พุทธประวัติในภาษาอาหรับและคริสต์เวอร์ชั่น

ชีวประวัติของพระพุทธเจ้า ศาสดาของชาวพุทธ-เรื่องราวของเจ้าชายแห่งดินแดนห่างไกลในอินเดียสละความสุขสบายทางโลกเพื่อแสวงหาสัจธรรมกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนจากหลายมุมโลกที่พบปะกันบนเส้นทางสายไหมซาบซึ้งและประทับใจจนเล่าขานกันปากต่อปาก หรือถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ จนแพร่หลายถึงกับไปพ้นขอบเขตความเชื่อและวัฒนธรรมไกลถึงอาหรับและฟากฝั่งยุโรปเลยทีเดียว :

" ยูซาสิฟ (Yuzasif) ... หลังจากที่ท่านได้ออกจากดินแดนแห่งเสาลาบาธ และเดินทางจาริกไปหลายสถานที่ประกาศศาสนาและลุถึงแดนกัศมีระ ท่านได้เดินทางไปที่นั่นและมอบชีวิตใหม่ให้กับหัวใจที่ตายด้านของผู้คนในประเทศนั้น ท่านได้ตายลงในช่วงเวลานั้นเอง หลังละกายที่มีอันจะต้องตายนี้แล้ว จิตวิญญาณของท่านได้ลอยขึ้นสู่โลกแห่งความไม่มีตัวตน ก่อนการตายท่านได้เรียกศิษย์ชื่ออายาบาด ผู้ซึ่งคอยรับใช้ท่านด้วยความซื่อตรงและเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ท่านได้สั่งเสียและเอ่ยว่าถึงเวลาที่ท่านจะต้องละโลกนี้แล้ว เจ้าจงทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์พร้อมเถิด! จงอย่าละเลยสัจจะ จงสำนึกรู้คุณและบูชาสม่ำเสมอ จากนั้นท่านได้สั่งให้อายาบาดเตรียมสถานที่ให้ท่านนอนลง แล้วท่านก็เหยียดขาทั้งสองข้าง นอนตะแคง หันหลังศีรษะไปทางทิศตะวันตกและหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ท่านได้ลาโลกไปในท่านี้"

- Incident of Bilohar and Yuzasif
Kamaaluddin-wa-Tamaamun-Nima Vol.2 shaykh-saduq
Chapter 54: Shaddad and his Paradise, those who had very long life-spans
ตำนานเรื่องบิโลฮาร์และยูซาสิฟ

____________________
• ยูซาสิฟ หรือ ยุซอะสาฟ Yuzasaf( یوضا آصف‎) ในตำนานนี้เป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าอย่างไม่ต้องสงสัย
• ในตำราของอิบน์ บาบาวายะห์ (Ibn Babawayah 923–991) นักปราชญ์เปอร์เซียสมัยศตวรรษที่10 ระบุว่า เสาลาบาธ (Saulabath) นั้นที่แท้ได้แก่เมืองกบิลพัสด์ุ (Kapilavastu)
• ส่วนแคว้น"กัศมีระ แคชเมียร์) เป็นความสับสนในการถ่ายทอดหลายรุ่นจากดั้งเดิมคือ"กุสินารา"
• อายาบาด (Ayabad) ในที่นี้ก็คือพระอานนท์นั่นเอง การจัดที่ปรินิพพานคลาดเคลื่อนไปจากต้นฉบับเดิมแต่ก็เป็นรายละเอียดที่ถูกใส่ใจ (ทางพุทธคัมภีร์ทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายานต่างระบุตรงกันว่าผินพระเศียรทางทิศเหนือและหันพระพักตร์ทางทิศตะวันตก)
• ปัจฉิมโอวาทนั้นชัดเจนแน่นอน "จงทำกิจของตนให้ถึงพร้อมเถิด"
พุทธประวัติถูกถ่ายทอดสู่ภาษาเปอร์เซียในศตวรรษที่ 8 และกลายมาเป็นเวอร์ชั่นอาหรับช่วงศตวรรษที่ 8-10
___________________
๐ การเดินทางของพุทธประวัติจากอินเดียสู่เปอร์เซีย อาหรับ และยุโรป

• พุทธประวัติถูกเรียบเรียงเป็นรูปแบบวรรณกรรมเล่มครั้งแรกในดินแดนคันธาระ แถบอัฟกานิสถาน-ปากีสถานโบราณ ประมาณศตวรรษที่ 1ด้วยชื่อว่า "พุทธจริต" (Buddhacarita) โดยพระอาจารย์อัศวโฆษได้รวบรวมข้อมูลจากพระสูตรและพระวินัยต่างๆมาประพันธ์เป็นบทกวีอันวิจิตรด้วยภาษาสันสกฤต ปรากฏว่าเป็นที่นิยมแพร่หลายจนได้รับการแปลออกสู่หลายภาษา (ในภาษาจีนมีการแปลเมื่อศตวรรษที่ 4)

• ประมาณช่วงศตวรรษที่ 2-4 ศาสนามานีคี (Manichaeism) ซึ่งนับถือพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาองค์หนึ่งในอดีตได้นำเรื่องราวของพระองค์แพร่ขยายสู่เอเชียกลางและตะวันตกประมาณช่วงศตวรรษที่ 2-4 เรียกว่า "โพธิสัตว์ Bodhisattva) ในภาษาสันสกฤต(จารึกสมัยกุษาณพบว่าบางทีใช้เป็นคำเรียกแทนพระพุทธเจ้าด้วย)

