คิดถึง 2 บทที่ 90

กระทู้สนทนา

.

            ไดอารี่ความคิดถึง

             อากาศของเดือนธันวาคมก็ยังหนาวจับใจ และ เดือนนี้เป็นเดือนของวันพ่อด้วย วันที่ 5 ธันวาคม ทางโรงเรียนไม่ได้จัดกิจกรรม ทว่าทางเทศบาลตำบลได้ขออนุญาต ใช้สถานที่ในการจัดกิจกรรมวันพ่อในปีนี้นั่นเอง ขออนุญาตใช้หอประชุม จัดกิจกรรมให้ผู้คนในตำบลได้มาร่วมลงนามถวายพระพร

             ทางโรงเรียนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อนุญาตให้ใช้หอประชุมจัดงานได้ และ ยังให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ให้เข้าไปนั่งในหอประชุมกับประชาชนด้วย โดยวันนี้จะไม่มีการเรียนการสอนใด ๆ ทั้งสิ้น กิจกรรมจะจัดขึ้นแค่ครึ่งวันเท่านั้น

               แต่ละหมู่บ้านจะมีการคัดเลือกพ่อดีเด่นประจำหมู่บ้าน หมู่ 2 คือ คุณตาของบอสเอง ที่ได้รับการคัดเลือกจากคนในหมู่บ้านให้ได้เป็นคุณพ่อดีเด่นประจำปีนี้

                คุณตาของบอสเองก็นับว่าเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ช่วยพัฒนาหมู่บ้าน เป็นพ่อบ้าน เป็นที่นับถือของคนในหมู่บ้านคนหนึ่ง และ อาวุโสที่สุด

              หมู่ 1 เห็นจะเป็นคุณตาโฮ อายุก็ราว ๆ ตาของบอส ตาโฮก็เป็นพ่อบ้านเหมือนกัน เวลามีงานบุญหรืองานประจำหมู่บ้าน ตากับตาโฮมักมีบทบาทด้วยเสมอ เป็นที่ปรึกษาของคนในหมู่บ้าน หากจะจัดงานอะไรขึ้นก็ตามแต่

              วันที่ 5 ธันวาคมพวกเธอไปโรงเรียนกันสาย ๆ ได้ เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ไม่ต้องไปให้ทันเข้าแถว พวกเธอห้าคนพี่น้อง ยกเว้นน้องบีมแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนเรียบร้อย ต้องไปร่วมกิจกรรมวันพ่อในวันนี้กับทางเทศบาลตำบล จัดกิจกรรมแค่ถึงเที่ยงวัน ทว่าคุณครูก็ได้ทำการเช็กชื่อของนักเรียน ใครไม่มาร่วมกิจกรรม จะต้องถูกหักคะแนนจิตพิสัยในส่วนตรงนี้ด้วย

              ตากับยายและน้องบีมตามไปทีหลัง ผู้ใหญ่บ้านจะมารับไปที่โรงเรียนของเธออีกที แปดโมงเช้าเธอกับออยเดินมาถึงโรงเรียน ลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่หน้าหอประชุม นั่งเป็นห้องเป็นชั้นเหมือนเดิม ภายในหอประชุมมีเก้าอี้จัดไว้ให้ผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมนั่ง ส่วนนักเรียนนั่งช่วงท้าย ๆ หอประชุม

              เก้าอี้ตรงด้านหน้าสุดมี 13 ตัว เพราะตำบลของเธอมี 13 หมู่บ้าน เป็นเก้าอี้สำหรับคุณพ่อดีเด่นประจำปีนี้นั่นเอง ตากับคุณตาคนอื่น ๆ ทั้ง 13 คนก็ไปนั่งประจำที่แล้ว เรียงตามหมู่บ้านกันเลย 1-13 หมู่บ้าน

