ฉีกกฎชานม! สูตรลับอัปเกรดแพง สายHealty ถูกใจ กำไรหลักล้าน



ร้านชานมในประเทศจีนมีรวมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ความต้องการสินค้ามีสูง เช่นที่เซี่ยงไฮ้ , ปักกิ่ง , เซินเจิ้น เป็นต้น

ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีแบรนด์ดังแข่งขันกันเยอะมาก ไล่ตั้งแต่ระดับพรีเมี่ยม ระดับกลาง จนถึงแบรนด์ที่เน้นราคาถูก ในปี 2026 ตลาดเครื่องดื่มชาในจีนมีมูลค่าประมาณ 620,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยถึงปีละ 20% และคนจีนดื่มชานมเฉลี่ย 22 แก้ว/ปี

และด้วยความที่ตลาดนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก แบรนด์ต่างๆ จึงต้องพยายามหาทางรอดด้วยการสร้างความแตกต่างเกิดเป็นศัพท์ในวงการชานมจีนที่เรียกว่า Yan Zhi Jing Ji หรือเศรษฐกิจที่เกิดจากความสวยงาม แม้จะไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าเมนูที่สร้างสรรค์จนสวยงามสร้างรายได้เป็นกี่ % ของยอดขาย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดมากคือ

✅แบรนด์เครื่องดื่มในจีนออกเมนูใหม่เฉลี่ย 1-2 เมนูต่อสัปดาห์
✅เป้าหมายของเมนูใหม่คือให้ลูกค้าได้ถ่ายภาพอัพลง WeChat อยู่เสมอ
✅ลูกค้ารุ่นใหม่ชาวจีน ยอมจ่ายแพงขึ้น 20-30 % ถ้าเครื่องดื่มดูมีความพรีเมี่ยม
✅เมนูที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าอัพลงโซเชี่ยลสามารถทำกำไรต่อแก้วได้สูงกว่าเมนูปกติทั่วไปอย่างน้อย 10-20%

📌เทรนด์ชานมจากจีนที่เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทย

จากแนวคิดสวยงาม+ Healty จากจีนได้ส่งต่อมาถึงเมืองไทยด้วยเช่นกัน เห็นชัดที่สุดคือ CHAGEE ที่ใช้ดีไซน์แก้วเป็นจุดขายในเมืองไทยเน้นความมินิมอล หรูหรา เหมือนถ้วยน้ำชาโบราณ ที่ทำให้ลูกค้าอยากแชร์ลงโซเชี่ยล แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าในแง่ความคิดสร้างสรรค์เมนูสาขาจีนในไทยยังไม่เหมือนในจีนเนื่องจากข้อแตกต่างของตลาดที่ในเมืองไทยเน้นความเร็วในการให้บริการเป็นจุดขายมากกว่า

อย่างไรก็ดีสำหรับชานมเกลือที่เป็นเทรนด์จากจีนเหมือนกันในเมืองไทยก็มีหลายแบรนด์เลือกเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย อย่างเช่น Ah Ma Shou Zuo เป็นแบรนด์ที่เน้นความพรีเมียมหรืออย่าง “ร้านเกลือ” ที่เจ้าของแบรนด์เป็นคนไทย 100% แต่ได้พัฒนาสูตรนำความเค็มของเกลือมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องดื่มให้ถูกปากคนไทย จนกลายเป็นร้านยอดฮิตย่านมหาวิทยาลัย

ในปี 2026 และเป็น เจ้าแรกในไทยที่ให้ลูกค้า เลือกระดับความเค็มได้ 25%, 50%, 100% คล้ายกับการเลือกระดับความหวานซึ่งร้านเกลือไม่ได้เน้นการขยายสาขาให้เยอะเหมือนแบรนด์แมส แต่เน้นการเลือกทำเลที่กลุ่มเป้าหมาย (Gen Z) หนาแน่น ทำให้การจัดการสต็อกและคุณภาพวัตถุดิบ (โดยเฉพาะวิปเกลือสูตรลับ) ทำได้มาตรฐานเสมอกันทุกแก้ว

รายได้หลักของร้านไม่ได้มีแค่ชานม แต่เพิ่มเมนู บิงซู เข้ามาช่วยดึงให้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายต่อบิลสูงขึ้นถึง 200 - 400 บาท มียอดขายเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 300 – 400 แก้ว/วัน โดยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในแต่ละวันประมาณการรายได้เบื้องต้นต่อเดือนคือ 500,000 – 900,000 บาท

เราจะเห็นได้ว่าการแข่งขันทางธุรกิจที่มากขึ้น เมนูเดิมๆ ไม่อาจเพียงพอกับการสร้างยอดขาย พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนรวดเร็วก็เป็นโจทย์ให้คนทำธุรกิจต้องปรับตัวตาม ไหนจะเรื่องกลยุทธ์การตลาด การควบคุมต้นทุนต่างๆที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นความท้าทายของคนทำธุรกิจในยุคนี้ที่ต้องตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อรักษาธุรกิจให้คงอยู่ต่อไปได้ยาวนานมากที่สุด
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr. https://www.facebook.com/share/p/1HhAGLMYPz/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่