนื้อหมูสดจากเขียงหมูไปปรุงอาหารรับประทานกันอย่างต่อเนื่อง ถึงแม่วาขณะนี้ราคาเนื้อหมูบางส่วนเริ่มมีการปรับขึ้นราคาบ้างแล้วหลังจากที่เมื่อวานนี้ ราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นราคาอีกกิโลกรัมละ 4 บาท หรือประมาณ 600 บาทต่อตัว แต่เขียงหมูบางแห่งยังคงยืนราคาขายชิ้นส่วนหมูในราคาเดิม เช่น หมูเนื้อแดงกิดลกรัมละ 130 บาท เนื้อหมูติดมันกิโลกรัมละ 115 บาท และปรับขึ้นเฉพาะหมูสามชั้นกิโลกรัมละ 10 บาท จากกิโลกรัมละ 150 บาท เป็นกิโลกรัมละ 160 บาท ซึ่งหมูสามชั้นเป็นชิ้นส่วนหมูที่ขายดีที่สุด แล้วจะนำเอาเงินมาถัวเฉลี่ย เพื่อยังคงขายเนื้อหมูสดให้ลูกค้าได้ในราคาเดิม
.
นางสาวปราณี แม่ค้าขายเนื้อหมู เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เนื้อหมูหน้าฟาร์มปรับขึ้นราคามาอีกกิโลกรัมละ 4 บาท หรือประมาณตัวละ 600 บาท ช่วงนี้ต้องค่อยๆ บอกลูกค้าให้ทราบถึงราคาต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ช่วงนี้เนื้อหมูก็ขายยากอยู่แล้ว หากการยืนราคาต่อไปไม่ไหวจริงๆ ก็จะทยอยปรับราคาชิ้นส่วนหมูอื่นๆ ปรับขึ้นราคาอีก หวังว่าลูกค้าคงจะเข้าใจ แต่การปรับราคาขายก็คงจะปรับขึ้นราคาได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น ทำให้ได้กำไรน้อยลง แต่อย่งไรก็ตามหากราคาหมูยังคงปรับขึ้นอีก สุดท้ายแม่ค้าก็จำเป็นต้องปรับราคาขายเพิ่มมากขึ้นไปอีกพร้อมๆ กันทั้งตลาด
.
สอดคล้องกับนายธนาธิป ผู้จัดการร้านนายอร่อย ร้านอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า ช่วงนี้ข้าวของปรับราคาเพิ่มขึ้นหลายอย่าง เช่น เนื้อหมูและไข่ไก่ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ของทางร้านที่เดิมเคยใช้เป็นพลาสติก แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็นกล่องคราฟแทน และในช่วงนี้ที่ราคาไข่ไก่ขึ้นราคา ตนเองได้ประสานกับร้านขายไข่ไก่หลายร้านที่เคยซื้อของกันมาก่อน เพื่อหาต้นทุนที่ประหยัดมากที่สุด และถึงแม้ว่าราคาต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นไปมาก แต่ทางร้านก็ยังคงไม่ปรับราคาขายเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเห็นใจลูกค้า ประกอบกับทางร้านเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ต้องการให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย
.

.
ชาวนาบุรีรัมย์ ร้องปรับเกณฑ์ "บัตรคนจน" ชี้ส่วนใหญ่หนี้เกิน 1 แสน ทำชวดสิทธิ์
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10276251
.
ชาวนาบุรีรัมย์ ร้องปรับเกณฑ์ “บัตรคนจน” ชี้ส่วนใหญ่หนี้เกิน 1 แสน ทำชวดสิทธิ์ โอดไม่เป็นธรรม เผยยอดกู้สะสมหลายปี เหตุข้าวราคาตก ไร้เงินจ่าย
.
วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ชาวนา จ.บุรีรัมย์ เรียกร้องให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์เงื่อนไขกลุ่มที่มียอดสินเชื่อหรือหนี้เกิน 1 แสนบาท จะไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ซึ่งชาวนามองว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรม
.
เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่จะมียอดเป็นหนี้สะสม จากการกู้ยืมมาลงทุนทำนา บางปีมีเงินชำระบางปีก็ไม่มี เพราะแต่ละปีการทำนาขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ราคาผลผลิต ซึ่งชาวนาก็เดือดร้อนรายได้ไม่แน่นอน ดังนั้นไม่ควรจำกัดสิทธิ์เพราะเงื่อนไขหนี้สิน อยากให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่อีกครั้ง เพราะสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 300 บาท ก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวได้
.
นายทวี กลมกูล อายุ 65 ปี ชาวบ้านพูนสุข ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ตนทำนา 35 ไร่ แบ่งเป็นเช่า 30 ไร่ แต่นาตัวเองมีเพียง 5 ไร่ ก่อนหน้านี้ก็กู้เงิน ธ.ก.ส. มาลงทุนทำนาหลายครั้งจนยอดหนี้สะสมรวม 3 แสนบาท
.
