เรื่องสั้นสะท้อนสังคมการขลิบอวัยวะเพศ

ผมได้นำเอาเรื่องสั้นจากผู้ใช้เรดดิตนามว่า [url=https://www.reddit.com/user/aallon_pituus/]u/aallon_pituus[/url] ที่เขียนขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการขลิบอวัยวะเพศโดยไม่มีเหตุผลทางการแพศ และนี่คือประเภทของ license ที่ผมได้มาแล้วหลังจากที่ขออณุญาติ
[url=https://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0/deed.en]Creative Commons Attribution-ShareAlike 4.0 International License[/url].
ส่วนอันนี้จะเป็นแหล่งที่มา https://www.reddit.com/r/Intactivists/comments/1tsu0l2/i_wrote_a_short_story_on_the_discrimination/
หมายเหตุ เรื่องที่ผู้ใช้เรคดิทได้เขียนนั้นอาจจะมีเนื้อหาที่สร้างความสะเทือนใจได้ในบางท่านหากว่าท่านเป็นคนที่อ่อนไหวต่อประเด็นทางสังคม ความไม่เสมอภาค และการเห็นว่าความเชื่อของตัวเองสำคัญกว่าการให้ผู้คนได้มีร่างกายที่สมบูรณ์ ผมขอให้หยุดอ่านทันทีหลังจากที่ท่านเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน
 
"ผม(ผู้เขียนเรื่องสั้นนี้)ได้เขียนเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อเด็กผู้ชายที่ถูกขลิบอวับวะเพศ
สวัสดีครับ ผมได้เขียนเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติต่อเด็กผู้ชายที่ถูกตัดแต่งอวัยวะเพศ
ผมยังใหม่มากในด้านการเขียนวรรณกรรม จึงขอความกรุณาในการให้คำวิจารณ์และข้อเสนอแนะด้วยนะครับ
ประเทศ วัฒนธรรม และชื่อตัวละครที่ปรากฏในเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติ ไม่ได้มีอยู่จริงแต่อย่างไร
แต่การเลือกปฏิบัติและความเสียหายที่เรื่องนี้กล่าวถึงนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง

ไม่มีแม้แต่ภาพลวงตาแห่งความเสมอภาค
โอแมนเดและอันยานั่งอยู่บนพื้นดินสีแดงหน้ากระท่อมฟางของหมอตำแยประจำหมู่บ้าน หญิงผู้นี้มีหน้าที่ประกอบพิธีให้เด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าสู่สังคมเผ่างัมเบมเว ด้วยการขลิบอวัยวะเพศส่วนที่ถูกมองว่าเป็น "ส่วนของเพศตรงข้าม" ออกไป
แมลงวันบินวนอยู่เหนือศีรษะของทั้งคู่ ยุงตัวหนึ่งบินมากัดโอแมนเด เขายกมือตบมันออกไป ทิวทัศน์โดยรอบงดงาม ต้นไม้เล็ก ๆ กระจายอยู่บนผืนดินสีแดง มีภูเขาไม่กี่ลูกตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป ส่วนกระท่อมฟางหลังอื่น ๆ ของหมู่บ้านก็มองเห็นได้ไม่ไกลนัก
โอแมนเดพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย มันต้องเจ็บมากแน่ ๆ ...แล้วผมก็ไม่อยากสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเองไปด้วย..."
อันยาตอบทั้งน้ำตา
"หนูก็ไม่อยากเหมือนกัน... ทำไมพวกผู้ใหญ่ต้องทำแบบนี้กับพวกเราด้วย..."
โอแมนเดส่ายหน้า
"ผมก็ไม่รู้... ทำไมเด็กทุกคนต้องถูกตัดแบบนี้... ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันมีประโยชน์อะไร..."
เขาโอบกอดอันยาและลูบผมของเธอเบา ๆ
อันยาถามขึ้น
"เราหนีได้ไหม? วิ่งหนีไปเลย..."
โอแมนเดส่ายหน้าอีกครั้ง
"แล้วเราจะไปไหนกันล่ะ? จะเอาชีวิตรอดอยู่ตามลำพังในป่าได้ยังไง..."
