เชื่อว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายคนมีลูกอยู่ในวัยรุ่น วัยเรียนมหา'ลัยหรือเพิ่งเรียนจบกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน
ช่วงหลายปีนี้เป็นช่วงที่เด็กจบใหม่หางานทำค่อนข้างยาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ช่างน่าเป็นห่วงเสียจริง...ตามประสาพ่อคนแม่คน
ผมโชคดีลูกชาย (ตัวดี) ทำงานมาค่อนปีแล้วและมีทีท่าจะอยู่ยาว
ตอนลูกบอกว่าขอไปเที่ยวญีปุ่น (ขอตังค์ด้วย) ขอพัก+หางานทำในวงการเกมก่อน
6 เดือนก็แล้ว กลับจากญี่ปุ่นก็แล้ว ยังรอแต่งานที่อยากทำอยู่นั่นแหละ
ทั้งๆ ที่มีบริษัทฯ ตรงสายงานที่เรียนจบตอบรับแล้วก็ไม่ยอมไปทำ
ทำเอาผมกับภรรยาวิตกกังวลกลัวเขาจะเป็น NEET
เพราะวันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เล่นเกม ลงมากินข้าว
ถึงจะมีออกไปข้างนอกเจอเพื่อนบ้าง ก็ตามที
เมื่อผ่านมาได้แล้ว ก็ขอแชร์ข้อมูลกับความรู้ที่พยายามค้นคว้า
เอามาบอกต่อให้คุณพ่อคุณแม่ ได้เอาไปใช้ประโยชน์กัน
จะได้เอาไว้สังเกตุลูกเราครับ ว่าเข้าข่ายแปลกแยกจากสังคมหรือไม่
นี่เป็นกระทู้จากคลังปี 56 อ่านแล้วเขาเขียนได้ดีมากเลยแชร์มาให้อ่านกันครับ
https://pantip.com/topic/30688445
โรคแปลกแยกออกจากสังคม
ญี่ปุ่นมี ฮิคิโคโมริ หนักสุด
NEET = Not in Education, Employment or Training
Freeter = Free Arbeiter (อิสระจากการเป็นคนงาน/ลูกจ้าง)
ส่วนตัวผมเสนอวิธีสังเกตุง่ายๆ ถ้าเด็กแค่เล่นเกม คุยกับเพื่อนทางออนไลน์ นอนดึกมากๆ
แต่มีเพื่อนมีสังคมออกไปข้างนอกบ้าง ยังคุยกับพ่อแม่ (บ้าง) รับผิดชอบการเรียน
ก็อาจจะแค่กำลังค้นหาว่าจะไปทางไหน หรืออาจจะแค่ Introvert
ผมเชื่อว่า ถ้าพ่อแม่ไม่สปอยล์ลูกจนเกินไป โอกาสจะเป็น NEET น่าจะน้อยมากๆ
เด็กสมัยนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก บางทีเราเข้าไม่ถึง+ไม่เข้าใจ
อย่ากดดันลูกมากครับ ค่อยๆ คุยกับเด็กครับ
หามุมที่เขาสบายๆ ให้เจอว่าตอนไหนจะพูดจะคุย
ลูกชายผม จะชอบคุยกับผมก็ตอนเรานั่งในรถด้วยกัน 2 คน
และเขามีเรื่องจะปรึกษา หรือ เอามาถามเพื่อขอความเห็น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้Introvert (อินโทรเวิร์ต) คือ บุคลิกภาพแบบเก็บตัวที่ได้รับพลังงานจากการอยู่คนเดียวหรือในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ชอบใช้ความคิด ลึกซึ้ง และมักรู้สึกหมดพลังเมื่อต้องเข้าสังคมหรืออยู่ในที่คนเยอะๆ เป็นเวลานาน โดยทั่วไปมักเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ และมีโลกส่วนตัวสูงแต่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
ลักษณะสำคัญของชาว Introvert
ชาร์จพลังด้วยการอยู่คนเดียว: หลังจากทำกิจกรรมทางสังคมจะรู้สึกเหนื่อยและต้องการเวลาพักผ่อนคนเดียวเพื่อฟื้นฟูพลังงาน
โลกส่วนตัวสูง: ชอบทำกิจกรรมคนเดียว เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำงานศิลปะ หรืออยู่ในที่สงบ
รักการสนทนาที่ลึกซึ้ง:
