สวัสดีค่ะทุกคนนน
ขอเข้ามาโพสต์ถามแทนเพื่อนสนิท เพราะเขาไม่กล้าโพสต์เอง

(อายและเป็นเรื่องส่วนตัวมาก) แต่เขาบอกว่าถ้าใครเคยผ่านเรื่องแบบนี้มา อยากได้ยินประสบการณ์จริงมากกว่าแค่อ่านในกูเกิล
เรื่องของเพื่อนคือ:
เพื่อนแต่งงานมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ พยายามมีลูกมาตลอด ไปตรวจครั้งแรกที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่ง ผลออกมาว่าฝ่ายหญิงปกติทุกอย่าง แต่ฝ่ายชายผลวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) พบว่า
สเปิร์มแทบเป็นศูนย์ หมอใช้คำว่า "Severe Oligospermia" และบางครั้งก็เจอผล "Azoospermia" แล้วแต่รอบที่ตรวจ
เพื่อนถามหมอว่า "ยังมีลูกได้ไหม?" หมอบอกว่า "ยังมีทางอยู่" แต่ไม่ได้อธิบายละเอียด เขาก็เลยงงมาก ไม่รู้จะเริ่มยังไงต่อ
ที่เราไปค้นหาข้อมูลมาให้เพื่อน
เราไปหาข้อมูลมาพักใหญ่ค่ะ เลยอยากสรุปให้คนอื่นที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันด้วย
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า "สเปิร์มเป็นศูนย์" ไม่ได้หมายความว่าไม่มีลูกได้เลย
จากที่อ่านมา ภาวะ Azoospermia แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักค่ะ:
1. Obstructive Azoospermia (OA) — ท่อนำสเปิร์มอุดตัน แต่อัณฑะยังผลิตสเปิร์มได้ปกติ กลุ่มนี้ตัวเลขการรักษาค่อนข้างดี
2. Non-Obstructive Azoospermia (NOA) — อัณฑะผลิตสเปิร์มได้น้อยหรือแทบไม่ได้เลย กลุ่มนี้ยากกว่า แต่ยังมีโอกาสอยู่
สำหรับทั้ง 2 กลุ่ม มีวิธีที่หมอเรียกว่า
TESE (Testicular Sperm Extraction) หรือ
PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) ซึ่งคือการเก็บสเปิร์มโดยตรงจากอัณฑะหรือท่อพักน้ำเชื้อโดยไม่ผ่านการหลั่ง แล้วเอาสเปิร์มที่ได้ (แม้จะได้น้อยมาก) ไปทำ
ICSI ซึ่งคือการฉีดสเปิร์ม 1 ตัวเข้าไข่โดยตรง
เท่าที่เข้าใจคือเหมาะมากสำหรับกรณีแบบนี้ เพราะ ICSI ไม่ต้องการสเปิร์มปริมาณมาก ต้องการแค่ "ตัวที่ดี" ได้มา 1 ตัว
ประสบการณ์จากคนที่เราไปถามมา
เราถามเพื่อนอีกคนที่เคยผ่านเรื่องนี้มาแล้ว (สามีเขามีปัญหาคล้ายกัน) เขาบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ
ต้องหาคลินิกที่มีแพทย์เชี่ยวชาญระบบสืบพันธุ์ชาย (Andrologist) โดยเฉพาะ เพราะไม่ใช่ทุกที่จะทำ TESE ได้และให้ผลดี
เขาบอกว่าคู่ของเขาเปลี่ยนมาใช้บริการที่
Deep & Harmonicare IVF Clinic (DHC IVF Clinic) ซึ่งเขาบอกว่ามีทีมดูแลให้คำปรึกษาฝ่ายชายโดยเฉพาะ ไม่ใช่ดูแลแค่ฝ่ายหญิง และมีโปรโตคอลชัดเจนว่าจะทำ TESE หรือ PESA แบบไหนถึงเหมาะกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละคน ปัจจุบันเขามีลูกแล้วค่ะ ใช้เวลารักษารวมประมาณ 8 เดือน
