รู้สึกว่าตรอบครัวไม่ใช่เซฟโซน ผิดไหม?

กระทู้คำถาม
เราอายุ 25 ปี สถานะตกงาน!!
พ่อเเม่เเยกทางกัน พ่อเป็นคนรับผิดชอบส่งค่าเลี้ยงดู ค่าเรียน อื่นๆ พ่อมีครอบครัวใหม่ สิ่งที่ให้ได้ก็คือเงิน เเต่จะไปปรึกษาอะไร ก็ไม่ค่อยได้ๆหรอก
เราไปเรียนที่ จ.นครศรี ฯ จบมาก็ยังว่างงาน ประมาณปีนึงเต็ม จะว่าว่างงานเลยก็ไม่ได้หรอก ก่อนจะย้ายไปตามผู้ใหญ่บอกให้ไป หางานหาดใหญ่ ช่วงนั้นก็ว่างงานยาว พอย้ายไป ก็มีบริษัท 3BB ติดต่อมา เเต่ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่ได้เเล้ว เพราะขนของอะไรไปเเล้ว ก็ว่างงานต่อที่หาดใหญ่ 3 เดือนอีก จนมีงานเข้ามา เป็นงานตรงสายที่เรียนมานี้เเระ เงินเดือน 1,1000 เข้างาน 07:30 เลิก 20:00 ก่อนทำงานต้องเสียค่าประกัน 7000 ทางครอบครัวเลยบอกว่า มันหนักไป จนมาได้งาน พัทลุง เป็นงานที่ลูกพี่ลูกน้องหาให้ ตอนเเรกตกลงกัน 12000 บาท เราก็โอเคนะ คิดๆดูก็ น่าจะเหลือ เเต่พอไปทำได้ ไม่กี่วัน เขาบอกว่าเงินเดือน 9000 นะ เราก็ทำไงได้ ก็ดันย้ายมาเเล้ว เรามาเช่าบ้านอยู่ข้างๆบ้านป้า
ในความคิดเราที่ไม่ยอมไปอยู่ในบ้านป้า ก็คือบ้านป้าพื้นที่มันน้อย เเถมเราไม่ค่อยอยากรบกวนเขามากด้วย ก็เลยเลือกเช่าบ้านอยู่ดีกว่า ป้าก็โอเคนะ ยังช่วยเราออกค่าบ้านให้บางส่วน เราก็ออกค่าที่เหลือ ค่าน้ำ ค่าไฟ เราทำงานได้ประมาณ 2 เดือน ทางบริษัทก็มีปัญหา เจ้าของล้มละลาย ติดหนี้เขาจนต้องเลิกจ้างทุกคน เราก็กลายเป็นคนว่างงานอีก เเต่ระหว่างว่างงาน เราก็รับออกเเบบบ้าง ขายของบ้าง ขายต้นไม้ให้พี่ๆเขาบ้าง เเต่ยอมรับ ว่าเงินมันก็ไม่พอ พ่อเราก็ยังต้องช่วยซัฟพอตอยู่ ระหว่างนั้น เราก็ต้องเหมือนต้องทำงานสองบ้านอ่ะ ทั้งบ้านตัวเอง เเละก็ไปช่วยงานบ้าน บ้านป้าด้วย เเรกๆมันก็ทำได้เเระ พอลูกป้าไม่อยู่ เราก็ต้องไปนอนเพื่อนป้าเเทน ต้องตื่นตี5 ตี6 พาป้าเข้าห้องน้ำ วันไหนป้าจะไปโรงบาล ก็ต้องตื่นมาเช็ดตัวน้ำอุ่นให้ป้า เเต่ตัวให้ เตรียมข้าวให้ เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาหรอก เเต่พอพักหลังๆ พี่ลูกป้าเขาก็ออกบ่อย เดะไปโน้นบ้าง ไปนี้บ้าง ไปร้านกาเเฟกับเเฟน บางครั้งอ้างไปทำงาน เเต่ไปเที่ยว เเล้วให้เราไปอยู่เเทน เเต่พอเราไม่ได้ทำงานนาน เราก็เครียดนะ เรารู้ว่าเขาก็ไม่ค่อยพอใจหรอกที่พักหลังๆเราไม่ได้เขาไปเลย ยอมรับเลย เหมือนคนจะเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย พอพักหลัง เราไม่ค่อยได้ไปบ้านป้าเลย ประมาณ 10 วันได้เเระ เดะทำงานลูกค้า เดะเเพ๊กต้นไม้ บวกกับเราเบื่อๆด้วยเเระ ที่ต้องทำอะไร ตามผู้ใหญ่ไปหมดเลย มันเป็นเลยรู้สึกว่าคงไม่เป็นไรมั้ง จนป้าโทรมาด่าเว้ย ว่าเราทำตัวเหมือนไม่ใช่ญาติ ไม่โผล่หัวไปเลย เเทนมี่จะมาช่วยงาน ก็ไม่มา วันๆอยู่เเบบราชา สั่งข้าวมาทุกวัน ซื้อของมาใส่เต็มตู้เย็นเเต่กินข้าวที่บ้านไม่ได้ ผ้าบอกให้เอามาซักนี้ ต้องไปร้านอ้างผ้าเยอะ มีเหตุผลทั้งนั้น พูดไรไม่ได้เถียงทุกคำ มันคนบาป อายุเท่านี้เเล้วยังเบียดเบียนพ่อ พ่อให้เงินมา ไม่ยอมบอกความจริง ด่าเราเหมือนโกรธกันมาตั้งเเต่ชาติไหนก็ไม่รู้
เราขออธิบายเหตุผลก่อน
1.ที่เราไม่ได้ไปกินข้าว เพราะเราเกรงใจเว้ย เเค่เรามาอาศัยเขา เราก็เกรงใจมากพอเเล้ว เราก็ไม่อยากให้เขาต้องมาสินเปลืองอะไร