ไม่ชอบคุยเรื่องสัพเพเหระ (Small talk) แต่ชอบบทสนทนาที่มีเนื้อหาสาระ
คิดก่อนพูด: มักใช้เวลาวิเคราะห์ความคิดของตัวเองก่อนจะแสดงออก
เลือกสังคม: สนิทกับคนยากแต่ถ้าสนิทแล้วจะจริงใจมาก และชอบอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทจำนวนน้อย
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Introvert
ไม่ใช่คนขี้อายหรือต่อต้านสังคมเสมอไป: หลายคนเป็นคนเข้าสังคมได้ แต่แค่เลือกที่จะอยู่คนเดียวเพื่อพักผ่อน
ไม่ใช่โรค: เป็นเพียงบุคลิกภาพรูปแบบหนึ่ง
ความแตกต่างระหว่าง Introvert กับ Extrovert
Introvert (เก็บตัว): พลังงานเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่คนเดียว
Extrovert (เปิดเผย): พลังงานเพิ่มขึ้นเมื่อได้ปฏิสัมพันธ์กับคนหมู่มาก
Ambivert (ผสม): อยู่ตรงกลางระหว่างสองบุคลิกภาพ
การเข้าใจว่าตนเองเป็น Introvert จะช่วยให้สามารถจัดสรรเวลาพักผ่อนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ฮิคิโคโมริ / NEET / Freeter ... บรรดาโรคแยกตัวออกจากสังคมทั้งหลาย
ช่วงหลายปีนี้เป็นช่วงที่เด็กจบใหม่หางานทำค่อนข้างยาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ผมโชคดีลูกชาย (ตัวดี) ทำงานมาค่อนปีแล้วและมีทีท่าจะอยู่ยาว
ตอนลูกบอกว่าขอไปเที่ยวญีปุ่น (ขอตังค์ด้วย) ขอพัก+หางานทำในวงการเกมก่อน
6 เดือนก็แล้ว กลับจากญี่ปุ่นก็แล้ว ยังรอแต่งานที่อยากทำอยู่นั่นแหละ
ทั้งๆ ที่มีบริษัทฯ ตรงสายงานที่เรียนจบตอบรับแล้วก็ไม่ยอมไปทำ
ทำเอาผมกับภรรยาวิตกกังวลกลัวเขาจะเป็น NEET
เพราะวันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เล่นเกม ลงมากินข้าว
ถึงจะมีออกไปข้างนอกเจอเพื่อนบ้าง ก็ตามที
เมื่อผ่านมาได้แล้ว ก็ขอแชร์ข้อมูลกับความรู้ที่พยายามค้นคว้า
เอามาบอกต่อให้คุณพ่อคุณแม่ ได้เอาไปใช้ประโยชน์กัน
จะได้เอาไว้สังเกตุลูกเราครับ ว่าเข้าข่ายแปลกแยกจากสังคมหรือไม่
นี่เป็นกระทู้จากคลังปี 56 อ่านแล้วเขาเขียนได้ดีมากเลยแชร์มาให้อ่านกันครับ
https://pantip.com/topic/30688445
โรคแปลกแยกออกจากสังคม
ญี่ปุ่นมี ฮิคิโคโมริ หนักสุด
NEET = Not in Education, Employment or Training
Freeter = Free Arbeiter (อิสระจากการเป็นคนงาน/ลูกจ้าง)
ส่วนตัวผมเสนอวิธีสังเกตุง่ายๆ ถ้าเด็กแค่เล่นเกม คุยกับเพื่อนทางออนไลน์ นอนดึกมากๆ
แต่มีเพื่อนมีสังคมออกไปข้างนอกบ้าง ยังคุยกับพ่อแม่ (บ้าง) รับผิดชอบการเรียน
ก็อาจจะแค่กำลังค้นหาว่าจะไปทางไหน หรืออาจจะแค่ Introvert
ผมเชื่อว่า ถ้าพ่อแม่ไม่สปอยล์ลูกจนเกินไป โอกาสจะเป็น NEET น่าจะน้อยมากๆ
เด็กสมัยนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก บางทีเราเข้าไม่ถึง+ไม่เข้าใจ
อย่ากดดันลูกมากครับ ค่อยๆ คุยกับเด็กครับ
หามุมที่เขาสบายๆ ให้เจอว่าตอนไหนจะพูดจะคุย
ลูกชายผม จะชอบคุยกับผมก็ตอนเรานั่งในรถด้วยกัน 2 คน
และเขามีเรื่องจะปรึกษา หรือ เอามาถามเพื่อขอความเห็น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้