กบฏ ไม่จำเป็นต้องถืออาวุธ ไม่จำเป็นต้องยกกองทัพเข้ายึดเมือง บางครั้งกบฏอาจมาในรูปของคนไทยที่ยินดีขายชื่อ ขายสิทธิ์ และขายผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อให้คนอื่นใช้เป็นสะพานเหยียบกฎหมายไทย
“นอมินี” ไม่ใช่แค่คำทางธุรกิจ แต่มันคือพฤติกรรมที่ทำลายความเป็นธรรมของสังคม คนไทยที่ยอมเป็นตัวแทนบังหน้าให้ผู้ที่ต้องการหลบเลี่ยงกฎหมาย กำลังส่งสัญญาณว่า เงินสำคัญกว่ากติกา และผลประโยชน์ส่วนตัวสำคัญกว่าผลประโยชน์ของชาติ
น่าเศร้าที่คนไทยบางคนพร้อมจะตำหนิคนไทยด้วยกันเอง แต่กลับรีบก้มหัวให้กับคนต่างชาติที่เข้ามาเอาเปรียบ พอมีการตั้งคำถามก็รีบออกมาปกป้อง อ้างว่าเป็นการดึงการลงทุน ทั้งที่การลงทุนที่แท้จริงต้องอยู่บนความโปร่งใสและการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช่การใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดเพื่อหลบกฎหมาย
ถ้าคนต่างชาติทำผิด กฎหมายต้องจัดการ แต่ถ้าคนไทยรู้ทั้งรู้ แล้วยังยินดีเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ นั่นยิ่งน่าตำหนิมากกว่า เพราะอย่างน้อยคนต่างชาติก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่คนไทยที่เป็นนอมินีกลับกำลังช่วยให้คนอื่นได้ประโยชน์ โดยแลกกับการทำร้ายโอกาสของคนไทยด้วยกันเอง
การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า เสียโอกาส และสุดท้ายคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็คือประชาชนไทยทั้งประเทศ
ความรักชาติไม่ใช่การตะโกนคำขวัญ ไม่ใช่การโพสต์ธงชาติ แต่คือการเคารพกฎหมาย และไม่ยอมขายประเทศทีละนิดเพียงเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว
คนที่ยอมเป็นนอมินีอาจไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นกบฏ แต่การทรยศต่อผลประโยชน์ของชาติและปล่อยให้กฎหมายถูกเหยียบย่ำด้วยมือของตัวเอง ก็เป็นพฤติกรรมที่ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า แตกต่างจากคำว่า “กบฏ” มากน้อยแค่ไหน
นอมินี = กบฏ
“นอมินี” ไม่ใช่แค่คำทางธุรกิจ แต่มันคือพฤติกรรมที่ทำลายความเป็นธรรมของสังคม คนไทยที่ยอมเป็นตัวแทนบังหน้าให้ผู้ที่ต้องการหลบเลี่ยงกฎหมาย กำลังส่งสัญญาณว่า เงินสำคัญกว่ากติกา และผลประโยชน์ส่วนตัวสำคัญกว่าผลประโยชน์ของชาติ
น่าเศร้าที่คนไทยบางคนพร้อมจะตำหนิคนไทยด้วยกันเอง แต่กลับรีบก้มหัวให้กับคนต่างชาติที่เข้ามาเอาเปรียบ พอมีการตั้งคำถามก็รีบออกมาปกป้อง อ้างว่าเป็นการดึงการลงทุน ทั้งที่การลงทุนที่แท้จริงต้องอยู่บนความโปร่งใสและการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ใช่การใช้คนไทยเป็นหุ่นเชิดเพื่อหลบกฎหมาย
ถ้าคนต่างชาติทำผิด กฎหมายต้องจัดการ แต่ถ้าคนไทยรู้ทั้งรู้ แล้วยังยินดีเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ นั่นยิ่งน่าตำหนิมากกว่า เพราะอย่างน้อยคนต่างชาติก็ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่คนไทยที่เป็นนอมินีกลับกำลังช่วยให้คนอื่นได้ประโยชน์ โดยแลกกับการทำร้ายโอกาสของคนไทยด้วยกันเอง
การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่า เสียโอกาส และสุดท้ายคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็คือประชาชนไทยทั้งประเทศ
ความรักชาติไม่ใช่การตะโกนคำขวัญ ไม่ใช่การโพสต์ธงชาติ แต่คือการเคารพกฎหมาย และไม่ยอมขายประเทศทีละนิดเพียงเพราะผลประโยชน์ส่วนตัว
คนที่ยอมเป็นนอมินีอาจไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นกบฏ แต่การทรยศต่อผลประโยชน์ของชาติและปล่อยให้กฎหมายถูกเหยียบย่ำด้วยมือของตัวเอง ก็เป็นพฤติกรรมที่ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า แตกต่างจากคำว่า “กบฏ” มากน้อยแค่ไหน