เราเองยังไม่ได้ไปเอง แค่ฟังมาและอ่านเพิ่มเติม แต่รู้สึกว่าข้อมูลที่เพื่อนเล่ามาน่าเชื่อถือค่ะ
สิ่งที่เราอยากให้เพื่อนทำต่อ (และฝากถึงทุกคนในสถานการณ์เดียวกัน)
ตรวจให้ละเอียดก่อน — ขอให้หมอระบุให้ชัดว่าเป็น OA หรือ NOA เพราะแนวทางรักษาต่างกันมาก
ตรวจฮอร์โมนชาย — FSH, LH, Testosterone บางทีปัญหาอยู่ที่ระบบฮอร์โมน ไม่ใช่อัณฑะโดยตรง รักษาได้ง่ายกว่า
อย่าตัดสินใจจากที่เดียว — ขอ second opinion จากคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญฝ่ายชาย เพราะบางที่ดูแลดีฝั่งหญิง แต่ไม่มี Andrologist จริงๆ
ฝ่ายหญิงก็ต้องเตรียมตัวด้วย — ระหว่างที่แก้ปัญหาฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงควรตรวจ AMH, AFC เพื่อวางแผนเก็บไข่ไปพร้อมๆ กัน
คำถามที่เพื่อนอยากถามชาวพันทิปค่ะ
ใครเคยผ่านกรณีสเปิร์มน้อยมากหรือเป็นศูนย์แล้วสำเร็จด้วย ICSI บ้าง?
ใช้เวลานานแค่ไหน?
ต้องทำ TESE กี่ครั้งกว่าจะได้สเปิร์ม?
มีที่ไหนที่เคยไปแล้วประทับใจบ้างคะ?
ขอขอบคุณล่วงหน้าก่อนนะคะ ถ้ามีคนเข้ามาตอบคำถามเหล่านี้ แบ่งปันกัน เพราะคิดว่าหลายๆคนก้อยากรู้ 🙏
หมายเหตุ: ข้อมูลทางการแพทย์ในโพสต์นี้รวบรวมจากการค้นคว้าส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเสมอค่ะ
ผู้ชายสเปิร์มน้อยมาก หรือเป็นศูนย์ มีลูกด้วย ICSI ได้จริงไหม? (ประสบการณ์จริง)
ขอเข้ามาโพสต์ถามแทนเพื่อนสนิท เพราะเขาไม่กล้าโพสต์เอง
เรื่องของเพื่อนคือ:
เพื่อนแต่งงานมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ พยายามมีลูกมาตลอด ไปตรวจครั้งแรกที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่ง ผลออกมาว่าฝ่ายหญิงปกติทุกอย่าง แต่ฝ่ายชายผลวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) พบว่า สเปิร์มแทบเป็นศูนย์ หมอใช้คำว่า "Severe Oligospermia" และบางครั้งก็เจอผล "Azoospermia" แล้วแต่รอบที่ตรวจ
เพื่อนถามหมอว่า "ยังมีลูกได้ไหม?" หมอบอกว่า "ยังมีทางอยู่" แต่ไม่ได้อธิบายละเอียด เขาก็เลยงงมาก ไม่รู้จะเริ่มยังไงต่อ
ที่เราไปค้นหาข้อมูลมาให้เพื่อน
เราไปหาข้อมูลมาพักใหญ่ค่ะ เลยอยากสรุปให้คนอื่นที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันด้วย
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า "สเปิร์มเป็นศูนย์" ไม่ได้หมายความว่าไม่มีลูกได้เลย
จากที่อ่านมา ภาวะ Azoospermia แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักค่ะ:
1. Obstructive Azoospermia (OA) — ท่อนำสเปิร์มอุดตัน แต่อัณฑะยังผลิตสเปิร์มได้ปกติ กลุ่มนี้ตัวเลขการรักษาค่อนข้างดี
