วันนี้เราจะมานำเสนอเกี่ยวกับ รูปแบบไอดอลญี่ปุ่นที่สอดคล้องกับบริบทค่านิยมที่ดีงามตามสไตล์แบบไทยๆ แบบที่ฝั่งเกาหลียากจะให้กันไม่ได้ ว่าจะมีรูปแบบอะไรบ้างที่สอดคล้องตามหลักค่านิยมแบบไทยมาฝากกันครับ
สวัสดีครับ หลังจากที่ผมได้นำเสนอกระทู้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้ไปก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย.69 ที่ผ่านมา และในวันนี้เราก็จะมานำเสนอรูปแบบของไอดอลญี่ป่น โดยเฉพาะรูปแบบของวง 46และ48 หรือวงไอดอลวงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเราก็ได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบของวงญี่ปุ่นตลอดจนเราได้รู้เกี่ยวกับบริบทค่านิยมที่ดีงามตามแบบไทยๆด้วย จนได้รู้คำตอบที่แท้จริงเกี่ยวกับรูปแบบไอดอลของญี่ปุ่นที่สอดคล้องตามหลักค่านิยมแบบไทยด้วย ซึ่งรูปแบบไอดอลของญี่ปุ่นโดยเฉพาะกับ วง 48/46 เอง ก็มีข้อดีในหลายมิติที่สอดคล้องกับบริบทตามหลักค่านิยมที่ดีงามแบบไทยในขณะที่ฝั่งเกาหลีเองที่ดูค่อนข้างจะมีความเป็นสากลแต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง ทีนี้เราจะมาดูกันว่ารูปแบบอะไรบ้างที่ตรงตามหลักค่านิยมแบบไทยแบบชนิดที่ฝั่งเกาหลียากจะเลียนแบบกันให้ไม่ได้ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยครับ
1. ความพยายาม ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความกตัญญู (Growth & Humility)
ค่านิยมไทยให้ความสำคัญกับคนสู้ชีวิต ความนอบน้อม และการมีสัมมาคารวะ ซึ่งตรงกับปรัชญาหลักของไอดอลญี่ปุ่นคือ
"ความพยายาม" (Doryoku)
ไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ: ไอดอลญี่ปุ่นมักเริ่มจากศูนย์ เต้นไม่เป็น ร้องเพลงเพี้ยน แต่จุดขายคือ
"พัฒนาการ" แฟนคลับไทยจะรู้สึกเอ็นดูเหมือนลูกหลาน (ความรู้สึกแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก) ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมไทยที่ชอบสนับสนุนคนมีความพยายาม
ความอ่อนน้อมถ่อมตน: ไอดอลญี่ปุ่นจะมีความนอบน้อมสูงมาก การก้มกราบ (Dogeza) หรือการโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเมื่อขอบคุณแฟนคลับและผู้มีพระคุณ สะท้อนถึง
ความกตัญญูรู้คุณ ซึ่งเป็นแกนหลักของค่านิยมไทย
2. การแต่งกายที่มิดชิด สมวัย และให้เกียรติสถานที่
ในขณะที่ฝั่งเกาหลีมักเน้นความเซ็กซี่ ความเป็นเกิร์ลครัช (Girl Crush) หรือแฟชั่นที่ล้ำสมัยและเปิดเผยรูปร่าง แต่ไอดอลญี่ปุ่น (โดยเฉพาะสายสตรีทหรือวงย่อยส่วนใหญ่) จะมีกรอบการแต่งกายที่ค่อนข้างรัดกุม
ผ้าพับไว้ / ความเรียบร้อย: ชุดเซ็มบัตสึส่วนใหญ่จะเป็นกระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อคอปก มิดชิด น่ารักสมวัย ดูเป็น "ผ้าพับไว้" ตามค่านิยมไทยโบราณ