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่นาที หมอตำแยก็แหวกม่านเส้นใยที่ปิดทางเข้ากระท่อมออก โอแมนเดและอันยาค่อย ๆ เดินเข้าไปข้างใน ทั้งคู่ตัวสั่นจนแทบก้าวขาไม่ออก
ภายในกระท่อมโล่งแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากม้านั่งวงกลมที่วางชิดผนัง หมอตำแยพยายามปลอบเด็กทั้งสองด้วยการร้องบทสวด และให้พวกเขาสูดควันจากไปป์ชนิดหนึ่งเข้าไป จนศีรษะเริ่มมึนงง ร่างกายอ่อนแรง และยากที่จะขัดขืน
จากนั้นเธอก็หยิบมีดพร้ากับใบมีดโกนที่เปื้อนเลือดออกมาจากตะกร้าสาน อุปกรณ์ทั้งสองไม่ได้ถูกล้างหรือทำความสะอาดเลยนับตั้งแต่ใช้กับเด็กคนก่อน
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกกระท่อมได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานดังออกมา
เป็นเสียงกรีดร้องที่ดังที่สุดเท่าที่ร่างกายมนุษย์จะเปล่งออกมาได้
เสียงหนึ่งยาวนาน
แล้วอีกเสียงหนึ่งก็ตามมา
ไม่นานนัก หมอตำแยก็เดินออกมาจากกระท่อม ลากเด็กทั้งสองออกมาราวกับพวกเขาเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง
ทั้งหมู่บ้านส่งเสียงโห่ร้องยินดี
พ่อแม่ของเด็กทั้งสองเข้ามาแสดงความยินดีที่ลูกของตนได้สูญเสียอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย
เด็กทั้งสองไม่เข้าใจเลย
พวกเขาร้องไห้
ทำไมผู้คนถึงเฉลิมฉลอง ในขณะที่พวกเขากำลังเจ็บปวดเช่นนี้?
ทำไมการสูญเสียส่วนหนึ่งของร่างกายจึงถูกเรียกว่าความกล้าหาญ?
ทำไมความกล้าหาญจึงไม่ใช่การล่าสัตว์?
ไม่ใช่การกระโดดข้ามเหวอันตราย?
ทำไมต้องเป็นอะไรแบบนี้?
ในขณะนั้น รถซาฟารีเปิดประทุนคันหนึ่งขับผ่านหมู่บ้าน ก่อนจะชะลอและหยุดลงเมื่อเห็นความวุ่นวายตรงหน้า
เมื่อชาวบ้านเห็นตราสัญลักษณ์ของรัฐบาลบนรถ ต่างก็รีบวิ่งกลับไปหลบอยู่ในกระท่อมของตน
ชายหลายคนในเครื่องแบบทหารโซเวียตเก่าสมัยสงครามเย็น พร้อมหมวกเบเรต์ ก้าวลงมาจากรถ
ผู้บัญชาการชื่อคิเวเลตะโกนถาม
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่? ทำไมถึงมีการเฉลิมฉลองกัน?"
จากนั้นพวกเขาก็เห็นโอแมนเดและอันยานอนอยู่บนพื้น
สีหน้าของคิเวเลยังคงเรียบเฉย แต่ดวงตาของเขาหรี่แคบลง
เขายกมือส่งสัญญาณ ทหารจึงรีบอุ้มอันยาขึ้นรถ
คิเวเลตะโกน
"ไปหาตัวคนที่ทำแบบนี้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นมา!"
คิเวเลและทหารเดินผ่านโอแมนเดไป เด็กชายนอนอยู่บนพื้น เลือดไหลนองระหว่างขา ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
ไม่นานพวกเขาก็กลับมาพร้อมหมอตำแย
เธอถูกใส่กุญแจมือและนำตัวขึ้นรถ
คิเวเลสั่งการ
"พาเด็กผู้หญิงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด"
อันยาพูดทั้งน้ำตา
"เดี๋ยวก่อน พาพี่ชายหนูไปด้วยสิ ช่วยรักษาพวกเราทั้งคู่ด้วยนะ"
คิเวเลไม่แม้แต่จะตอบคำพูดของเธอ
เขาสั่งให้ทหารออกรถทันที
การเดินทางช่างยาวนานและทรมาน
ตลอดทาง อันยาคิดได้เพียงอย่างเดียว
พี่ชายของเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง?