            บอสกับเพื่อน ๆ ต่างนั่งรอชมกิจกรรม ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากมาย ไม่ใช้กิจกรรมของทางโรงเรียน พอถึงพิธีการนายกเทศมนตรีก็มากล่าวเปิดงาน ลงนามถวายพระพร และ ถวายพานพุ่ม ต่อจากนั้นก็เป็นคนอื่น ๆ จำนวนคนที่สำคัญ ๆ ของทางเทศบาลถวายพานพุ่ม ส่วนนักเรียนอย่างพวกเธอและชาวบ้าน รอลงนามถวายพระพรทีหลัง

              หลังจากเสร็จกิจกรรมถวายพานพุ่มแล้ว ก็เป็นการแจกเกียรติบัติให้กับคุณพ่อดีเด่นประจำปี ป้า ๆ ลูกของตาที่อยู่บ้าน ต่างก็มาร่วมงานด้วย รวมทั้งญาติ ๆ ของเธอที่มาในวันนี้ เพื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับตา

              “คุณพ่อดีเด่นประจำปีนี้นะคะ คุณงามความดีของท่าน…” พิธีกรก็พูดไป ซึ่งเป็นคนของเทศบาล ทางโรงเรียนไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ให้ยืมใช้สถานที่เฉย ๆ  “หมู่ 1 คุณตาโฮค่ะ” พิธีกรประกาศรายชื่อเริ่มจากหมู่ที่ 1 ก่อน เสียงปรมมือดังกึกก้องทั่วหอประชุม เมื่อพิธีกรประกาศรายชื่อพ่อดีเด่นคนแรก

               ตาโฮเดินไปรับเกียรติบัตรจากท่านนายกเทศมนตรี ถ่ายรูปแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิม “หมู่ 2 คุณตาเหลื่อม” เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีก บอสปรบมือให้ตาด้วยความยินดีมาก

             “พ่อใหญ่กู ๆ ฮา“ บอสหันไปอวดเพื่อน ๆ ใหญ่เลย

              “พ่อใหญ่เฮ้ยบอสคือนามสกุลคือครูภาษาไทย ม.ปลายแถะเฮ้ย” ปุ้ยสินจัยสะกิดถาม

             “ญาติเรามั้ง! เฮากะบ่อจักคือกัน” เธอตอบ แต่เธอไม่รู้จักหรอก พูดไปอย่างนั้นเอง และ ครอบครัวของเธอก็ไม่ได้เป็นญาติกับคุณครูท่านนี้ด้วย แต่ตาอาจจะรู้จักก็ได้ “พ่อใหญ่กูคนบ้านไคร้เด้ บ้านบึงพุ่นแหมะ นามสกุลหนิมาตะทางพุ่นล่ะ”

             “แถวบ้านเฮามีตะพันธุ์น้อ มีตะถนอม ถนอมนั่นถนอมนี่ พันธุ์นั่นพันธุ์นี่กะว่ากันไป” ตั๊กพูดแทรก พวกเธอนั่งใกล้ ๆ กัน จากนั้นก็นั่งชมกิจกรรมต่อ นั่งปรบมือจนไปถึงคุณพ่อดีเด่นคนสุดท้าย คนที่ 13 ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรมสำหรับวันพ่อปีนี้

              จากนั้นก็เป็นการเก็บภาพถ่ายรูป ระหว่างคุณพ่อดีเด่นกับญาติ ๆ บอสเองก็เหมือนกัน พอเสร็จพิธีแล้ว บอสก็รีบเดินไปหาตา ไปถ่ายรูปกับตาและยายกันเลย โดยลุงถ่ายรูปเก็บภาพให้

              ตาถือเกียรติบัตรถ่ายรูปคู่กับยายก่อน จากนั้นก็เป็นการถ่ายรูปหมู่รวมกับญาติ ๆ ที่มาด้วย รวมทั้งพวกเธอหกคนพี่น้องด้วย ร่วมถ่ายรูปไปกับตา ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน พวกเธอกลับกันเอง ส่วนตากับยายและน้องบีมก็กลับไปพร้อมผู้ใหญ่บ้านเหมือนเดิม

