พระพุทธะกับชาวกรีก และพุทธสายอียิปต์



ที่มา:Sãi Bản Mường
www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=831978590663985&id=100015555556981
ตถนาทรรศก์ ꪵꪫ꪿ꪙꪼꪄꪨ꫁ꪱ
www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=160749192408705&id=100265948457030

“ตํ กึ มญฺญสิ, อสฺสลายน, สุตํ เต: ‘โยนกมฺโพเชสุ อญฺเญสุ จ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ ทฺเวว วณฺณา—อยฺโย เจว ทาโส จ; อยฺโย หุตฺวา ทาโส โหติ, ทาโส หุตฺวา อยฺโย โหตี’”ติ?
“เอวํ, โภ, สุตํ ตํ เม: ‘โยนกมฺโพเชสุ อญฺเญสุ จ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ ทฺเวว วณฺณา—อยฺโย เจว ทาโส จ; อยฺโย หุตฺวา ทาโส โหติ, ทาโส หุตฺวา อยฺโย โหตี’”ติ.
“เอตฺถ, อสฺสลายน, พฺราหฺมณานํ กึ พลํ, โก อสฺสาโส ยเทตฺถ พฺราหฺมณา เอวมาหํสุ: ‘พฺราหฺมโณว เสฏฺโฐ วณฺโณ, หิโน อญฺโญ วณฺโณ … เป … พฺรหฺมทายาทา’”ติ?
______________________________

"ท่านคิดอย่างไรเล่า อัสสลายนะ ท่านเคยได้ฟังมาแล้วบ้างไหมว่าในแคว้นโยนะ แคว้นกัมโพช และในชนบทรอบนอกอื่นๆ มีวรรณะอยู่ ๒ วรรณะเท่านั้น คือ เจ้านายและทาส คนเป็นเจ้านายแล้วกลับเป็นทาสก็มี เป็นทาสแล้วกลับเป็นเจ้านายก็มี?
"ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วอย่างนั้นว่า ในแคว้นโยนะ แคว้นกัมโพช และในชนบทรอบนอกอื่นๆ มีวรรณะอยู่ ๒ วรรณะเท่านั้น คือเจ้านายและทาส คนเป็นเจ้านายแล้วกลับเป็นทาสก็มี เป็นทาสแล้วกลับเป็นเจ้านายก็มี"
"อัสสลายนะ ในเรื่องนี้ อะไรเป็นอำนาจ อะไรเป็นสิทธิในการที่พราหมณ์ทั้งหลายกล่าวอย่างนี้ว่า พราหมณ์เท่านั้นเป็นวรรณะประเสริฐที่สุด วรรณะอื่นๆต่ำช้า ฯลฯ พราหมณ์เป็นทายาทของพรหม?"

- อัสสลายนสูตร มัชฌิมนิกาย 93
https://suttacentral.net/mn93/th/siam_rath



______________________________
ในอัสสลายนสูตร พระพุทธเจ้าได้ทรงโต้ตอบกับพราหมณ์หนุ่มชื่ออัสสลายนะ ผู้รอบรู้พระเวทและมีความสามารถทางการพูดซึ่งได้รับมอบหมายจากพวกพราหมณ์ให้ไปท้าทายพระพุทธองค์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์เฉพาะวรรณะพราหมณ์เท่านั้น (ในขณะที่พระพุทธเจ้าสอนว่าความบริสุทธิ์มีได้แก่ทุกคนทุกวรรณะ) พระพุทธเจ้าได้ทรงยกตัวอย่างมากมายและหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของผู้คนในดินแดนอื่นๆที่ไม่ได้มีระบบสังคมเหมือนอินเดีย แต่มีเพียงสองวรรณะคือนายและทาส ได้แก่ กรีก(โยนะ)* กัมโพช* และดินแดนรอบนอก(ปัจจันตชนบท)อื่นๆ ซึ่งเป็นการยกเหตุผลแสดงว่าระบบวรรณะสี่ที่ถือว่าพราหมณ์สูงสุดนั้นใช้ไม่ได้ในทุกบริบท จึงไม่ใช่ความจริงสูงสุดที่ควรยึดถือ

"โยนะ" (Yona) หรือ "โยนก" (Yonaka) เป็นคำในภาษาบาลีและปรากฤตของอินเดียที่ใช้เรียกชาวกรีก โดยรับสืบทอดผ่านตัวกลางคือชาวเปอร์เซียอีกทีหนึ่ง เปอร์เซียเรียกชาวกรีกว่า "เยานะ" Yauna (𐎹𐎢𐎴) ซึ่งมาจากคำว่า "ไอโอเนียIonia Ἴωνες) คือพวกกรีกทางเอเชียไมนอร์ ฝั่งตะวันออกของทะเลเอเจียน (ปัจจุบันคือตุรกี) เป็นชาวกรีกกลุ่มที่อยู่ใกล้เปอร์เซียที่สุดและได้ตกเป็นอาณานิคมของเปอร์เซียมายาวนาน ต่อมาชาวเปอร์เซียและอินเดียจึงใช้คำนี้เรียกเหมารวมกรีกทุกพวก

เป็นข้อเท็จจริงว่าสมัยพุทธกาล กรีกมีชนสองชั้นคืออิสรชนและทาส
แต่พระพุทธเจ้าซึ่งประทับในอินเดียได้ข้อมูลเกี่ยวกับชาวกรีกในซีกโลกตะวันตกมาจากไหน?

