POSTHUMOUS (4)

กระทู้สนทนา

“ผู้คนพากันบ้าคลั่งขึ้นทุกวัน --”

เอ็ดมุนน์เลื่อนนิ้วไปยังข่าวด้านล่าง ที่พาดหัวเอาไว้ว่าเกิดเหตุจราจลต่อต้านเครื่องจักรกล มีภาพระเบิด เปลวไฟ และผู้คนที่บาดเจ็บจำนวนหนึ่งปรากฏอยู่ตรงนั้น “พวกเขาต่อต้านสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง -- ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยคิดว่าหุ่นยนต์ คืออนาคตของพวกเขา คือความศิวิไลซ์ที่เคยเป็นได้แค่ความใฝ่ฝันเท่านั้น แต่แล้วเมื่อทุกอย่างเป็นจริงขึ้นมา พวกเขากลับ --” เอ็ดมุนน์นิ่งคิดหาคำพูดไปเล็กน้อย “หวาดกลัว”

หวาดกลัวงั้นหรือ  --

“คุณหมายความว่าอะไรกัน” ผมถาม

“มนุษย์ทุกคนมีความรู้สึกอันมากมาย” เอ็ดมุนน์พูดช้าๆ “และหนึ่งในความรู้สึกเหล่านั้นคือการป้องกันตัว -- ไม่มีใครอยากถูกแทนที่ -- และไม่มีใครอยากถูกกำจัด -- พวกเขากำลังพยายามป้องกันตนเองจากหุ่นยนต์”

“นั่นไม่จริงนัก พวกเขาทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้ -- ถ้ายังมีประโยชน์ร่วมกัน” ผมแย้ง “ถ้าอย่างนั้น ทุกวันนี้ตำรวจก็คงไม่ต้องมีสายตรวจหุ่นยนต์ และสำนักงานใหญ่ก็คงไม่ต้องมีหน่วยทำลายหุ่นยนต์ เพื่อคานอำนาจกับพวกมนุษย์ และให้มนุษย์วางใจในตัวหุ่นยนต์มากขึ้น ว่าพวกเขาจะไม่ตื่นขึ้นมาเจอหุ่นยนต์ที่คิดการณ์ใหญ่ ทำการกบฏในสังคมนี้ จริงไหม”

“ถ้าอย่างนั้น ทุกวันนี้ก็คงสงบสุข และไม่มีเรื่องโกลาหลขนาดนี้ จริงไหม” เอ็ดมุนน์ว่า “และสำนักงานใหญ่ก็คงไม่ต้องสร้างหุ่นรุ่นใหม่ เพื่อตามไล่ล่าหุ่นรุ่นบุกเบิก ที่เหมือนมนุษย์จนแยกไม่ออก”

ผมนิ่งเงียบไป

“มันบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ คุณยังไม่เห็นอีกหรือ” เขากระซิบ “ตอนแรกเราเพียงป้องกันตัวจากอีกฝ่าย ต่อมาเราไล่ล่าอีกฝ่าย และมาตอนนี้ -- เราต่างพยายามฆ่ากันเองด้วยซ้ำไป -- มันบ้ามากขึ้นเรื่อยๆ --”

เอ็ดมุนน์ยังคงชี้ชัดถึงฉนวนระเบิดระหว่างสองฝ่ายในสังคมนี้ เน้นย้ำถึงความสงบสุขที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น

ไม่อาจมีสองฝ่ายได้ตลอดไป ในสังคมที่มีเพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถผงาดขึ้นมาได้

“คำถามที่คุณถามผมก่อนหน้านี้” จู่ๆเขาก็พูดขึ้น “อีกสิ่งที่ผมไม่อาจเข้าใจได้ -- คำตอบคือชีวิต”

ผมยังคงนิ่งเงียบ

“มันเป็นยิ่งกว่ากระแสไฟฟ้า -- คลื่นพลังงาน -- และ --” ดวงตาของเอ็ดมุนน์ดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ ราวกับจมดิ่งไปในห้วงความคิดของตัวเอง “มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ผมจะเข้าใจได้”