              ก่อนกลับบ้าน บอสแอบเห็นคุณครูท่านนั้น ครูภาษาไทย ม.ปลาย เดินเข้ามาคุยกับตา น่าจะรู้จักกับตานั่นแหละ บอสมองไปเห็นจังหวะการไหว้ตาของครูท่านนั้นพอดี เป็นผู้หญิงมีอายุมากแล้ว อาวุโสรองลงมาจากท่านผู้อำนวยการ นักเรียนทุกคนมักเรียกว่าอาจารย์แม่

              พอเสร็จสิ้นกิจกรรมต่างคนต่างกลับ ก่อนกลับพวกเธอนักเรียนทุกคนต้องมาเช็กชื่อก่อน ไม่อย่างนั้นถือว่าขาดกิจกรรมในวันนี้ ใครเช็กชื่อเรียบร้อยกลับบ้านได้ จากนั้นบอสกับออยก็เดินกลับบ้านด้วยกันเช่นปกติ

              กลับมาถึงบ้านมันเหงาพิลึก พี่ชายทั้งสองคนก็ยังกลับไม่ถึงบ้านเลย ไม่รู้ไปแวะที่ไหนยายก็ไม่ถามหา ส่วนตามาถึงก็แต่งตัวไปนาเลย ไปหาวัวที่ฝากคนอื่นเลี้ยงรอ ส่วนยายกลับมาถึงบ้านก็ขึ้นกี่ทอผ้าซิ่นเลย

            สองฝาแฝดกับจ๋อมก็คงไม่อยู่เหมือนกัน เธอจำต้องอยู่บ้านเล่นกับน้องบีมไปแบบเหงา ๆ อากาศหน้าหนาว สายลมแห้ง ๆ พร้อมแสงแดดยามหนาว มันพาให้ใจเหงาจริง ๆ พี่สาวสองคนก็ไปที่บ้านของตนเองอีก ไม่ยอมกลับมาที่บ้านใหญ่

                บอสคิดว่าจะไปหาออยดีกว่า หลอกยายว่าไปทำการบ้าน ถือสมุดหนังสือไปด้วยยายก็เชื่อแล้ว ให้น้องบีมตามไปด้วยยายยิ่งเชื่อใหญ่

            “ยายบอสถามแหน่ ครูขวัญคือไปไหว้อี่ตา ญาติอี่ตาแมนบ่อ นามสกุลเราคือนามสกุลอี่ตาหนิ” บอสถาม พึ่งนึกขึ้นมาได้จึงถามยายดูสักหน่อย อยากทราบเหมือนกัน

               “แมน! อั่นคนทางบ้านฝายแตกพุ่น ลูกพ่อใหญ่อี่หยังล่ะ ยายจือบ่อได้ถ่าถามตาเอา พี่น้องตานั่นล่ะ” ยายตอบ เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดเลย”ตาว่ามืงคือจือกูได้ว่าสั่น คุณครูเราล่ะหัวเฮ้ย” ยายพูดกลั้วหัวเราะให้เธอฟัง

               “อ่อ! ยายบอสไปหาออยก่อนเด้อ เอารายงานไปเฮ็ด” เธอพูดพร้อมทำเป็นเตรียมสมุดปากกาไปด้วย

             “พี่บอสน้องบีมไปนำเด้อ” คิดไว้ไม่มีผิดว่าน้องบีมต้องขอตามไปด้วย ทว่าก็ไม่ได้ว่าอะไร ขนาดเธอยังเหงา น้องบีมก็คงจะเหงาเหมือนกัน บอสยักคิ้วอนุญาตให้น้องสาวตามไปด้วยได้ สำหรับครั้งนี้

            “ไปกะฮู้จักมาแน่ล่ะ ขั้นไปกะเอาอันหนิไปให้แม่ใหญ่วันนำ” ยายฝากของไปให้น้องสะใภ้ของยายกับเธอด้วย บอสตกปากรับคำพร้อมรับเอาของฝากจากยาย พอเตรียมของเรียบร้อยบอสกับน้องบีมจึงพากันเดินไปหาออยที่คุ้มใต้