เข้าถึงง่ายและสุภาพ: การแต่งกายเน้นความสดใสบริสุทธิ์ (Pure) ทำให้ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่คนไทยรู้สึกสบายใจที่จะให้ลูกหลานติดตาม เพราะไม่มีภาพลักษณ์ที่ล่อแหลมหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี
3. ลักษณะการเต้น: เน้นความพร้อมเพรียง ความสนุก และ "ความสามัคคี"
ค่านิยมไทยมักเน้นเรื่องความสามัคคีกลมเกลียวและการร่วมแรงร่วมใจ
เต้นเพื่อความสุข ไม่ใช่เพื่อแข่งขัน: ท่าเต้นของไอดอลญี่ปุ่นมักไม่ได้เน้นความยากระดับยิมนาสติกหรือความเป๊ะขององศาแขนขาแบบเกาหลี แต่เน้น
ความพร้อมเพรียง (Synchronization) และท่าที่คนดูสามารถเต้นตามได้ (เช่น ท่าปั้นข้าวปั้น หรือท่าวาดหัวใจ)
การส่งพลังบวก: เป็นการเต้นเพื่อส่งพลังและความสุขให้คนดู สะท้อนภาพความสนุกสนานรื่นเริงแบบไทยๆ (เหมือนงานวัดหรืองานรำวงที่ทุกคนมีส่วนร่วม) ไม่ใช่การยืนมองดูโชว์ที่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง
4. วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ประหยัด และ "พอเพียง"
ภาพลักษณ์ของไอดอลเกาหลีมักผูกติดกับความหรูหรา แบรนด์เนมระดับโลก (Global Ambassador) และไลฟ์สไตล์ที่ดูฟู่ฟ่า แต่ไอดอลญี่ปุ่นถูกวางกรอบให้อยู่ในความติดดิน
ความไม่ฟุ้งเฟ้อ: ไอดอลญี่ปุ่นจำนวนมากยังคงนั่งรถไฟใต้ดินไปทำงาน ใช้ชีวิตในหอพักเล็กๆ หรืออยู่บ้านกับพ่อแม่ ภาพลักษณ์ที่สื่อออกมาผ่านโซเชียลจึงเป็นความเรียบร้อย เรียบง่าย กินอาหารธรรมดา ทำข้าวกล่องไปกินเอง ซึ่งสอดคล้องกับ
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของไทย
ของขวัญทำด้วยมือ: วงไอดอลญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีกฎเหล็ก
ห้ามรับของขวัญราคาแพงจากแฟนคลับ (รับได้แค่จดหมายหรือของทำมือ) เพื่อป้องกันไม่ให้แฟนคลับต้องสิ้นเปลืองเงินทอง เป็นการสอนค่านิยมเรื่องความจริงใจมากกว่ามูลค่าสิ่งของ
5. การเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ด้านการศึกษาและระเบียบวินัย
สังคมไทยให้ความสำคัญกับ "การศึกษา" และ "ความเป็นเด็กดี" เป็นอย่างมาก
เรียนเป็นเรียน งานเป็นงาน: ไอดอลญี่ปุ่นหลายคนต้องรักษาระดับการเรียนไปพร้อมกับการทำงาน บางวงมีกฎว่าหากผลการเรียนตกต้องพักงาน หรือเรามักจะเห็นภาพไอดอลนั่งทำการบ้านในห้องพักหลังเวที
กฎระเบียบที่เคร่งครัด: กฎเหล็กต่างๆ (เช่น ห้ามมีแฟน, ห้ามเที่ยวกลางคืน, ห้ามมีข่าวฉาว) แม้ในมุมหนึ่งจะดูเข้มงวด แต่ในมุมของค่านิยมไทยดั้งเดิม มันคือการฝึก
ระเบียบวินัยและความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยมองว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นแบบอย่างที่ดีงาม ไม่ก้าวร้าว และมีกรอบประเพณี
ซึ่งนอกจาก 5 ข้อที่ได้กล่าวไปข้างต้นก็ยังมีข้อดีอีกหลายด้านของไอดอลญี่ปุ่นที่สอดคล้องตามบริบทแบบไทยแบบที่เกาหลีหรือที่อื่นๆให้กันไม่ได้ (น่าจะมีอีกเยอะนะครับ คหสต.)