ผู้คนส่วนมากเข้าใจว่าสองซีกโลก กรีกและอินเดียเพิ่งจะเชื่อมโยงถึงกันจากการยกทัพยึดครองอินเดียของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ในปี 334 ก่อนค.ศ. หลังจากที่ทรงบุกทลายเปอร์เซีย ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นหลังจากพุทธปรินิพพานไปแล้วร่วมร้อยปี นักวิชาการบางคนในอดีตจึงสันนิษฐานว่าเนื้อหาในพระสูตรอาจถูกเพิ่มเติมเข้าไปภายหลังยุคอเล็กซานเดอร์ (ปัจจุบันนักวิชาการสากลเชื่อว่าพุทธปรินิพพานเกิดขึ้นในปี 483 ก่อนค.ศ. แต่ในรุ่นใหม่บางท่านเปรียบเทียบแล้วปรับร่นลงมาที่ประมาณ 400 ปีก่อนค.ศ.)

ความจริงเรามีหลักฐานมากเพียงพอที่จะยืนยันว่าชาวกรีกและอินเดียรู้จักกันและกันมานานก่อนหน้านั้นแล้ว อาจจะก่อนพุทธกาลด้วยซ้ำ การมาของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์เป็นเพียงการนำอิทธิพลด้านการปกครองและวัฒนธรรมของกรีกมาสู่แดนอินเดียโดยตรงเท่านั้น หลักฐานต่างๆยืนยันว่าชาวอินเดียในสมัยพุทธกาลสามารถรู้จักข้อมูลเกี่ยวกับชาวกรีกไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย

ในระหว่างการนำทัพผ่านอินเดีย อเล็กซานเดอร์และกองทัพกรีกก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบชาวกรีกตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่จำนวนหนึ่งแล้วในดินแดนที่ห่างไกลแห่งตะวันออกนั้น มีเมืองอาณานิคมของชาวกรีกใน นีซา(Nysa) บริเวณหุบเขาสวาต ใกล้โกหิมอร์, ปากีสถานปัจจุบันปกครองโดยผู้นำคือ อากูฟิส(Akouphis) พร้อมกับชนชั้นปกครองจำนวน 300 คน พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ยังพบกับกลุ่มชาวกรีกที่ปักหลักอยู่สุดมุมตะวันออกของจักรวรรดิเปอร์เซีย ใกล้อินเดียอีกจำนวนหนึ่งในพื้นที่ หมายความว่ามีชาวอินเดียที่เข้ามาในบริเวณนี้ก่อนหน้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแล้ว

ย้อนไประหว่างปี 546-479 ก่อนค.ศ อาณาจักรเปอร์เซียแห่งราชวงศ์อาเคเมนิด(Achaemenid) ได้เข้ายึดครองกลุ่มนครรัฐของกรีกหลายแห่งเป็นเมืองขึ้นในระยะเวลาที่ยาวนานร่วมศตวรรษ ทำให้เปอร์เซียกลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกโบราณที่ครอบคลุมแอฟริกาเหนือ อียิปต์ กรีกทางตะวันตก ผ่านเมโสโปเตเมีย ไปจรดแคว้นคันธาระ และสินธุของอินเดียทางตะวันออก เปอร์เซียมีระบบคมนาคมที่ยอดเยี่ยมในอาณาจักรและมีนโยบายให้เหล่าราชาเจ้าเมืองหรือผู้ปกครองดั้งเดิมได้ปกครองรัฐทั้งหลายต่อไป แต่ผู้ปกครองจากทุกพื้นที่จะต้องนำคณะทูตส่งบรรณาการมายังเมืองหลวงที่เปอร์เซโปลิสเป็นประจำทุกปี ซึ่งนี่เองที่เชื่อมโยงสองซีกโลกจากกรีกสู่อินเดียเข้าด้วยกัน ข้อมูลความรู้และความสัมพันธ์จากสุดขอบจักรวรรดิจะถูกถ่ายทอดแก่กันและกัน ณ เมืองหลวงศูนย์กลางนี้