2. Non-Obstructive Azoospermia (NOA) — อัณฑะผลิตสเปิร์มได้น้อยหรือแทบไม่ได้เลย กลุ่มนี้ยากกว่า แต่ยังมีโอกาสอยู่
สำหรับทั้ง 2 กลุ่ม มีวิธีที่หมอเรียกว่า TESE (Testicular Sperm Extraction) หรือ PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) ซึ่งคือการเก็บสเปิร์มโดยตรงจากอัณฑะหรือท่อพักน้ำเชื้อโดยไม่ผ่านการหลั่ง แล้วเอาสเปิร์มที่ได้ (แม้จะได้น้อยมาก) ไปทำ ICSI ซึ่งคือการฉีดสเปิร์ม 1 ตัวเข้าไข่โดยตรง
เท่าที่เข้าใจคือเหมาะมากสำหรับกรณีแบบนี้ เพราะ ICSI ไม่ต้องการสเปิร์มปริมาณมาก ต้องการแค่ "ตัวที่ดี" ได้มา 1 ตัว
ประสบการณ์จากคนที่เราไปถามมา
เราถามเพื่อนอีกคนที่เคยผ่านเรื่องนี้มาแล้ว (สามีเขามีปัญหาคล้ายกัน) เขาบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องหาคลินิกที่มีแพทย์เชี่ยวชาญระบบสืบพันธุ์ชาย (Andrologist) โดยเฉพาะ เพราะไม่ใช่ทุกที่จะทำ TESE ได้และให้ผลดี
เขาบอกว่าคู่ของเขาเปลี่ยนมาใช้บริการที่ Deep & Harmonicare IVF Clinic (DHC IVF Clinic) ซึ่งเขาบอกว่ามีทีมดูแลให้คำปรึกษาฝ่ายชายโดยเฉพาะ ไม่ใช่ดูแลแค่ฝ่ายหญิง และมีโปรโตคอลชัดเจนว่าจะทำ TESE หรือ PESA แบบไหนถึงเหมาะกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละคน ปัจจุบันเขามีลูกแล้วค่ะ ใช้เวลารักษารวมประมาณ 8 เดือน
เราเองยังไม่ได้ไปเอง แค่ฟังมาและอ่านเพิ่มเติม แต่รู้สึกว่าข้อมูลที่เพื่อนเล่ามาน่าเชื่อถือค่ะ
สิ่งที่เราอยากให้เพื่อนทำต่อ (และฝากถึงทุกคนในสถานการณ์เดียวกัน)
ตรวจให้ละเอียดก่อน — ขอให้หมอระบุให้ชัดว่าเป็น OA หรือ NOA เพราะแนวทางรักษาต่างกันมาก
ตรวจฮอร์โมนชาย — FSH, LH, Testosterone บางทีปัญหาอยู่ที่ระบบฮอร์โมน ไม่ใช่อัณฑะโดยตรง รักษาได้ง่ายกว่า
อย่าตัดสินใจจากที่เดียว — ขอ second opinion จากคลินิกที่มีผู้เชี่ยวชาญฝ่ายชาย เพราะบางที่ดูแลดีฝั่งหญิง แต่ไม่มี Andrologist จริงๆ
ฝ่ายหญิงก็ต้องเตรียมตัวด้วย — ระหว่างที่แก้ปัญหาฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงควรตรวจ AMH, AFC เพื่อวางแผนเก็บไข่ไปพร้อมๆ กัน
คำถามที่เพื่อนอยากถามชาวพันทิปค่ะ
ใครเคยผ่านกรณีสเปิร์มน้อยมากหรือเป็นศูนย์แล้วสำเร็จด้วย ICSI บ้าง?
ใช้เวลานานแค่ไหน?
ต้องทำ TESE กี่ครั้งกว่าจะได้สเปิร์ม?
มีที่ไหนที่เคยไปแล้วประทับใจบ้างคะ?
ขอขอบคุณล่วงหน้าก่อนนะคะ ถ้ามีคนเข้ามาตอบคำถามเหล่านี้ แบ่งปันกัน เพราะคิดว่าหลายๆคนก้อยากรู้ 🙏
หมายเหตุ: ข้อมูลทางการแพทย์ในโพสต์นี้รวบรวมจากการค้นคว้าส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเสมอค่ะ