ดังนั้น สรุปสั้นๆ ถ้า K-Pop คือ
"ความฝันที่สมบูรณ์แบบและหรูหรา" ที่เราอยากเอื้อมไปให้ถึง J-Pop (ไอดอลญี่ปุ่น) ก็คือ
"เด็กข้างบ้านที่อ่อนน้อมถ่อมตน สู้ชีวิต และเติบโตไปด้วยกัน" ซึ่งความติดดิน เรียบร้อย และรักดีนี้เองที่เข้าล็อกกับค่านิยม "ความเป็นไทย" ได้อย่างสนิทใจนั่นเองครับ
โอเค วันนี้ก็ขอจบการนำเสนอคงไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์และเพื่อได้รับความรู้ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สวัสดีครับ
ปล.ขออนุญาตติดแท็กวง bnk48 และ cgm48 ด้วยนะครับ
รูปแบบไอดอลญี่ปุ่นที่สอดคล้องกับบริบทค่านิยมอันดีงามของไทยที่ฝั่งข้างๆเลียนแบบกันให้ไม่ได้ มีอะไรบ้างมาดูกัน
สวัสดีครับ หลังจากที่ผมได้นำเสนอกระทู้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนี้ไปก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 5 เม.ย.69 ที่ผ่านมา และในวันนี้เราก็จะมานำเสนอรูปแบบของไอดอลญี่ป่น โดยเฉพาะรูปแบบของวง 46และ48 หรือวงไอดอลวงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเราก็ได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบของวงญี่ปุ่นตลอดจนเราได้รู้เกี่ยวกับบริบทค่านิยมที่ดีงามตามแบบไทยๆด้วย จนได้รู้คำตอบที่แท้จริงเกี่ยวกับรูปแบบไอดอลของญี่ปุ่นที่สอดคล้องตามหลักค่านิยมแบบไทยด้วย ซึ่งรูปแบบไอดอลของญี่ปุ่นโดยเฉพาะกับ วง 48/46 เอง ก็มีข้อดีในหลายมิติที่สอดคล้องกับบริบทตามหลักค่านิยมที่ดีงามแบบไทยในขณะที่ฝั่งเกาหลีเองที่ดูค่อนข้างจะมีความเป็นสากลแต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง ทีนี้เราจะมาดูกันว่ารูปแบบอะไรบ้างที่ตรงตามหลักค่านิยมแบบไทยแบบชนิดที่ฝั่งเกาหลียากจะเลียนแบบกันให้ไม่ได้ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยครับ
1. ความพยายาม ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความกตัญญู (Growth & Humility)
ค่านิยมไทยให้ความสำคัญกับคนสู้ชีวิต ความนอบน้อม และการมีสัมมาคารวะ ซึ่งตรงกับปรัชญาหลักของไอดอลญี่ปุ่นคือ "ความพยายาม" (Doryoku)
ไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ: ไอดอลญี่ปุ่นมักเริ่มจากศูนย์ เต้นไม่เป็น ร้องเพลงเพี้ยน แต่จุดขายคือ "พัฒนาการ" แฟนคลับไทยจะรู้สึกเอ็นดูเหมือนลูกหลาน (ความรู้สึกแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก) ซึ่งตรงกับวัฒนธรรมไทยที่ชอบสนับสนุนคนมีความพยายาม
ความอ่อนน้อมถ่อมตน: ไอดอลญี่ปุ่นจะมีความนอบน้อมสูงมาก การก้มกราบ (Dogeza) หรือการโค้งคำนับอย่างนอบน้อมเมื่อขอบคุณแฟนคลับและผู้มีพระคุณ สะท้อนถึง ความกตัญญูรู้คุณ ซึ่งเป็นแกนหลักของค่านิยมไทย
2. การแต่งกายที่มิดชิด สมวัย และให้เกียรติสถานที่
ในขณะที่ฝั่งเกาหลีมักเน้นความเซ็กซี่ ความเป็นเกิร์ลครัช (Girl Crush) หรือแฟชั่นที่ล้ำสมัยและเปิดเผยรูปร่าง แต่ไอดอลญี่ปุ่น (โดยเฉพาะสายสตรีทหรือวงย่อยส่วนใหญ่) จะมีกรอบการแต่งกายที่ค่อนข้างรัดกุม
ผ้าพับไว้ / ความเรียบร้อย: ชุดเซ็มบัตสึส่วนใหญ่จะเป็นกระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อคอปก มิดชิด น่ารักสมวัย ดูเป็น "ผ้าพับไว้" ตามค่านิยมไทยโบราณ
เข้าถึงง่ายและสุภาพ: การแต่งกายเน้นความสดใสบริสุทธิ์ (Pure) ทำให้ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่คนไทยรู้สึกสบายใจที่จะให้ลูกหลานติดตาม เพราะไม่มีภาพลักษณ์ที่ล่อแหลมหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี
3. ลักษณะการเต้น: เน้นความพร้อมเพรียง ความสนุก และ "ความสามัคคี"
ค่านิยมไทยมักเน้นเรื่องความสามัคคีกลมเกลียวและการร่วมแรงร่วมใจ
เต้นเพื่อความสุข ไม่ใช่เพื่อแข่งขัน: ท่าเต้นของไอดอลญี่ปุ่นมักไม่ได้เน้นความยากระดับยิมนาสติกหรือความเป๊ะขององศาแขนขาแบบเกาหลี แต่เน้น ความพร้อมเพรียง (Synchronization) และท่าที่คนดูสามารถเต้นตามได้ (เช่น ท่าปั้นข้าวปั้น หรือท่าวาดหัวใจ)
การส่งพลังบวก: เป็นการเต้นเพื่อส่งพลังและความสุขให้คนดู สะท้อนภาพความสนุกสนานรื่นเริงแบบไทยๆ (เหมือนงานวัดหรืองานรำวงที่ทุกคนมีส่วนร่วม) ไม่ใช่การยืนมองดูโชว์ที่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง
4. วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ประหยัด และ "พอเพียง"
ภาพลักษณ์ของไอดอลเกาหลีมักผูกติดกับความหรูหรา แบรนด์เนมระดับโลก (Global Ambassador) และไลฟ์สไตล์ที่ดูฟู่ฟ่า แต่ไอดอลญี่ปุ่นถูกวางกรอบให้อยู่ในความติดดิน
ความไม่ฟุ้งเฟ้อ: ไอดอลญี่ปุ่นจำนวนมากยังคงนั่งรถไฟใต้ดินไปทำงาน ใช้ชีวิตในหอพักเล็กๆ หรืออยู่บ้านกับพ่อแม่ ภาพลักษณ์ที่สื่อออกมาผ่านโซเชียลจึงเป็นความเรียบร้อย เรียบง่าย กินอาหารธรรมดา ทำข้าวกล่องไปกินเอง ซึ่งสอดคล้องกับ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของไทย
ของขวัญทำด้วยมือ: วงไอดอลญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีกฎเหล็ก ห้ามรับของขวัญราคาแพงจากแฟนคลับ (รับได้แค่จดหมายหรือของทำมือ) เพื่อป้องกันไม่ให้แฟนคลับต้องสิ้นเปลืองเงินทอง เป็นการสอนค่านิยมเรื่องความจริงใจมากกว่ามูลค่าสิ่งของ
5. การเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ด้านการศึกษาและระเบียบวินัย
สังคมไทยให้ความสำคัญกับ "การศึกษา" และ "ความเป็นเด็กดี" เป็นอย่างมาก
เรียนเป็นเรียน งานเป็นงาน: ไอดอลญี่ปุ่นหลายคนต้องรักษาระดับการเรียนไปพร้อมกับการทำงาน บางวงมีกฎว่าหากผลการเรียนตกต้องพักงาน หรือเรามักจะเห็นภาพไอดอลนั่งทำการบ้านในห้องพักหลังเวที
กฎระเบียบที่เคร่งครัด: กฎเหล็กต่างๆ (เช่น ห้ามมีแฟน, ห้ามเที่ยวกลางคืน, ห้ามมีข่าวฉาว) แม้ในมุมหนึ่งจะดูเข้มงวด แต่ในมุมของค่านิยมไทยดั้งเดิม มันคือการฝึก ระเบียบวินัยและความรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ผู้ใหญ่ในสังคมไทยมองว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นแบบอย่างที่ดีงาม ไม่ก้าวร้าว และมีกรอบประเพณี
ซึ่งนอกจาก 5 ข้อที่ได้กล่าวไปข้างต้นก็ยังมีข้อดีอีกหลายด้านของไอดอลญี่ปุ่นที่สอดคล้องตามบริบทแบบไทยแบบที่เกาหลีหรือที่อื่นๆให้กันไม่ได้ (น่าจะมีอีกเยอะนะครับ คหสต.)
ดังนั้น สรุปสั้นๆ ถ้า K-Pop คือ "ความฝันที่สมบูรณ์แบบและหรูหรา" ที่เราอยากเอื้อมไปให้ถึง J-Pop (ไอดอลญี่ปุ่น) ก็คือ "เด็กข้างบ้านที่อ่อนน้อมถ่อมตน สู้ชีวิต และเติบโตไปด้วยกัน" ซึ่งความติดดิน เรียบร้อย และรักดีนี้เองที่เข้าล็อกกับค่านิยม "ความเป็นไทย" ได้อย่างสนิทใจนั่นเองครับ
โอเค วันนี้ก็ขอจบการนำเสนอคงไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์และเพื่อได้รับความรู้ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ สวัสดีครับ
ปล.ขออนุญาตติดแท็กวง bnk48 และ cgm48 ด้วยนะครับ