              ทว่าพึ่งจะเดินพ้นปากซอยมาได้ไม่ไกลโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้า หยิบมาดูเป็นเบอร์ของแพรวเอง เธอกดรับสายอีกทั้งเดินไปด้วย เดินริม ๆ ถนนที่สุด เพื่อความปลอดภัย

            “ว่า..” เธอกดรับสายแล้วถามสั้น ๆ อย่างคุ้นเคย

            “มืงมาตะโรงเรียนแล้วบ่อ คือนานมาแถะ พวกกูถ่ามืงอยู่เฮือนหนิ พวกกูอยู่เฮือน มืงมาฮอดแล้วบอกเด้อ พวกกูจะไปหา เหงาอี่ฮาอยู่เฮือน” แพรวพูดมาแบบนี้ทำเอาเธอยิ้มกว้างกันเลย ไม่อายรถที่วิ่งผ่านไปมาเลย ขณะที่กำลังจับมือน้องสาวเดินอยู่ เธอหยุดกึกทันที

              “เค! เดี๋ยวกูไปหาพวกมืงสองโตอยู่เฮือนเอง แค่หนิล่ะ” บอสกดวางสายจากพี่สาวอย่างคนอารมณ์ดี “บีมปะเฮามาคืนเมือ พี่บ่อไปหาพี่ออยละ” แล้วบอสก็พาน้องสาวหันหลังเดินกลับบ้าน

             “เอ๋าพี่บอสสิไปไสฮั่น บ่อไปหาพี่ออยแล้วบ่อ” น้องบีมถาม เธอพาไปไหนไปได้หมดในตอนนี้ แค่ยอมให้ตามไปด้วยก็พอ

             “เซาไปแล้ว! ไปเล่นนำอี่แฝด” บอสตอบตามความเป็นจริง แล้วสองคนพี่น้องก็ชวนคอกันเดินกลับมาที่บ้าน เพื่อนำของฝากมาคืนยาย “ออยเค้าไม่ไปหาออยแล้วเด้อ ยายบ่นแหมะ งึดอยู่หนิ” ไม่ลืมที่จะโทรบอกออยด้วย ไม่อยากให้รอ

              “เอ๋าสูคือมาเร็วแถะ ได้เอาของไปให้ใหญ่วันบ่อหนิ” ยายถาม เมื่อเห็นพวกเธอเดินกลับมา

              “บ่อ! บอสไปบ่อฮอด ไค้อยู่ออยโทรมาหาก่อนว่าบ่ออยู่เฮือน บอสเกือบย่างไปฮอดเฮือนน้อหนิ เลยพากันกลับมาหนิล่ะ อ่ะนี่เด้อของยาย” บอสวางไว้แป้นกี่ข้าง ๆ ยาย แป้นกี่คือไม้รองนั่งทอผ้านั่นเอง

              “สิพากันย่างไปให้ฮอดเฮือนยายวันก่อนกะบ่อน้อ ยังเอาคืนมาอยู่” ยายบ่น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นบอสก็บอกยายว่าไปเล่นบ้านลุงวิทย์ ไม่รอฟังคำตอบบอสกับน้องบีมก็เดินไปเลย

             พวกเธอสองคนพี่น้องเดินมาหาสองฝาแฝดที่บ้าน ทั้งสองคนกำลังนั่งกินอะไรสักอย่างอยู่ นั่นก็คือพุทราป่านั่นเอง บอสกำลังอยากกินอยู่พอดี นึกอยากกินมาหลายวันแล้ว วันนี้ลาภปากยิ่งนัก

               “มืงหัวกะมาฮอดบ่อ มากินบักทันส้มน้องบีม” แพรวทักทายพวกเธอสองพี่น้อง

             “อือ! เอาบักทันมาตะไส” บอสตอบพร้อมเดินเข้ามากินด้วยคน น้องบีมก็กินด้วย ที่ม้าหินอ่อนมีถุงพุทราป่าพร้อมพริกเกลือเสร็จสรรพ พวกเธอสี่คนพี่น้องนั่งล้อมวงกันกินพุทราป่าอย่างอร่อย เปรี้ยวปากมาก ๆ

