งานแต่งงานของเรา เราหาเงินกันเองทุกบาทไม่ได้รบกวนพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แต่แม่เราอยากได้สินสอด ถ้าเราไม่ให้ผิดไหมคะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 73
ขออนุญาตชี้แจงให้กระจ่างมากขึ้นนะคะ
ที่คุณพ่อไม่ขอรับสินสอด มันทำให้เรารักคุณพ่อมากขึ้นเป็นล้านเท่าเลยค่ะ เพราะการเลี้ยงดูอบรมของคุณพ่อถึงทำให้เรามีทุกวันได้ และมีชีวิตที่ดีในแบบที่คุณพ่อหวังไว้ ขอแจ้งก่อนเลยค่ะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราพึ่งเรียนจบป.ตรี ไปเมื่อต้นปี 64 ในขณะที่เรียนคุณพ่อไม่เคยแม้แต่จะรับเงินของเราเลยค่ะ ไม่เคยให้เราจ่ายอะไรเลย จนมาหลังเรียนจบ ท่านพึ่งจะยอมให้เราออกค่าใช้จ่าย และดูแลท่านทุกเรื่อง ซึ่งเราดีใจมากค่ะ ที่ได้ดูแลท่าน และเงินสินสอดที่เราได้มา ที่ท่านไม่รับ ก็คงเก็บไว้ทำงาน ทำให้งอกเงย เพื่อนำมาซัพพอร์ตและดูแลคุณพ่อกับครอบครัวค่ะ ตั้งใจไว้แล้วแบบนี้

กรณีเรื่องเงินสินสอด ว่าวางโชว์ หรือ ได้จริงๆ
เราได้จริงๆค่ะ เป็นเงินเราและเข้าบัญชีเราเลย
เงินสินสอดที่มาจากการทำธุรกิจร่วมกันค่ะ และสามียกให้เราทุกบาทเลยค่ะ เค้าถือว่าในเมื่อคุณพ่อไม่รับ ก็ขอแสดงความจริงใจ คือให้เราเลย   ไม่เกี่ยวกับเงินครอบครัวในอนาคต  แต่ทำไมเราถึงบอกว่าเงินนี้ต้องใช้เพราะมีเบบี๋ คือถ้าเราทำแบบนั้นเราคงดูเห็นแก่ได้เกินไปนะคะ ถ้าเก็บเงินไว้เองคนเดียว ไม่เอาออกมาดูแลครอบครัวของตัวเองบ้างค่ะ เหตุผลของเราคือแบบนี้ เราไม่อยากเอาเปรียบสามี เพราะมันคือเงินที่ช่วยกันทำงานมา

สินสอด 2m+(+คือรวมเพชรและทองแต่งค่ะ)​ คือสินสอดค่ะ ไม่รวมค่าใช้จ่ายงานแต่งใดๆ

ใครเป็นคนตั้งสินสอด ตั้งขึ้นเองหรือไม่?
แน่นอนค่ะว่าไม่ได้ตั้งเอง คุณพ่อเป็นคนตั้งสินสอดขึ้นมาค่ะ ประเด็นนี้เราเข้าใจคุณพ่อค่ะ เพราะคุณพ่อเลี้ยงเรามาเป็นอย่างดีจริงๆ การที่ตั้งสินสอดหลักนี้ มันก็เหมือนกับการวัดว่าลูกเขย จะดูแลลูกสาวได้ดี อย่างที่เค้าดูแลมาหรือเปล่า เพียงเท่านั้นเลยค่ะ และสุดท้ายเค้าก็บอกตอนมอบสินสอดเลย ว่า ขอคืนให้บ่าวสาวนำไปทำให้งอกเงยค่ะ ซึ่งสามีก็ยกให้เรา
สามีเราก็ไม่ได้คัดค้านอะไร และเห็นด้วย เข้าใจคุณพ่อเราค่ะ