• ศตวรรษที่ 8 มีการแปลสู่ภาษาปาห์เลวี(เปอร์เซียยุคกลาง)เรียกว่า Bodisav ในสมัยจักรวรรดิซัสสาเนียนแห่งเปอร์เซีย

• มีการแปลสู่ภาษาอาหรับในช่วงที่มุสลิมอาหรับเข้ายึดเปอร์เซียได้ เวอร์ชั่นอาหรับสมัยศตวรรษที่ 8 และ 10 ได้ใช้ชื่อว่า "Balauhar wa Budasaf" มีการเปลี่ยนชื่อตามท้องถิ่นและสมัยเป็น Budasaf แล้วเป็น Yudasaf จากนั้นก็กลายเป็น Yuzasaf ดังที่เห็นนี้
เวอร์ชั่นอาหรับไม่ได้เป็นการแปลจากคัมภีร์พุทธประวัติโดยตรง ทว่าเป็นการรวบรวมตำนานมาเล่าใหม่และทำการเพิ่มเนื้อหาแนวมุสลิมที่แปลกไปจากเดิม กล่าวคือด้านพระบิดาผู้เป็นกษัตริย์มิได้แต่เพียงกีดกันการออกบวชสละโลกของเจ้าชาย แต่ยังเป็นกษัตริย์ที่นับถือศาสนาบูชาเทพเจ้านอกรีตและได้ทำการประหัตประหารทรมานประชาชนที่นับถือศาสนาของเจ้าชาย ยังคงไว้ซึ่งเรื่องการพบเทวทูต คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ความไม่แน่นอนของชีวิต และเจ้าชายคิดหาทางออกจนพบได้พบกับบิโลฮาร์ (Bilohar) หนึ่งในคณะนักบวชผู้สละโลกจากแดนเสรินดีป (Serindeep-ดินแดนระหว่างจีนกับอินเดีย/เคยเป็นแดนพุทธของอาณาจักรกุษาณ) ผู้แนะนำคำสอนของพระอัลเลาะห์ คำสนทนาระหว่างยูซาสัฟกับบิโลฮาร์มีเค้าโครงของพุทธวจนะสูง ว่าด้วยเรื่องกิเลสทางโลก ความโลภโกรธหลง และการหลุดพ้นทางจิตวิญญาณ เจ้าชายได้กลับมาสนทนากับพระราชาแต่ไม่เป็นผล (บทสนทนาทำให้นึกถึงพุทธจริตของอัศวโฆษ) จากนั้นเจ้าชายได้ปลุกมหาดเล็กเพื่อพาม้าหนีออกไปในตอนดึกเที่ยงคืนและสละเครื่องประดับทั้งหมดให้นายมหาดเล็กนำกลับไปรายงานพระราชา เจ้าชายกลายเป็นนักพรตผู้บำเพ็ญภาวนา จนกระทั่งกลับคืนเมืองด้วยสิริ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยินดีจากประชาชนและพระประยูรญาติ ท่านได้เทศนาทำให้พระบิดากลับใจและจาริกออกสอนธรรมต่อไป

• ศตวรรษที่ 9 พระในคริสตศาสนานิกายออร์ธอดอกซ์ในกรุงเยรูซาเล็มได้แปลสู่ภาษาจอร์เจีย เนื้อหาคล้ายคลึงมาทางฉบับอาหรับแต่ได้เปลี่ยนเป็นเรื่องแบบคริสเตียนเข้าไป ด้วยชื่อว่า โยดาซาฟ(Iodasaph)

• ศตวรรษที่ 10 ยูไธเดมุส(Euthydemus) พระออร์ธอดอกซ์จากเขาเอธอสได้แปลจากภาษาจอร์เจียสู่ภาษากรีก

• ศตวรรษที่ 11 มีการแปลจากฉบับภาษากรีกสู่ภาษาละติน ด้วยชื่อว่า โยซาฟัต (Josaphat) และได้ถูกประกาศยกย่องให้เป็นนักบุญในคริสตศาสนาทั้งในนิกายคาทอลิกและออร์ธอดอกซ์
*แน่นอนว่าพากษ์มุสลิมอาหรับนั้นอยู่ในพื้นที่และระยะเวลาที่ใกล้เคียงต้นฉบับกว่า ทำให้รักษาเนื้อหาดั้งเดิมไว้มากกว่าฉบับของคริสเตียนในยุโรป
--------------------------

Bodhisattva(Sanskrit) --> Bodisav(Persian) --> Budhasaf --> Yudasaf(Arabic) --> Iodasaph(Georgian) --> Ioasaph(Greek) --> Iosaphat/Josaphat(Latin)
โพธิสัตว์(สันสกฤต) --> โบดิสาฟ(เปอร์เซียยุคกลาง) --> บูดาสาฟ/บูธาสาฟ(อาหรับ) --> ยูดาสาฟ/ยูธาสาฟ(อาหรับ) --> โยดาซาฟ(จอร์เจีย) -->โยอาซาฟ(กรีก) -->โยซาฟัต(ละติน)



ที่มา:จาก เพจ ตถนาทรรศก์ ꪵꪫ꪿ꪙꪼꪄꪨ꫁ꪱ 
www.facebook.com/Tathanadarsaka
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่