ทางสายกลาง
"คำว่า “ทางสายกลาง”
ไม่ได้หมายถึงในด้านกาย และวาจาของเรา
แต่หมายถึงในด้านจิตใจ
เมื่อถูกอารมณ์มากระทบ ถ้าอารมณ์ที่ไม่ถูก
ใจ มากระทบกระทั่ง ก็ทำให้วุ่นวาย
ถ้าจิตวุ่นวายหวั่นไหว เช่นนี้ ก็ไม่ใช่หนทาง เมื่ออารมณ์ที่ชอบใจ ดีใจเกิดขึ้นมาแล้ว...
ก็ดีอก ดีใจ ติดแน่นอยู่ในกามสุขัลลิกานุโยโค อันนี้! ก็ไม่ใช่หนทาง
มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์
ต้องการแต่สุข ความจริงสุขนั้น...ก็คือทุกข์อย่างละเอียด นั่นเอง!
ส่วนทุกข์ ก็คือทุกข์อย่างหยาบ
พูดอย่างง่ายๆ สุข และทุกข์นี้ก็เปรียบเสมือน
งูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็นทุกข์
ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัว มันมีพิษ ทางปาก มันมีพิษ
ไปใกล้ทางหัวมัน มันก็กัดเอา
ไปจับหาง มันก็เหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน
เพราะทั้งหัวงู และหางงูมันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน
ความดีใจ ความเสียใจ
มันก็เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน คือตัณหา
ความลุ่มหลง นั่นเอง!
ฉะนั้น บางทีเมื่อมีสุขแล้วใจ ก็ยังไม่สบาย
ไม่สงบ ทั้งที่ได้สิ่งที่พอใจแล้ว เช่นได้ลาภยศสรรเสริญ ได้มาแล้ว...ก็ดีใจก็จริง แต่มันก็ยังไม่สงบจริงๆ เพราะยังมีความเคลือบแคลงใจว่ามันจะสูญเสียไป กลัวมันจะหายไป
ความกลัว นี่แหละ! เป็นต้นเหตุให้มันไม่สงบ บางทีมันเกิดสูญเสียไปจริงๆ ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก
นี่! หมายความว่า...
ถึงจะสุขก็จริง แต่ก็มีทุกข์ดองอยู่ในนั้นด้วย แต่เราก็ไม่รู้จัก เหมือนกันกับว่าเราจับงู
ถึงแม้ว่าเราจับหางมันก็จริง ถ้าจับไม่วาง มัน
ก็หันกลับมากัดได้
ฉะนั้น...
หัวงูก็ดี หางงูก็ดี บาปก็ดี บุญก็ดี อันนี้!
ในวงวัฏฏะ หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น...ความสุข ความทุกข์ ความดี ความชั่ว
ก็ไม่ใช่...หนทาง."
โอวาทธรรม :
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง.
หลวงพ่อชาสอน ปฏิบัติทางสายกลาง ให้ทำแบบนี้
"คำว่า “ทางสายกลาง”
ไม่ได้หมายถึงในด้านกาย และวาจาของเรา
แต่หมายถึงในด้านจิตใจ
เมื่อถูกอารมณ์มากระทบ ถ้าอารมณ์ที่ไม่ถูก
ใจ มากระทบกระทั่ง ก็ทำให้วุ่นวาย
ถ้าจิตวุ่นวายหวั่นไหว เช่นนี้ ก็ไม่ใช่หนทาง เมื่ออารมณ์ที่ชอบใจ ดีใจเกิดขึ้นมาแล้ว...
ก็ดีอก ดีใจ ติดแน่นอยู่ในกามสุขัลลิกานุโยโค อันนี้! ก็ไม่ใช่หนทาง
มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์
ต้องการแต่สุข ความจริงสุขนั้น...ก็คือทุกข์อย่างละเอียด นั่นเอง!
ส่วนทุกข์ ก็คือทุกข์อย่างหยาบ
พูดอย่างง่ายๆ สุข และทุกข์นี้ก็เปรียบเสมือน
งูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็นทุกข์
ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัว มันมีพิษ ทางปาก มันมีพิษ
ไปใกล้ทางหัวมัน มันก็กัดเอา
ไปจับหาง มันก็เหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน
เพราะทั้งหัวงู และหางงูมันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน
ความดีใจ ความเสียใจ
มันก็เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน คือตัณหา
ความลุ่มหลง นั่นเอง!
ฉะนั้น บางทีเมื่อมีสุขแล้วใจ ก็ยังไม่สบาย
ไม่สงบ ทั้งที่ได้สิ่งที่พอใจแล้ว เช่นได้ลาภยศสรรเสริญ ได้มาแล้ว...ก็ดีใจก็จริง แต่มันก็ยังไม่สงบจริงๆ เพราะยังมีความเคลือบแคลงใจว่ามันจะสูญเสียไป กลัวมันจะหายไป
ความกลัว นี่แหละ! เป็นต้นเหตุให้มันไม่สงบ บางทีมันเกิดสูญเสียไปจริงๆ ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก
นี่! หมายความว่า...
ถึงจะสุขก็จริง แต่ก็มีทุกข์ดองอยู่ในนั้นด้วย แต่เราก็ไม่รู้จัก เหมือนกันกับว่าเราจับงู
ถึงแม้ว่าเราจับหางมันก็จริง ถ้าจับไม่วาง มัน
ก็หันกลับมากัดได้
ฉะนั้น...
หัวงูก็ดี หางงูก็ดี บาปก็ดี บุญก็ดี อันนี้!
ในวงวัฏฏะ หมุนเวียนเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น...ความสุข ความทุกข์ ความดี ความชั่ว
ก็ไม่ใช่...หนทาง."
โอวาทธรรม :
หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง.