อยากทราบว่า อาการของคนที่เป็นแบบนี้ มีสัมผัสที่6 จริง หรือ เป็น ผู้ป่วยทางจิตเวช ครับ จะมาเล่าประสบการณ์ ให้ฟังครับ

กระทู้คำถาม
ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมเป็นวัยรุ่นคนนึง ที่อาจจะไม่ได้มีดีอะไรมาก แต่ก็เชื่อในเรื่องของ เทพต่างๆ ทั้งคติไทย จีน และฮินดูครับ วันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ ที่ผมได้ประสบพบเจอมาครับ
**สิ่งที่ผมได้พิมพ์มานั้น หากใช้ภาษาที่สับสน ก็ขอกราบอภัยด้วยนะครับ และให้คำแนะนำเรื่องการใช้ภาษาได้ครับ
ตอนที่1 คือ ผมมีเพื่อนคนนึง เป็นผู้หญิง เป็นเพื่อนที่ผมสนิทมาตั้งแต่ประถม เรียกได้ว่าสนิทกันมากๆ ครับ จนผมจบป.6 ก็ได้แยกย้ายกันไป (เพื่อนคนนี้ นิสัยเป็นคนเงียบๆ นะครับ โดนเพื่อนแกล้งบ่อยด้วย)
และก็มาเจอเฟสของเพื่อนคนนี้อีกที ตอนผมอยู่ ม.4 ครับ ตอนนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรมาก แค่แอดเฟสไป จนกระทั่งผมจบม.6 และก็เข้ามหาวิทยาลัยต่อ ตอนปี1 ก็ยังไม่มีอะไร จนมาตอนปี2 ช่วงนั้นโควิดกำลังระบาดใหม่ๆและเพิ่งเลิกกับแฟนครับ
(แฟนผม เรียนอยู่คนละที่กับผมครับ เจอกันทางแอพkooup) ตอนนั้น ผมไม่รู้จะคุยกับใคร ก็เลยอยากมาคุย มาระบายความในใจ ให้เพื่อนคนนี้ฟัง ตอนแรกๆ ก็คุยกัน ทางแชทครับ ต่อมา เมื่อสถานการณ์โควิดระลอกแรกเริ่มดีขึ้น (ประมาณ พค.2563) พ่อกับแม่ผมซื้อจักรยานมาให้ผม ผมก็เลยปั่นไปหาเพื่อนคนนี้ครับ เจอเพื่อน และเขาก็พาขึ้นไปบนห้องครับ สมาชิกในครอบครัวเขา มี แม่ เพื่อนผม พี่ชาย2 คน (พี่ชาย2 คนเป็นฝาแฝดเขาเป็นเด็กพิการทางสมองครับ พูดง่ายๆ คือ ออทิสติกครับ และเพื่อนผมก็เป็นด้วย แต่รักษาหายแล้ว) และก็พ่อเขา แต่พ่อเขาผมไม่ค่อยได้เจอ เพราะเขาไปทำงานครับ ส่วนใหญ่เจอแต่แม่เขา แม่เขาก็อายุประมาณ 51-52 นี้แหละครับ กลับเข้าเรื่องเลยครับ เพื่อนผมก็พาผมไปเจอแม่เขา พี่ชาย2 คน ครับ ได้ทักทายกัน พูดคุยกัน ตอนนั้นยังไม่มีปัญหาอะไรนะครับ พูดคุยกันปกติ อยากมาปรึกษา ระบายความในใจ ให้เพื่อนฟัง
จนกระทั่งตอนปี2564 คุยกันจนรู้นิสัย เพื่อนผมว่า เปลี่ยนไปเยอะ เมื่อก่อน เพื่อนผมเป็นคนเงียบๆ ไม่สู้คน พอมาตอนนี้ กลายเป็นคนละคน ติดมือถือหนักมาก ขี้เหวี่ยงมาก แต่ผมก็ไม่ถือสานะครับ เพราะเพื่อนก็คือเพื่อน ผมอยากคุยกับเพื่อน แต่บางครั้งเพื่อนคนนี้ก็ติดมือถือ จนผมไม่รู้จะคุยกับใคร เลยหันมาคุยกับแม่เขาแทนครับ ซึ่งแม่เขาก็เป็นคนนิสัยดี ใจดีมาก เลี้ยงของกินผมตลอด (แม่ของเพื่อนคนนี้เมื่อก่อนเคยทำงานหลายที่ครับ ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว อยู่บ้าน) ผมก็รู้สึกโอเคกับเขา (ผมลืมบอกไป ช่วงนั้น พี่ชายของเพื่อนผม ที่เป็นฝาแฝด คนกลาง ป่วยเป็นมะเร็ง ผมก็ไปช่วยเพื่อนและแม่เขา ดูแลครับ แบ่งเบาภาระ จนพี่ชายของเพื่อน ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ได้เสียชีวิตลง) เข้าเรื่องเลยนะครับ คือ พอผมได้คุยกับแม่เขา แล้วโอเคกับนิสัย ผมเลยอยากจะมีไลน์ เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้แชทไปปรึกษากับแม่เพื่อน เลยให้เพื่อนผมคนนี้ ทำไลน์ส่วนตัวให้ ตอนแรกๆ ยังไม่มีอะไรครับ คุยกันตามปกติราบรื่น คุยกันทุกวัน โทรคุยกันทีมากสุด3 ชั่วโมงครับ
สาเหตุที่ผมทำแบบนี้คือ แม่ผม เขาทำงานจนเหนื่อย ผมขึ้นไปคุยกับแม่ แม่เหนื่อยจนคุยกับผมไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ผมไม่อยากรบกวน แม่ผม เลยถือโอกาสนี้ คุยกับแม่เพื่อนซะเลย
ก็คุยกันทางแชทบ้าง คุยกันผ่านเสียงบ้าง มาบ้านบ้าง ช่วงนั้นผมไปบ้านเพื่อนบ่อยมาก วันนั้นที่ไม่ได้ไป คือ จะกระสับกระส่าย ร้อนรนมากครับ ไปบ้านที 5-6 ชั่วโมง (ใช้ช่วงเวลาที่พ่อแม่ไปทำงาน มาบ้านเพื่อน พูดง่ายๆ) ต่อตอนที่2 ครับ
ตอนที่2:จนกระทั่ง ประมาณ พย.2564 แม่เขาฝันถึงใครไม่รู้ครับ แม่เพื่อนผมบอกว่า ฝันเห็น ผญ.สาวใส่เสื้อลายดอก สวยมากๆ มาจ้องมอง และก็หายไปเลย ผมได้ฟังก็เกิดอาการอยากรู้อยากเห็นตามประสาวัยรุ่น และเป็นสาวสวยด้วย ก็เลยบอกแม่เพื่อนว่า ผมอยากรู้จักผญ.คนที่แม่ฝัน ผมเลยไปเชิญวิญญาณ อยากจะรู้จักวิญญาณผู้หญิงสาวคนนั้น ว่า ผมอยากรู้จักนะ (ผมลืมบอกไปคือ ผมมีปมด้อย เรื่อง เพื่อนครับ ผมจะเข้ากับเพื่อนผู้ชายได้ดี ส่วนเพื่อนผู้หญิงผมเข้าไม่ค่อยได้ครับ กรณีที่ผมสนิทกับเพื่อนคนนี้ คือ สงสาร ที่เขาไม่ค่อยมีเพื่อน โดนแกล้งด้วย เลยเข้าไปทำความรู้จักได้) และหลังจากที่ได้รู้จักวิญญาณแล้ว ผมได้ไปทำบุญใส่บาตร ให้เขา เวลาพ่อแม่ไปทำบุญก็เอ่ยลักษณะรูปร่างเขาด้วย (ชื่อผมไม่ทราบ)ตอนนั้นผมถามแม่เพื่อนว่า วิญญาณผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมือนใคร แม่เพื่อนบอกลักษณะท่าทาง จนผมไปเจอรูปดาราสาวคนนึง ตั้งแต่เจอรูปมา ก็เริ่มมีเรื่องผิดใจ กับแม่เพื่อน ด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ต่อตอนที่3
ตอนที่3:จนกระทั่ง ปี2565 ช่วงปีใหม่พอดี
แม่เพื่อนผม ก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มมีสัมผัสที่6 นิดหน่อย แม่เพื่อนผมบอกว่า วิญญาณ ผู้หญิงคนนั้นที่เข้าฝันแม่ เขาอายุเยอะมากกว่าแม่นะ เขาเป็นคนทางเหนือ เป็นนางรำ และแม่เพื่อนผมก็บอกว่า เขาโกรธไฟ้ท์(ชื่อไฟ้ท์ นี้คือชื่อผมเองครับ)มากนะ
ผมก็งงๆ ว่าผมทำอะไรผิด ผมกล้าบอกเลย ว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไม่ได้คิดลบหลู่ ล่วงเกินวิญญาณเลย และแม่เพื่อนก็ติดต่อวิญญาณ วิญญาณตนนั้นบอกว่า ผู้ชายก็นิสัยแบบนี้แหละ!! ถ้ายังสำนึกไม่ได้ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก ถ้าแม่เพื่อนตายไปไม่ต้องมาเผาผีอีก บอกตรงๆตอนนั้นผมโคตรเจ็บและแค้นด้วยที่มาว่าผมถึงขนาดนี้โดยไร้เหตุผล และผมกังวลมาก เครียดมาก เลยสวดกรณียเมตตสูตร แผ่เมตตาใหญ่ วิญญาณนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ซึ่งปกติถ้าสวดกรณียเมตตสูตรวิญญาณจะใจอ่อนลง อันนี้ผมอ่านจากหนังสือสวดมนต์ครับ แต่เหตุการณ์ก็ยังเลวร้ายขึ้นไปอีก จนวันที่8 มค.ผมโดนวิญญาณตนนั้น ยื่นคำขาดให้สาบานว่า กล้าสาบานหรือเปล่า จะเลิกมองรูปผญ.สวยๆ กล้าหรือเปล่า ซึ่งปกติตามประสาผช.ก็ต้องมองรูป ผญ.สวยๆ ใช่ป่ะ ผมด้วยความไม่รู้+กลัว เลย สาบานไป จนกระทั่งตอนเที่ยงคืน ไลน์ แม่เพื่อนเด้งมา บอกว่า นี้ไม่ใช่แม่นะ ป้าเอง(วิญญาณตนนั้นอายุมากกว่า) ผมก็งง และก็บอกว่า แม่เครียด จะฆ่าตัวตาย ผมเครียดมาก เครียดทั้งคืน ตอนไปทำบุญที่วัดท่าไม้ ก็ยังเครียดอยู่ ขอบารมีหลวงปู่รุ่งให้เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไป จนกระทั่งวันที่10 มค.แม่เพื่อนบอกว่า เริ่มสัมผัสเบื้องบน และองค์เทพได้ และก็บอก แม่คือ ธิดาของท่านพ่อ ใหญ่ที่สุดในสวรรค์ชั้นฟ้า ผมเลยลองใจถามแม่เพื่อนไปว่า พระอินทร์ใช่ป่ะ แม่เพื่อนบอกไม่ใช่ พระสยามเทวาธิราช ก็ไม่ใช่ พระศิวะ ก็ไม่ใช่อีก ผมก็รู้สึกรำคาญใจเลยไม่ถามอีก
ผมขอบอกตรงๆนะ ตั้งแต่วันที่แม่เพื่อน มีสัมผัสที่6 และองค์เทพต่างๆ เริ่มเข้ามานิสัยเปลี่ยนไปเยอะ อารมณ์ก็แปรปรวนมากขึ้น เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะ พูดง่ายๆ คือไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ยังคุยกับผมปกติได้อยู่ (เคยมีอยู่ครั้งนึง แม่เพื่อนผมเมาเบียร์อยู่ และอยู่ดีๆก็ปัดข้าวของ และผมกำลังจะกลับบ้าน อยู่ดีๆ ก็ตะโกนมาว่า กลับไปเลย!!! ไม่ต้องมา อีก ตอนนั้นตกใจมาก รีบกลับบ้านไปด้วยความหวาดกลัว สุดท้ายเขาก็บอกว่า ไม่ใช่แม่หรอก แต่เป็นท่านพ่อ โมโหที่แม่ ซึ่งเป็นธิดาของท่านไม่ยอมคุยด้วย เลยมาลงที่ผม) และก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เช่น เวลานั่งคุย เหมือนลิ้นรัวตะกุกตะกัก แม่เพื่อนบอก ท่านนี้แกล้งอีกแล้ว และตอนที่แม่เพื่อนเครียดมาก (บอกเลยครับว่า ปัญหาบ้านนี้มีเยอะมาก ทั้งปัญหาครอบครัว การเงิน สารพัด ผมลืมบอกไป แม่เพื่อนผม เก็บกดมาตั้งแต่เด็กด้วย มีปัญหาครอบครัว ขาดความรักความอบอุ่นด้วย)
แม่เพื่อนก็บอกว่า เทพองค์ไหนใจเย็นสุด ผมบอก พระพรหม แม่เพื่อนบอก อ๋อ น่าจะใช่นะ และผมก็ถามว่า แม่ ทำไมวันนั้น ถึง คิดฆ่าตัวตายละ แม่เพื่อนบอก เครียดเรื่องผม แม่คิดกับไฟ้ท์เหมือนแฟนนะ ผมตกใจมากกกกกกก!!!!!!!!!!!! บอกตรงๆ นะ ผมไม่ได้รักเขาเลย ผมคิดกับแม่เพื่อน คือ ผู้ใหญ่คนนึง ครับ เขาก็บอก มันหลงรักไปแล้ว ด้วยความรำคาญผมเลย เออๆ ไป ตอนนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างแม่เพื่อนกับผม เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว พูดอะไรนิดหน่อย ไม่ถูกหู แม่เพื่อนก็น้อยใจ โทรไปก็ตัดสายทิ้ง จนกระทั่ง เดือนกพ.2565 ใกล้วาเลนไทน์ แม่เพื่อนผมบอก อยากได้กุหลาบสด หรือแห้ง ผมตกใจมาก!! ว่า เฮ้ย นี้แม่คิดอะไรกับผมอยู่ ผมบอกกับแม่เพื่อนไปว่า ผมคิดกับแม่เป็นแม่เพื่อนนะ แม่เพื่อนผมก็ บอก รู้แล้ว ก็ เออๆ ไป จนกระทั่ง เดือนมีค.2565 แม่เพื่อนผม เริ่มมีองค์เทพ เพิ่มเติมเข้ามา เช่น พระพิฆเนศ พระศิวะ พระนารายณ์ พระอินทร์ รวมถึงเทพพ่อที่แม่เพื่อนพูดถึงด้วย และแม่เพื่อนผม ก็เปลี่ยนไปเยอะมากเช่นกัน แม่เพื่อนผมบอกว่า นี้ไม่ใช่แม่นะ นี้พระพรหมหน้าเดียวนะ ผมด้วยความเคารพในองค์เทพ เลยบอก ท่าน แต่พระพรหมหน้าเดียว ที่แม่เพื่อนอ้าง บอก ไม่ต้องเรียกท่าน ให้เรียก น้า นะ และบางวัน ก็มีพระพรหมหน้าเดียว แฝงในร่างของแม่เพื่อนมาแชทอวยพรให้ผมด้วย ตอนนั้น นึกว่า ไม่มีอะไรแล้ว จน ต้นเมษ.2565 อยู่ดีๆ แม่เพื่อน ก็กล่าวหาผมแบบไม่มีสาเหตุ บอก
ไฟ้ท์ พูดตรงๆ มานะ ว่า แอบไปมองสาว มาใช่มั้ย
ผมบอก มองตรงไหน ผมไปซื้อของ ก็อาจจะมีผู้หญิง มาซื้อของนั้นแหละ ผมก็ซื้อของตามปกตินั้นแหละ เขาบอก ไม่จริง ถามเทพเบื้องบนได้นะ ผมกล้ายืนยัน นั่งยัน นอนยัน เลยว่า ผมซื้อของ เสร็จปุ๊บ และผมก็กลับบ้านเลย ที่ช้านี้คือ ผมกินขนม น้ำอยู่ หรือทำงานบ้านอยู่ (ซึ่งปกติ เขาไม่เคยถามผมแบบนี้ด้วยซ้ำ) จนกระทั่งวันที่2เมษ.ตอนกลางคืน ผมถูกกล่าวหา สารพัด ทางแชทและเสียงว่า
ผมเจ้าชู้บ้าง ผมเปลี่ยนไปเยอะ ซึ่งผมอยากจะบอกว่า แม่นั้นแหละเปลี่ยนไปมากกว่า ตอนนั้นผมเครียดมาก ผมบอกตรงๆ และย้ำอีกทีนะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับแม่เพื่อน นอกเหนือจากคำว่า ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเลย ผมไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเองนะครับ นิสัยผม คือ ผมเป็นคนมีสัมมาคารวะ พูดเพราะ ซึ่งแม่เพื่อนผมชมด้วยนะ และเจ้าชู้มาจากไหน ผมบอก ผมเจ้าชู้ยังไงหรอ เขาบอก แม่รักไฟ้ท์มากนะ( ผมย้ำอีกที ผมไม่ได้รักแม่เพื่อนเลย ผมปฏิเสธความรักด้วย แต่เขาก็ยืนยัน ที่จะรักผม) ไฟ้ท์ทำให้แม่ผิดหวัง เทพทุกองค์ ไม่เคยทำให้แม่ผิดหวัง แม่รักพระพรหมหน้าเดียว ตรงนี้ผมแอบขำ5555 มียังงี้ด้วยหรอ และก็พูดต่อว่าผม สารพัด