               “พ่อใหญ่วิทย์เก็บมา มืงเห็นอ้ายเม้าส์บ่อนำบอส อ้ายเม้าส์มาแล้วบ่อ” แพรวตอบและถามหาแฟนหนุ่มในคราวเดียวกัน พี่เม้าส์ก็เรียนที่เดียวกันกับเธอ

              “บ่อเห็น! บ่อเห็นไผจักคน แล้วกิจกรรมกูกะมาเลย” บอสตอบ ไม่เห็นพี่เม้าส์จริง ๆ

              “น้องบีมระวังหนอน นี่กินนวยแบบหนิจังบ่อมีหนอน นวยสุกแดง ๆ เละ ๆ มันมักมีหนอน” พิมพ์เตือนน้องบีมด้วยความเอ็นดู น้องบีมก็เชื่อฟัง เลือกลูกเหลือง ๆ ห่าม ๆ จ้ำกับพริกเกลือกิน น้ำมูกก็ไหลไม่หยุดเหลือเกิน จามฟิด ๆ อยู่อย่างนั้นสำหรับน้องสาวของเธอ แก้มแตกเป็นลายเส้นไปหมด

             “น้องบีมสูบขี้มูกกื๊ด ๆ อยู่ เผ็ดบ่อบีม” แพรวท้วงน้องบีมไปอีก

             “หื้อ! บ่อเผ็ด” พูดจบก็ดึงชายเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำมูก พวกเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร หัวเราะน้องบีมปนสงสารด้วย  

              พวกเธอสี่คนพี่น้องนั่งกินพุทราไปคุยกันไป ผนวกกับสายลมเอื่อย ๆ พัดมาให้รู้สึกหนาว ผสมกับแสงแดดอุ่น ๆ ที่สาดส่องเข้ามา มันผสมกันได้อย่างลงตัวที่สุด ทั้งลมทั้งแดด จึงทำให้ในใจมันเหงาว้าเหว่พิลึก บอกความความรู้สึกของตนเองไม่ถูกเลย

              “เอ้อกูกะลืมถาม เก้ากับปุ้มเป็นแนวใดล่ะ” แม้รู้ว่ากลับบ้านกันปลอดภัย เพราะหากเกิดอะไรขึ้น เธอก็คงรู้ข่าวแล้วล่ะ แค่อยากถาม “ฮู้อยู่ว่าขับรถยนต์เป็น ฮู้อยู่ว่าบ้านรวยนั่น กะจักเอามาหยัง กูล่ะคิดนำอยู่เด้อ เห็นว่ากะดาย” บ่นถึงเพื่อนที่ชอบกวนที่สุด

             “ปลอดภัยดี” แพรวพูดกลั้วหัวเราะ “กูฮ่ายมันอยู่ มักคักพาผู้สาวนั่งรถยนต์ กินเบียร์อีกต่างหาก จักไผพามันเฮ็ด” แพรวทั้งบ่นทั้งหัวเราะ คราวนี้พวกเธอก็พูดถึงเรื่องที่พากันไปเขื่อนเมื่อวันก่อนนู้น

              “มูมืงกะเคียดให้กูเด้ กูล่ะหน่าย จักไผสิฮู้ว่าสิไปไส อดว่ามืงชวนกูล่วงหน้าไค้ว่าแหน่ จังว่ากูบ่อบอก อันหนิไผสิฮู้” บอสบ่นไปถึงอีกคน ที่ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่

            “มันถามอยู่ ซางแล้วไผบอกมันบ่ออยู่เฮือนเองน้อ” แพรวก็พูดถึงหน้าตาเฉย ไม่สนใจอะไรเลยสักนิด พวกเธอนั่งคุยกันเพลิน ๆ พี่เม้าส์ก็ขับรถมาหา ทำให้บรรยากาศมันยิ่งครึกครื้นขึ้นอีก เพราะคู่อริมาเจอกัน พี่เม้าส์กับน้องบีม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่