นายทวี กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลกำหนดหลักเกณฑ์กลุ่มที่มีหนี้สินเกิน 1 บาทจะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มองว่าเป็นเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมกับชาวนา เพราะส่วนใหญ่ไม่มีเงินถึงได้กู้มาลงทุนทำนาเพื่อเลี้ยงครอบครัว แต่ละปีต้องลุ้นจะได้ผลผลิตมากน้อย และราคาจะตกต่ำหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลตรวจสอบตามความเป็นจริง ทั้งหนี้สิน รายได้ ไม่ควรจำกัดสิทธิ์ด้วยเงื่อนไขนี้
.
นายทวี กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ชาวนา เกษตรกรลำบากมาก ไหนจะเสี่ยงภัยธรรมชาติ ราคาตกต่ำ และต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ไม่มีทางเลือก ก็อยากให้รัฐบาลปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะบัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ก็สามารถต่อลมหายใจให้กับคนที่เดือดร้อนได้
.

.
‘ไอซ์ รักชนก’ ดักคออินฟลู-บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ฟอกขาวโครงการ TH-AI Passport
https://www.dailynews.co.th/news/5932355/
.
‘ไอซ์ รักชนก’ดักคออินฟลู-บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกฟอกขาวโครงการ TH-AI Passport เตือนระวังถูกใช้เป็นตรายางชั้นดีให้โครงการส่อล็อกสเป็ก เสี่ยงผิดกฎหมายต้านทุจริตของสหรัฐฯ กังขาจัดงานฟอรัมวันประชุมสภาหวังคุยแค่ในบับเบิ้ลตัวเองหรือไม่
.
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
.
ตอนนี้มีความพยายามจะใช้คนจากวงการไอที อินฟลูที่มีชื่อเสียง รวมถึงบริษัทยักใหญ่ มาสร้างความชอบธรรม/ฟอกขาว โครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน อย่างเป็นระบบ
.
วันนี้มี 3 ประเด็น  1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง มีต้นทุนทางสังคม ถ้าไม่ระวังตัว สุดท้ายเสียงของคุณอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ช่วยปกป้องโครงการนี้ 2) บริษัทระดับโลก ที่ตอบรับไปร่วมงาน ตระหนักหรือไม่ว่ากำลังจะถูกใช้แอบอ้าง เป็นตรายางเพื่อให้โครงการที่เสี่ยงผิด ตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ ของสหรัฐ FCPA ได้เดินหน้าต่ออย่างใสสะอาด 3) งาน Forum รับฟังความเห็น ตั้งใจรับฟังจริงหรือไม่ ? ทำไมเลือกวันที่คนทำงานส่วนใหญ่ทำงาน แทนที่จะเลือกวันหยุดที่คนส่วนใหญ่มีโอกาสไปร่วมได้ และตรงกับวันประชุมสภา ซึ่ง สส. ต้องอยู่สภา? จะคุยแต่กับคนที่ควบคุมคอนเทนต์ได้เท่านั้นหรือ ?
.
น.ส.รักชนก ระบุว่า 1) กลุ่มคนที่มีชื่อเสียง ที่สุดท้ายจะถูกใช้เป็นเครื่องมือมาช่วยดีเฟนด์โครงการ แผนการฟอกขาว คือ ขณะนี้งบประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นส่วนนึงของเงิน 1,600 ล้าน สามารถเบิกใช้ได้แล้ว จากเดิมที่เป็นการโปรโมทให้คนลงทะเบียนผ่านจอทั่วประเทศตามที่ล็อกสเปกไว้ อาจจะมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย โดยจะแบ่งเงินมาจัดงานอีเวนต์ ที่เรียกให้ดูดีว่าเป็น “งานเปิดรับฟังความเห็น” โดยเชิญคนจากทุกวงการมาพูดคุยและทำทีรับฟัง แน่นอนว่าอินฟลูที่ถูกเชิญไปทุกคนไปด้วยความตั้งใจอันดี แต่ผู้จัดงานถูกเค้าจ้างมาเท่าไรลองโทรถามดู
.
แน่นอนว่าผู้ที่ไปร่วมงานจะได้พื้นที่เพื่อพูดถึงข้อถกเถียงในสื่อ ได้พูดถึงข้อเสียของโครงการ ได้ตำหนิติเตียนความไม่รอบคอบ ได้วิจารณ์รุนแรง อาจมีการพูดถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ของ ai แต่สุดท้ายทุกอย่างจะถูกเชฟไปในทิศทาง “ปรับปรุงเพื่อเดินหน้าต่อ”  อะไรที่ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ เสนอแนะ ทุกอย่างจะถูกนำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเมื่อปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านแล้ว ต่อจากนี้ก็มีความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อได้
.
และทุกคนที่ไปร่วมงานจะกลับบ้านด้วยความรู้สึกฟิน เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ช่วยให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์เพื่อการปรับปรุงโครงการระดับพันล้านให้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ความรู้ความสามารถที่เราสั่งสมมานี่มันมีประโยชน์จริงๆ และคุณไชยชนกเค้าก็นิสัยดีนี่หน่าพูดอะไรไปก็รับฟังทุกอย่าง ดีไม่ดีต่อจากนี้ไป ทุกคนก็จะกลายเป็นคนที่ออกมาดีเฟนด์ให้โครงการนี้แทนข้าราชการ ด้วยเหตุผลที่ว่า โครงการนี้เป็นโครงการมันดีเพราะเค้าปรับแก้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไปหมดแล้ว ดังนั้นเดินหน้าต่อได้
.
