แวะมาแชร์
โรงเรียนอนุบาลอินเตอร์ย่านฝั่งธน ราชพฤกษ์ ที่น่ารักมาก
จนอยากบอกต่อแม่ ๆ ที่กำลังหาโรงเรียนให้ลูกค่ะ

ก่อนหน้านี้เราดูโรงเรียนไว้หลายที่มาก ทั้งโรงเรียนอินเตอร์ใหญ่ ๆ และโรงเรียนเล็ก ๆ ที่เน้นเรียนรู้ผ่านการเล่นหลายแห่ง เพราะอยากได้ที่ที่เหมาะกับวัยอนุบาลจริง ๆ Hummingbird เป็นหลักสูตรของประเทศอังกฤษ (British Curriculum – Early Years Foundation Stage) ซึ่งเน้นพัฒนาการรอบด้าน โดยเฉพาะช่วง Early Years ที่สำคัญมากสำหรับช่วงเด็กเล็ก ๆ และที่สำคัญคือต้องใกล้บ้าน
หลังจากที่ลูกเรียนมา 2 ปี สิ่งที่เราประทับใจมากคือ โรงเรียนดูแลเด็กเป็นรายบุคคลจริง ๆ
คุณครูจบด้าน Early Years โดยตรง คุณครู Native Speaker ประจำห้อง พร้อมกับคุณครู Co Teacher และ TA (ที่ไม่ใช่ Nanny นะคะ) ลูกได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน ตอนเรียนจบเทอมแรก อยู่บ้านสังเกตว่าเวลาลูกเล่นของเล่น จะชอบพูดภาษาอังกฤษ และร้องเพลงภาษาอังกฤษตลอด ถ้าเจอตัวหนังสือภาษาอังกฤษ ก็จะชอบอ่านออกเสียง Phonics เอง
ฮัมมิ่งเบิร์ดเรียนเป็นแบบ Play-based learning และ hands-on learning เด็กได้ลงมือทำ ทดลอง เล่น คิด แก้ปัญหาเอง เห็นชัดเลยว่าลูกกล้าแสดงออกขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น
เรื่อง
EF (Executive Functions) ที่ฮัมมิ่งเบิร์ดเน้นมาก ๆ จริง ๆ เราเลือกโรงเรียนนี้เพราะสิ่งนี้ด้วยค่ะ เพราะสมองส่วนนี้พัฒนาได้ดีที่สุดคือช่วงวัยอนุบาล คุณครูจะใช้เทคนิควินัยเชิงบวก ไม่ได้ดุหรือกดดัน แต่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การรอคอย การควบคุมอารมณ์ และแก้ปัญหาเอง ซึ่งตอนแรกเรายังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ที่ฮัมมิ่งเบิร์ดจะมี workshop ให้ผู้ปกครองเข้าอยู่เรื่อยๆ เช่น ลูกงอแงทำยังไงดี หรือ ใช้ประโยคห้าม ไม่ หย่า หยุด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
อีกอย่างที่เราชอบมาก ๆ คือ
Caring Diary ทุกวันจะได้คุยกับคุณครูประจำชั้น มีการอัปเดตพัฒนาการ อารมณ์ การกิน การนอน รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าเขาใส่ใจจริง ๆ โรงเรียนใหญ่ ๆ บางที่ที่เราไปดูมา จะเข้าถึงคุณครูประจำชั้นค่อนข้างยาก อันนี้ถือเป็นจุดที่เรารู้สึกต่างมาก และก็มีแอป Tapestry ที่จะโพสรูปลูก พร้อมบอกว่าสัปดาห์นี้เรียนเรื่องอะไร ได้พัฒนาทักษะไหนบ้าง
เรื่องสัดส่วนครูต่อเด็ก (ratio) ค่อนข้างดีค่ะ
Pre-Nursery: 1:3 รับสูงสุด 12 คน