ต้นไม้ ป้ายถนน และรถคันอื่น ๆ เคลื่อนผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว
หลายชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
อาคารคอนกรีตหลายชั้นที่ดูทรุดโทรม ชุมชนแออัด และถนนที่ขาดการดูแล ปรากฏอยู่ทั่วบริเวณ
เป็นภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจนกับองค์กรตะวันตกที่ได้รับงบประมาณอย่างดีซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
รถมาถึงโรงพยาบาลของเมือง
อันยาถูกนำตัวเข้ารับการรักษา
บุคลากรทางการแพทย์ตรวจอาการเบื้องต้น เย็บบาดแผล ห้ามเลือด และดูแลบริเวณที่ถูกตัดออก ก่อนจะพาเธอไปพักในห้องผู้ป่วยราคาประหยัดที่ทรุดโทรม
กำแพงแตกร้าว
มีเพียงเตียงเหล็กและผ้าปูที่นอนเก่า ๆ
ไม่นาน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมหญิงคนหนึ่งที่สวมเสื้อยืดขององค์การสหประชาชาติ
อันยาร้องถามทันที
"พี่ชายหนูอยู่ไหน! เขาต้องได้รับการรักษาเหมือนกัน!"
เจ้าหน้าที่นำอาหารและยาแก้ปวดมาให้ ก่อนจะออกจากห้องไป
หญิงคนนั้นแนะนำตัว
"สวัสดีจ้ะ... อันยาใช่ไหม? ฉันชื่ออเล็กซานดรา แต่เรียกอเล็กก็ได้ ฉันทำงานภาคสนามให้สหประชาชาติ โดยเฉพาะกับองค์การอนามัยโลก"
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
"สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอคือการขลิบอวัยวะเพศหญิง และมันเลวร้ายมากเกินกว่าจะปล่อยไปได้"
คำว่า "เลวร้าย" ถูกเน้นหนักจนทำให้อันยาสะดุ้ง
"ฉันจะช่วยดูแลเธอตลอดช่วงพักฟื้น และจะอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเธอให้ฟัง แต่เมื่อกี้เธอพูดถึงพี่ชายใช่ไหม? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?"
อันยาร้องไห้อีกครั้ง
"เขาถูกขลิบไปพร้อมกับหนู เขาต้องได้รับการรักษาเหมือนกัน หนูอยากให้เขามาอยู่ที่นี่..."
อเล็กซานดราทำสีหน้าครุ่นคิด
ไม่ใช่เพราะเธอรู้สึกไม่สบายใจ แต่เพราะเธอกำลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไรให้อันยาเชื่อตามสิ่งที่เธอเชื่อ
"คือว่า... มันต่างกันนะ"
"สำหรับเด็กผู้ชาย มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมหรือศาสนา เป็นสิ่งที่เด็กผู้ชายต้องผ่าน"
"ไม่เป็นไรหรอก"
"แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ... มันต่างออกไปโดยสิ้นเชิง"
"ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย"
"เธอต่างหากที่เป็นผู้ถูกกระทำ และพวกเราจะดูแลเธอเอง"
อันยาอ้าปากค้าง
ดวงตาเบิกกว้าง
เธอแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เธอพยายามพูดด้วยเสียงสั่น
"มันจะต่างกันได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาใช้มีดเหมือนกัน"
"พี่ชายหนูเลือดออกเหมือนกัน"
"เขาร้องไห้และกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเหมือนกัน"
"แล้วมันก็เกิดขึ้นกับเราทั้งคู่"
"มันจะต่างกันได้ยังไง?"
อเล็กซานดราส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
"มันต่างกันอยู่แล้ว"
"เด็กผู้ชายได้รับยาแก้ปวด"
"มันเป็นเพียงการเอาส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่มีความจำเป็นออก"
"ไม่ได้ก่ออันตรายอะไรกับพวกเขาในอนาคต"
"สำหรับเด็กผู้หญิงต่างหากที่เกิดอันตราย"
"มันไม่เหมือนกัน"
"ใครสอนเรื่องโกหกพวกนี้ให้เธอ?"