น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ทุกคนต้องตั้งสติ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องอนาคตของ ai แต่ประเด็นคือ งบประมาณไอที คือ บ่อเงินบ่อทองบ่อใหม่ ที่จะมาคู่กับงบประมาณทำถนนสร้างตึก เมื่อก่อนกินอิฐหินดินปูน แต่คนกลุ่มนี้เค้าเรียนรู้ที่จะพัฒนาต่อยอด ปัจจุบันมันเลยกลายมาเป็นโครงการเกี่ยวกับไอที เทคโนโลยี ai แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่ง คลาวด์ เพราะนอกจากจะดูทันโลกทันสมัยแล้ว บัญชีราคามาฐานก็ยังไม่มีความชัดเจน ช่องโหว่เยอะและโกยได้เป็นกอบเป็นกำ แถมของมันลอยอยู่ในอากาศ ตึกร้างสร้างไม่เสร็จ ถนนไม่มีคนใช้ มันยังเห็นกับตา แต่งบไอทีเททิ้งไปไม่มีแล้วไม่มีคนใช้ มันลอยอยู่ในคลาวด์แล้วเดี๋ยวคนก็ลืม
.
น.ส.รักชนก ระบุต่อว่า ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ต้องพยายามไปปรับปรุง เพราะมันคือความพยายามในการล้วงเงินแผ่นดินจากทุกท่องบ แล้วยักย้ายถ่ายออกไปให้มากที่สุด ทำโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งโครงการนี้เกือบจะเนียนแล้ว แต่มันโป๊ะที่มีการส่อล็อกสเปก โครงการ ai แต่คนได้งานต้องมีจอดิจิทัลและบิลบอร์ดทั่วประเทศ มันโป๊ะ
.
ดังนั้นสิ่งที่ผู้มีต้นทุนทางสังคม มีชื่อเสียง มีพลังของตัวเอง ต้องช่วยกัน คือ ต้องรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติมากกว่าคอนเนกชันความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์อื่นๆที่จะได้รับ ต้องส่งเสียงว่าโครงการนี้ต้องหยุดไว้แค่นี้ และ เอาเงิน 1,600 ล้าน ไปทำอย่างอื่นๆ!
.
2) บริษัทระดับโลกที่ตอบรับมาร่วมงาน สุดท้ายทุกบริษัทจะถูกใช้แอบอ้างและกลายเป็นตรายางชั้นดีเพื่อการันตีให้เดินหน้าต่อดิฉันได้ทราบจากแหล่งข่าวว่า บริษัทใหญ่ เช่น Google Microsoft Anthropic ตอบรับมาร่วมงานด้วย ซึ่งในงาน Forum รับฟังความเห็นที่กระทรวงดีอีจะจัดในวันที่ 11มิถุนา จะมีการเชิญทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็ก เอางี้นะ คุณคาดหวังจะให้บริษัทอย่างเช่น Google Microsoft Anthropic มาพูดเรื่องอะไร ? คาดหวังจะได้ยินอะไรจากตัวแทนบริษัท ? เพราะถึงอย่างไรตัวแทนบริษัทระดับโลกเหล่านี้ไม่มีทางมาวิจารณ์ถึงโครงการภาครัฐในทางเสียหายอยู่แล้ว
.
ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่จะมาพูดถึงโอกาสทางด้านเทคโนโลยี พูดถึงความสำคัญของ ai ชวนให้มองอนาคต พูดเรื่องทางบวก ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับความเสี่ยงคอรัปชันของโครงการนี้เลย
.
ส่วนบริษัทกลาง/เล็ก แม้มาร่วมงาน แต่ใครจะกล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา ทุกคนก็ยังต้องอาศัยโครงการภาครัฐเพื่อเติบโตทั้งนั้น และรัฐบาลก็ไม่ได้ใจกว้างมากพอที่จัเปิดรับความเห็นต่างๆ
.
น.ส.รักชนก ระบุต่อไปว่า ดิฉันขอส่งเสียงถึงตัวแทนจากบริษัทระดับโลก อย่าง Google , Microsoft ที่จะมาร่วมในงาน ท่านกำลังจะเอาชื่อเสียงของแบรนด์ระดับโลก มาใช้เป็นตรายางประทับเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการที่ส่อล็อกสเปก เสี่ยงคอรัปชั่น และ อาจจะเข้าข่ายเสี่ยงต่อความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตในต่างประเทศ (Foreign Corrupt Practices Act หรือ FCPA) ของสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้องค์ประกอบอาจจะยังไม่ครบถ้วน แต่ถ้าบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาตอบรับร่วมงานนี้เมื่อไรล่ะก็ ความเข้มข้นของความเสี่ยงผิดยังมากขึ้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่