Nursery – Year 1: 1:5 รับสูงสุด 15 คน
ทำให้เด็กได้รับการดูแลทั่วถึงจริง ๆ ไม่รู้สึกว่าถูกปล่อยหรือถูกมองข้าม
Facilities ตอนแรกยอมรับว่าดูไม่ใหญ่โตเท่าโรงเรียนใหญ่ ๆ แต่พอได้เห็นจริง ๆ จะรู้ว่าเขาออกแบบมาอย่างตั้งใจมากสำหรับเด็กเล็ก ทุกอย่างอยู่ในระดับสายตาเด็ก ปลอดภัย และเพียงพอสำหรับวัยอนุบาล ไม่ได้ทำเกินความจำเป็น

โรงเรียนยังมีธงบอกค่าฝุ่นทุกวัน มีเครื่องกรอง และ station วัดค่าฝุ่น เรื่องสุขภาพถือว่าใส่ใจดีค่ะ
แรก ๆ ลูกก็ไม่ยอมใส่ mask แต่คุณครูจะมีวิธีสอนให้เด็ก ๆ ดูแลตัวเอง ถ้าธงเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง เด็ก ๆ จะออกมาเล่น Outdoor Play ได้
แต่ถ้าสีส้มหรือสีแดง คุณครูจะพาทำกิจกรรมในห้องแทนค่ะ ทุกเช้าลูกจะคอยถามว่าวันนี้ธงสีอะไรน๊าาา?

ส่วนเรื่องค่าเทอม พอ ๆ กับโรงเรียนใกล้เคียง ถ้าสนใจแนะนำลองไปช่วง Open House หรือ School Tour ดูนะคะ เพราะจะมีโปรพิเศษอยู่ค่ะ
โดยรวมสำหรับเรา Hummingbird เป็นโรงเรียนที่เข้าใจวัยเด็กจริง ๆ
ไม่ได้เน้นให้เด็กเก่งเร็ว แต่เน้นให้ “เติบโตอย่างมั่นคง” ทั้งด้านอารมณ์ ภาษา และทักษะชีวิต 🌱
หวังว่าจะเป็นข้อมูลช่วยคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจนะคะ 💛
[CR] รีวิวประสบการณ์ลูกเรียนที่ Hummingbird International Kindergarten
จนอยากบอกต่อแม่ ๆ ที่กำลังหาโรงเรียนให้ลูกค่ะ
ก่อนหน้านี้เราดูโรงเรียนไว้หลายที่มาก ทั้งโรงเรียนอินเตอร์ใหญ่ ๆ และโรงเรียนเล็ก ๆ ที่เน้นเรียนรู้ผ่านการเล่นหลายแห่ง เพราะอยากได้ที่ที่เหมาะกับวัยอนุบาลจริง ๆ Hummingbird เป็นหลักสูตรของประเทศอังกฤษ (British Curriculum – Early Years Foundation Stage) ซึ่งเน้นพัฒนาการรอบด้าน โดยเฉพาะช่วง Early Years ที่สำคัญมากสำหรับช่วงเด็กเล็ก ๆ และที่สำคัญคือต้องใกล้บ้าน
หลังจากที่ลูกเรียนมา 2 ปี สิ่งที่เราประทับใจมากคือ โรงเรียนดูแลเด็กเป็นรายบุคคลจริง ๆ
คุณครูจบด้าน Early Years โดยตรง คุณครู Native Speaker ประจำห้อง พร้อมกับคุณครู Co Teacher และ TA (ที่ไม่ใช่ Nanny นะคะ) ลูกได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันตลอดทั้งวัน ตอนเรียนจบเทอมแรก อยู่บ้านสังเกตว่าเวลาลูกเล่นของเล่น จะชอบพูดภาษาอังกฤษ และร้องเพลงภาษาอังกฤษตลอด ถ้าเจอตัวหนังสือภาษาอังกฤษ ก็จะชอบอ่านออกเสียง Phonics เอง
ฮัมมิ่งเบิร์ดเรียนเป็นแบบ Play-based learning และ hands-on learning เด็กได้ลงมือทำ ทดลอง เล่น คิด แก้ปัญหาเอง เห็นชัดเลยว่าลูกกล้าแสดงออกขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น