2.ที่เราสักผ้าข้างนอก เราสักผ้าครั้งนึง 2 อาทิตย์สักครั้ง ผ้ามันก็เยอะ เเล้วเครื่องซักผ้าบ้านป้า ยิ้มก็เครื่องเล็กนิดเดียว ซัก 10-15 ตัวก็เต็มล่ะ เราเคยไปสักนะ ผ้าเราสักประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าจะเสร็จ กับเราเอาไปสักเครื่องหยอดเหรียญ 40 บาท 30 นาที เเล้วเอาไปตากเอง เราว่ามันคุ้มกว่านะ
3.ที่เราไม่ยอมบอกว่าพ่อโอนเงินมาให้ เพราะป้าไม่อยากให้เราไปขอพ่อเว้ย เขาบอกว่าถ้าไม่มีเงินให้บอกเขา เเต่ต้องเเลกกับการรายงานทุกอย่างว่าเงินเอาไปทำไรบ้าง เราคิดในมุมของคนทั่วไปเลยนะ เรามีปัญหา เราก็ต้องบอกพ่อเเม่สิ เราจะไปบอกป้าทำไม
นั้นเเหละ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ไหวที่จะอยู่ต่ออ่ะ เราไม่อยากพึ่งพาใคร เเล้วมาเจอคำพูดรุนเเรงเเบบนี้ อ่อเราบอกก่อน ตอนที่เรายังไปทำงานบ้านให้ป้าอยู่ พี่ลูกป้าก็บอกว่าเออต่อไปนี้ให้มาเเบ่งงานกันทำ เขาทำไม่ไหว เราก็โอเค บอกมาเลยจะให้เราทำอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าให้มาทำทุกวัน ให้มาทำเป็นกิจวัตประจำวันไปเลย ไม่ใช่มาเพื่อเลียเเขงเลียขา เราก็อึ้งไปนะ เราก็ไม่รู้ว่าเราต้องทำตัวยังไง ช่วงหลังเราก็ไปบ้าง ไม่ไปบ้าง จนเกิดเรื่องที่ป้าด่า เราก็ไปปรึกษาพ่อ ว่าเราไม่ไม่ไหวล่ะนะ เหตุการณ์มันเป็นเเบบนี้ๆนะ พ่อเราก็ว่าเรามองโลกให้เเง่ลบ คนอื่นดุด่าไม่ได้ เเล้วจะสมบูรณ์เเบบได้ไง คำที่เขาบอกเลียเเขงเลียขา เขาพูดเล่น ว่าเราสารพัด สรุปคือเราผิดหมดเลย เราก็เลยบอกพ่อว่า เราจดไปทำงานที่นคร พ่อก็บอกว่า พี่ป้าน้าอา บอกไม่ฟัง ก็จะถือว่าเราปีกกล้าขาเเข็ง จะไม่ซัพพอตเราสักบาท จะไปไหนก็เชิญ เรารู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกยิ้มโหดร้ายมาก เราเคยคิดที่จะอยากฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ เเต่เราก็กลัวว่าถ้าเราตาย เขาจะด่าเราอีกว่าเรายังทิ้งศพให้เขามาเก็บกัน ทุกคนบอกว่าเขาเป็นห่วงเรากันทั้งนั้น ก่อนเกิดเรื่อง เราบอกพ่อว่าเรามีเงิน อยู่ 90 บาทใน บช จนตอนนี้ เขาก็ยังไม่ถามเราสักคำนะ ว่าเราอยู่ได้ไหม กินอยู่ยังไง ผ่านมาอาทิตย์นึงล่ะ เรากินเเต่มาม่าวันล่ะ 1 ซอง เรารู้สึกเหมือนเราโดนบีบให้อยู่ภายใต้อำนาจเหมือนเดิม อายุ 25 เเล้ว เรายังไม่กล้าตัดสินใจอะไรเองเลยในหลายอย่าง พอสุดท้าย เราก็ผิดไปหมด อ่อตั้งเเต่เราอยู่มหาลัย พ่อเราก็ไปพูดคนโน้นที คนนี้ที เรามันจ่ายเงินเก่ง เดือนไหนต้องเสียค่าเทอมนะ เราจะกลายเป็นคนเลวมาก โอ้ยมันเก่งใช้เงินพ่อมันเดือนเป็นหมื่น ๆ เรารู้จากคนรอบตัวเราทั้งนั้น เราไปไหนก็มีเเต่คนเดินมาทักเรา ไงเดือนนี้จ่ายตังพ่อไปกี่บาท มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ เราบอกพ่อว่าเราช่วยพี่ๆเขาจ่ายค่าปุฟเฟด้วย ส่วนของเราก็โดนสวนกลับ ว่าทำตัวว่าตัวเองมีเงินว่างั้น มันกลับเป็นคำเเซะ ไปซะทุกอย่าง เราไม่ได้รู้สึกว่าเขาสามารถที่จะเเก้ปัญหาให้เราได้ เขาจ้องเต่จะว่าเราผิดอย่างนั้น ผิดอย่างนี้ ทุกครั้งที่ปรึกษา มันก็กลายเป็น เพราะเราทำตัวเเบบนี้ เพราะเราทำตัวเเบบนั้น จนเราเเทบเป็นบ้า เรารับงานพิเศษ ใส่ชุดหมี เราก็เสียงาน เพราะไม่มีเงินนั่งรถไปทำ เราไม่รู้จะจับต้นชนปลายยังไงเลย. หรือเราอาจจะผิดจริงๆ ผิดตั้งเเต่เกิด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่