มีหลายครั้งที่ชาวกรีกแห่งไอโอเนีย(Ionia) และ แอฟริกาเหนือ (ลิเบียเคยเป็นอาณานิคมที่ตั้งหลักแหล่งของชาวกรีก) ในสุดขอบจักรวรรดิด้านตะวันตก ประท้วงต่อต้านการปกครองของเปอร์เซีย ชาวกรีกกลุ่มนี้ก็จะถูกจับตัวส่งไปอยู่สุดขอบอีกมุมของจักรวรรดิทางตะวันออกที่หุบเขาแห่งแบกเตรีย (Bactria ปัจจุบันคืออัฟกานิสถาน) ซึ่งอยู่บนเส้นทางการค้าสายเหนือของชมพูทวีป บางกรณีมีการเนรเทศไปทั้งเมืองทีเดียว
ประมาณ 500 ปีก่อนค.ศ. พระเจ้าดาริอุสที่1 (Darius I) ได้มีบัญชาให้เนรเทศชาวเมืองกรีกทั้งหมดในบาร์กา (Barca) และไซเรนิกา (Cyrenica) ซึ่งไม่ยอมจำนนต่อทัพเปอร์เซียไปยังแบกเตรีย-สุดมุมตะวันออก แทนการฆ่าล้างเมือง นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ชาวกรีกจำนวนมากตั้งรกรากอยู่ใกล้อินเดียยาวนานจนถึงสมัยอเล็กซานเดอร์ในช่วงสองร้อยปีให้หลัง ชาวกรีกที่ตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างเอกเทศในแบกเตรียนี้ได้เอื้อให้เกิดการก่อตั้งอาณาจักรกรีก-แบกเตรีย(Greco-Bactrian Kingdom)ในกาลต่อมา ปี 256 –125 ก่อนค.ศ.

เนื่องจากอินเดียส่วนตะวันตกเฉียงเหนือ (อุตตราปถ) เองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเปอร์เซีย แต่กระนั้นยังคงทำการติดต่อค้าขายมาถึงอินเดียภาคกลาง(มัชฌิมชนบท) ความรู้เกี่ยวกับชาวกรีก-อีกหนึ่งอารยธรรมที่ห่างไกลซึ่งมีการจัดระบบสังคมแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอินเดียจึงแพร่สะพัดมาสู่อินเดียในสมัยพุทธกาล ที่แม้แต่พระพุทธเจ้าทรงทราบข้อมูลนี้ที่ยกมาเป็นข้อโต้แย้งแก่พราหมณ์ได้อย่างดี ในมุมกลับกัน เนื้อหาพระสูตรก็ดูจะแสดงให้เห็นว่าตัวพราหมณ์หนุ่มอัสสลายนะผู้เป็นชาวเมืองสาวัตถีก็รู้ความข้อนี้เป็นอย่างดีเช่นกัน
______________________________

* โยนะ Yona (योन) / โยนก Yonaka (योनक)ในภาษาปรากฤตและบาลี ตรงกับ "ยวนะ" Yavana (यवन) ในภาษาสันสกฤต มาจากคำว่า "เยานะ" Yauna (𐎹𐎢𐎴) ในภาษาเปอร์เซีย ซึ่งก็มาจากคำว่า "ไอโอเนียIonia Ἴωνες) หรือพวกกรีกทางตะวันออกสุด และต่อมากลายเป็นคำเรียกชาวกรีกทุกพวก
*กัมโพชะ(Kamboja) คือดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย แถบปากีสถานและอัฟกานิสถานในปัจจุบัน สันนิษฐานกันว่าน่าจะมีที่มาเป็นพวกอิราเนียนตะวันออก เผ่านักรบบนหลังม้าจากเอเชียกลาง อาจจะเป็นจำพวกเดียวกับกลุ่มศกะ ฤษิกะ อัศวกะที่เอ่ยถึงในวรรณกรรมอินเดีย

* โยน-กัมโพช หรือชาวกรีก(โยนก)และกัมโพชะปรากฏพร้อมกันพบในพระสูตรรุ่นเก่านี้ ไปจนถึงศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชหลายแห่งก็มักจะเอ่ยพร้อมกัน แสดงว่าสองเผ่านี้น่าจะเคยอยู่ร่วมในเขตใกล้กันหรือที่เดียวกัน

ชาวกรีกหรือโยนกจะมีบทบาทสำคัญในทางพุทธศาสนาอีกในศตวรรษต่อๆมา รวมทั้งการสร้างพระพุทธรูปองค์แรกของโลก และการเผยแผ่พุทธศาสนาสู่เส้นทางสายไหมในเอเชียกลาง ก่อนจะเข้าสู่จีน

* เปรียบเทียบพระไตรปิฎกจีน พระสูตรเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ในมัธยมอาคม 151 梵志阿攝惒經 (อัศวลายนสูตร) เรียกทับศัพท์เช่นเดียวกันว่า "โยน-กัมโพชรัฐ" (尼及劒浮國 )
世尊告曰:「我今問汝,隨所解答。摩納!頗聞餘尼及劒浮國有二種姓,大家及奴,大家作奴,奴作大家耶?」
阿攝惒邏延多那摩納答曰:「瞿曇!我聞餘尼及劒浮國有二種姓,大家及奴,大家作奴,奴作大家也。」
「如是。摩納!梵志若正趣者,彼得善解,自知如法;剎利、居士、工師若正趣者,亦得善解,自知如法。」
- 中阿含梵志阿攝惒經第十(第三念誦)
https://www.youtube.com/watch?v=IQATsepKoLE

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่