เรื่อง EF (Executive Functions) ที่ฮัมมิ่งเบิร์ดเน้นมาก ๆ จริง ๆ เราเลือกโรงเรียนนี้เพราะสิ่งนี้ด้วยค่ะ เพราะสมองส่วนนี้พัฒนาได้ดีที่สุดคือช่วงวัยอนุบาล คุณครูจะใช้เทคนิควินัยเชิงบวก ไม่ได้ดุหรือกดดัน แต่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การรอคอย การควบคุมอารมณ์ และแก้ปัญหาเอง ซึ่งตอนแรกเรายังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ที่ฮัมมิ่งเบิร์ดจะมี workshop ให้ผู้ปกครองเข้าอยู่เรื่อยๆ เช่น ลูกงอแงทำยังไงดี หรือ ใช้ประโยคห้าม ไม่ หย่า หยุด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
อีกอย่างที่เราชอบมาก ๆ คือ Caring Diary ทุกวันจะได้คุยกับคุณครูประจำชั้น มีการอัปเดตพัฒนาการ อารมณ์ การกิน การนอน รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าเขาใส่ใจจริง ๆ โรงเรียนใหญ่ ๆ บางที่ที่เราไปดูมา จะเข้าถึงคุณครูประจำชั้นค่อนข้างยาก อันนี้ถือเป็นจุดที่เรารู้สึกต่างมาก และก็มีแอป Tapestry ที่จะโพสรูปลูก พร้อมบอกว่าสัปดาห์นี้เรียนเรื่องอะไร ได้พัฒนาทักษะไหนบ้าง
เรื่องสัดส่วนครูต่อเด็ก (ratio) ค่อนข้างดีค่ะ
Pre-Nursery: 1:3 รับสูงสุด 12 คน
Nursery – Year 1: 1:5 รับสูงสุด 15 คน
ทำให้เด็กได้รับการดูแลทั่วถึงจริง ๆ ไม่รู้สึกว่าถูกปล่อยหรือถูกมองข้าม
Facilities ตอนแรกยอมรับว่าดูไม่ใหญ่โตเท่าโรงเรียนใหญ่ ๆ แต่พอได้เห็นจริง ๆ จะรู้ว่าเขาออกแบบมาอย่างตั้งใจมากสำหรับเด็กเล็ก ทุกอย่างอยู่ในระดับสายตาเด็ก ปลอดภัย และเพียงพอสำหรับวัยอนุบาล ไม่ได้ทำเกินความจำเป็น
โรงเรียนยังมีธงบอกค่าฝุ่นทุกวัน มีเครื่องกรอง และ station วัดค่าฝุ่น เรื่องสุขภาพถือว่าใส่ใจดีค่ะ
แรก ๆ ลูกก็ไม่ยอมใส่ mask แต่คุณครูจะมีวิธีสอนให้เด็ก ๆ ดูแลตัวเอง ถ้าธงเป็นสีเขียวหรือสีเหลือง เด็ก ๆ จะออกมาเล่น Outdoor Play ได้
แต่ถ้าสีส้มหรือสีแดง คุณครูจะพาทำกิจกรรมในห้องแทนค่ะ ทุกเช้าลูกจะคอยถามว่าวันนี้ธงสีอะไรน๊าาา?
ส่วนเรื่องค่าเทอม พอ ๆ กับโรงเรียนใกล้เคียง ถ้าสนใจแนะนำลองไปช่วง Open House หรือ School Tour ดูนะคะ เพราะจะมีโปรพิเศษอยู่ค่ะ
โดยรวมสำหรับเรา Hummingbird เป็นโรงเรียนที่เข้าใจวัยเด็กจริง ๆ
ไม่ได้เน้นให้เด็กเก่งเร็ว แต่เน้นให้ “เติบโตอย่างมั่นคง” ทั้งด้านอารมณ์ ภาษา และทักษะชีวิต 🌱
หวังว่าจะเป็นข้อมูลช่วยคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจนะคะ 💛
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น