ถามว่าทำไมเราถึงส่งเงินให้แม่ตลอดระยะเวลาหลายปี
เราบอกตรงๆไม่ได้โหยหาความรักจากแม่เลยค่ะ แทบจะไม่สนิทกันเท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่ว่า ในขณะที่เรากินอยู่สุขสบาย คุณแม่เรากลับลำบากกว่าเรา เราคิดแบบนี้ค่ะ เลยพยายามทำงานแยกจากธุรกิจครอบครัวมาตั้งแต่เด็กค่ะ เพื่อนำเงินส่วนนี้ให้คุณแม่ และครอบครัวฝั่งคุณพ่อจะได้มาว่าเราไม่ได้ ในขณะนั้นเราก็ช่วยแบ่งเบาภาระงานคุณพ่อไปด้วยค่ะ

ที่ตั้งกระทู้ คือเรารู้สึกผิดกับเค้า เพราะเจอคำพูดบางคำพูดที่เราฟังแล้วรู้สึกว่า ที่ผ่านมา เราทำไม่ดีหรอ เราดูแลเค้าไม่พอหรอ แล้วกับคำพูดที่ว่า "การดูแลพ่อแม่คือหน้าที่ของลูก" คำนี้คือเราจุกมากๆค่ะ  เพราะในขณะที่คุณพ่อคนที่ส่งเราเรียน ดูแล สั่งสอน ยังไม่เคยบอกเราแบบนี้เลย เค้าบอกเราแค่ว่า พ่อสอนเรามาดีแล้ว ที่เหลือเราต้องคิดเอง ว่าเราควรใช้ชีวิตยังไง

ทุกอย่างมันชัดขึ้นมากค่ะ

และการได้มาอ่านคอนเม้นท์ต่างๆจากพี่ๆจากทุกคน
คำตอบในใจเราก็ชัดเจนขึ้นมากแล้วค่ะ ว่าเราไม่ได้ผิดอะไรเลยสักอย่าง เราไม่ได้ติดต่อกับแม่มาสักพักแล้วค่ะ แต่ความรู้สึกผิด และความเป็นห่วงยังมีอยู่

ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะคะ ทุกคอมเม้นท์ และเราคงโฟกัสกับลูกกับครอบครัวเรา กับคนที่ควรโฟกัสดีกว่าค่ะ ชีวิตคงมีความสุขมากกว่านี้  ขอบคุณทุกคนจริงๆค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
จขกท ไม่ต้องไปหวั่นไหวกับแม่ ไม่ต้องให้สินสอด ทำเฉย ๆ และเงินเดือนก็ไม่ต้องโอนให้  รอให้เขาสงบก่อน ให้เขาได้รับรู้ว่า ถ้าเขาเรียกร้องในสิ่งที่เกินกำลัง เขาจะไม่ได้อะไรเลย  ถึงตอนนั้นค่อยให้เงิน และกำหนดไปเลยว่าเท่าไหร่ ไม่มีการมาขอมากกว่านั้น

อย่าให้คำว่า อกตัญญู มันมาทำร้ายคุณ  คิดถึงพ่อกับคนที่เลี้ยงดูคุณมาให้มากๆ
ความคิดเห็นที่ 11
"คือ เราแยกกับแม่ตั้งแต่อายุ 1 ขวบกว่าค่ะ ฝั่งพ่อเป็นคนเลี้ยงดู"

มันจบตั้งแต่ประโยคนี้แล้วครับ
ถ้าเค้าไม่เคยเลี้ยงดูออกค่าใช้จ่ายอะไรให้คุณเลย ส่วนตัวคิดว่าการที่คุณให้เงินใช้ทุกเดือนก็มากแล้ว
ความคิดเห็นที่ 23
คุณสปอยล์แม่เองนะครับ
บุญคุณอยู่ที่การเลี้ยงดู แต่นี่ไม่เลย
พอลูกโต กลับมาให้ลูกรับผิดชอบ เห็นแก่ตัวมากเลย
ลูกนะ แทนที่จะโฟกัสฝั่งพ่อที่ดูแลคุณมาตลอด
กลับไปให้ความสำคัญกับแม่ ที่ไม่เคยเลี้ยงดู
สงสารพ่อคุณมากเลยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 14
กตัญญูให้ถูกคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
คุณแม่คุณเห็นแก่ตัวโคตร
เลี้ยงก็ไม่เลี้ยง จะเอาๆๆท่าเดียว
คุณก็ใจดีเกิ๊น เป็นเรามางอแงเหน็บแนม คือเงินรายเดือนไม่ต้องเอาจ้ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่