ซึ่งปกติ นิสัยแม่เพื่อนคนนี้ เป็นคนใจเย็น ใจดีนะ ไม่ค่อยตำหนิใคร แต่พอมีสัมผัสที่6 เริ่มต่อว่า ไปทั่ว จนวันที่3 เมษ.ผมไปทำบุญไหว้พระที่วัดอาน บางปลาม้า สุพรรณบุรี ตอนนั้น เริ่มใกล้ถึงจุดแตกหักแล้ว เขาบอกผม ตอนนี้ กำลังแอบดูรูป ผญ.สวยๆ ใช่มั้ย ผมบอก ไม่ได้ดู ผมตอบตามความจริงทุกอย่าง เขาบอก ไม่เชื่อ ยังไง ก็ต้องแอบดู อย่ามาโกหก คนเรียนกฎหมายนะ (แม่เพื่อนคนนี้ไม่ได้จบกฎหมาย แค่รู้นิดหน่อย) ด้วยความรำคาญ หงุดหงิดใจเลย ตอบไปว่า ใช่
แม่เขาบอก นึกแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้ จนตอนเย็น เพื่อนผมที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนัดประชุมวิจัย ก็แชทไปบอกแม่เพื่อนว่า 4 ทุ่มผมประชุมวิจัยนะ เขาบอก เพื่อนผู้ชาย หรือเพื่อนผู้หญิง ผมเลยบอก จะรู้ไปทำไม นี้ถามซอกแซกนะ เขาก็บอกว่า อย่างงี้ต้องโกหกแน่ๆ แม่ไม่เชื่อหรอก
ถามแบบ จะเอากันให้ตายเลยหรือไงว่ะ!!!!! ผมคิด
ขอแนะนำนะครับ (คือ หัวหน้ากลุ่มผมเป็นผู้ชายนะครับ ในกลุ่มผมมี 5 คน ผม เพื่อนชาย 4 รวมผม และเพื่อนหญิง1 คน)
ผมด้วยความหงุดหงิด โมโหเลย รีบบึ่งมาที่บ้าน มาเคลียร์ บอก ถามทำไม อยากรู้ทำไม ล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ เขาบอก ไม่ได้ล้ำเส้น เขาเคยบอกไม่เคยล้ำเส้นผมเลย ผมคิดในใจ และสิ่งที่ทำคืออะไรวะ เขาท่าว่า แน่จริง เอาเบอร์เพื่อนมา เพื่อนผมหัวหน้ากลุ่มบอกมีอะไรหรอ เขาก็โกหก อ้างว่า เขาเป็นแฟนกับผม ผมหงุดหงิดมาก เลยบอกเพื่อนผม(ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่ม ลูกเขานั้นแหละ) บอก เราไม่ไหวแล้วนะ เพื่อนบอก ไม่เป็นไรๆ ผมหงุดหงิดมาก ตะโกนลั่นห้อง อะไรนักหนาว่ะ!!! และผมก็ออกจากห้องไป เขาตะโกนว่า ไม่ต้องกลับมาอีก ผมเลยกลับบ้านไป แต่ไม่วาย เขาก็แชทมาบอกว่า (มาแชทในแชทของเพื่อนผม)ที่คุยกับเพื่อนหัวหน้ากลุ่มเมื่อกี้ไม่ใช่แม่นะ แต่คือกูเอง ท่านพ่อไงละ และเขาก็ด่าผม สารพัด ไอสัสนรก อย่ามายุ่งกับธิดาของกู ด่าจนผมทนไม่ไหว สถานการณ์ตึงเครียด จนเพื่อนผมเรียกผมมาคุยว่า เกิดอะไรขึ้น ผมเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอก ให้บล็อกไลน์ แชทไป
เหตุการณ์ต่างๆ ก็เริ่มสงบ ขึ้น

เรื่องที่ผมเล่ามาอาจจะยาวหน่อยนะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะเรื่องยาวจริงๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่