อันยาร้องไห้หนักกว่าเดิม
"ไม่จริง!"
"เขาไม่ได้รับยาแก้ปวดเลย!"
"เขาเจ็บ!"
"คุณกำลังโกหกหนู!"
"คุณต้องช่วยพี่ชายหนู!"
"คุณต้องช่วยชีวิตเขา!"
"ได้โปรด!"
อเล็กซานดราพยายามควบคุมอารมณ์
"มันมีประโยชน์สำหรับเด็กผู้ชาย"
"มันดีต่อร่างกายของพวกเขา"
"เขาจำเป็นต้องได้รับมันเพื่อจะได้ไม่ป่วย"
อันยาตะโกนตอบทั้งน้ำตา
คราวนี้เธอรวบรวมความกล้าและความคิดได้ชัดเจนพอจะโต้แย้งกลับ
"ก่อนถูกตัด เขาไม่เคยป่วยเพราะส่วนนั้นเลย!"
"แล้วถ้าป่วยจริง ทำไมหมอไม่รักษาเขาเหมือนที่รักษาหนูแทนที่จะตัดมันทิ้ง?"
"เขาเจ็บเหมือนหนู!"
"หนูรักเขา!"
"หนูอยากให้เขามีชีวิตอยู่!"
"แล้วทำไมมันถึงป้องกันโรคได้เฉพาะเด็กผู้ชาย?"
"มันเป็นไปไม่ได้!"
"ถ้ามันรักษาโรคได้จริง มันก็ควรใช้ได้กับทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง!"
"การรักษาไม่ได้เลือกข้าง!"
อันยาวิ่งออกจากห้องไปหาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
"พาพี่ชายหนูมาที่นี่เดี๋ยวนี้!"
"พวกคุณต้องช่วยเขา!"
"หนูรักเขา และหนูอยากให้เขารอด!"
หลังจากการพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงยอมอย่างไม่เต็มใจ และออกเดินทางไปตามหาโอแมนเด
อเล็กซานดราไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะเธอมองว่านั่นคือเรื่องเสียเวลา
อันยานั่งอยู่ในรถอย่างไร้ความรู้สึก
ในหัวมีแต่ความเป็นไปได้ต่าง ๆ วนเวียนไม่หยุด
แต่เธอไม่เคยคิดถึงความxายเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เธอมั่นใจว่าเขาต้องรอด
เขาจะxายไม่ได้
ไม่ใช่แบบนี้
เธอต้องการเขา
เธอรักเขา
หลายชั่วโมงต่อมา รถของโรงพยาบาลก็มาถึงหมู่บ้าน
พยาบาลรีบวิ่งไปหาโอแมนเด
เขานอนอยู่บนดินสีแดง
อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเน่า
แมลงวันนับสิบบินวนอยู่เหนือร่างของเขา
หลอดเลือดแดงเส้นหนึ่งถูกฟันขาดระหว่างการตัดอย่างหยาบ ๆ ด้วยมีดพร้า
แอ่งเลือดใต้ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้นมากแล้ว
ขอบบางส่วนเริ่มแห้งกรัง
ไม่มีใครมาดูแลเขาเลย
ชาวบ้านทุกคนยังคงหลบซ่อนอยู่ในกระท่อมของตน
พยาบาลตรวจชีพจร
ไม่มี
อันยาเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
เธอไม่พูดอะไร
เธอไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอสวดภาวนาต่อวิญญาณ
เธอคิดถึงความเป็นไปได้ทุกอย่าง
แต่มันเป็นไปไม่ได้
ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับเธอ?
ทำไมเธอต้องสูญเสียพี่ชายตั้งแต่อายุยังน้อย?
"พวกเขาช่วยเขาได้ใช่ไหม? เขาคงไม่..."
เธอคิดกับตัวเอง
เธอมองร่างไร้ชีวิตตรงหน้า
เธอไม่อาจยอมรับมันได้
หากพวกเขาพาเขาไปพร้อมกับเธอตั้งแต่แรก
เขาคงรอดชีวิต
อันยาทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้น
แล้วกรีดร้องออกมาด้วยความโศกเศร้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่