ฉับพลันนั้นเขาก็หวนกลับมาสู่ห้องโถงอันหรูหราแห่งนี้ -- ดวงตาคู่นั้นจ้องมองผมนิ่ง “ตอนนี้คุณยังใหม่เกินไปสำหรับทุกอย่าง -- สำหรับโลกใบนี้”

“คุณคิดว่าผมอายุน้อยมากนักหรือ” ผมถาม

เอ็ดมุนน์ยกแก้วบรั่นดีดื่มอีกครั้ง “คุณยังเยาว์วัย -- เยาว์วัยเกินไปที่จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลนั่น -- หรือแม้แต่บรั่นดีสักแก้ว หรือบุหรี่สักมวน --”

“คุณพูดเหมือนผมไม่มีชีวิต”

เอ็ดมุนน์ทำเพียงยิ้มตอบกลับมา “ไม่” เขาบอก “ผมกำลังบอกว่าคุณไม่ได้ใช้ชีวิตจริงๆต่างหาก”

ผมมองบุหรี่ที่ดับลง --

จากนั้นจึงมองแก้วบรั่นดีตรงหน้า --

“คุณจะล้มเหลวกลับไป พ่อหนุ่ม -- คุณจะไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการจากผม” เอ็ดมุนน์บอก นั่งประสานมือดั่งเดิม ดูสงบมากกว่าจะตื่นตระหนก หรือหวาดกลัว “ระบบของเขาไม่ได้เข้าถึงได้ง่ายอย่างที่คุณคิด ต่อให้คุณจะเข้าถึงระบบของผมไปแล้วก็ตาม -- คุณจะไม่เจอร่องรอยที่คุณตามหาอยู่”

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

“แต่ผมจะไม่หนีคุณ --” เขาบอก “แบบนี้ คุณว่าดีไหม”

ผมพยักหน้า “ผมไม่ต้องการให้เกิดเหตุเป็นข่าวใหญ่โต”

เอ็ดมุนน์ยังคงยิ้มอยู่ “ไม่มีข่าวไหนใหญ่กว่าข่าวนักแสดงสาวคนนั้นตั้งท้องแล้วล่ะ” เขาตอบ ก่อนจะถามต่อไปว่า “คุณจะทำลายผมแบบไหนกัน”

ผมละสายตาจากบรั่นดีที่เขาเพิ่งวางลงไปไม่นาน ก่อนจะสบตามองเขา “ผมเพียงแต่ต้องการข้อมูลตำแหน่งเขาเท่านั้น --”

เอ็ดมุนน์มองแก้วบรั่นดีตามสายตาผม ก่อนจะเข้าใจทุกอย่างในทันที “โอ” เขาร้องออกมาเบาๆ “ไม่ต้องการให้เกิดเหตุเป็นข่าวใหญ่โต --” เขาเอนร่างพิงพนักเก้าอี้บุนวม ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ “ฉลาดดี พ่อหนุ่ม -- ทำไมไม่ลองถามฉันดูก่อนล่ะ”

“คุณจะยอมให้ข้อมูลผมจริงๆหรือ ถ้าผมเพียงเดินมาถามคุณเท่านั้น”

เอ็ดมุนน์ยิ้มที่มุมปาก “ไม่ --” เขายอมรับ “ผมไม่ให้ข้อมูลของคนที่ผมระบุตัวไม่ได้อย่างคุณเด็ดขาด”

จากนั้นก็นิ่งเงียบไป

ผมลุกขึ้น จัดสูทตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเหลือบมองไปรอบๆตัว --

ไม่มีใครหันมามองเรา นอกจากสนใจธุระส่วนตัวของตนเองเท่านั้น

ผมเดินอ้อมโต๊ะกระจกไปทางเอ็ดมุนน์ ก้มลงมองใบหน้าที่นิ่งสงบนั่น ก่อนจะเรียกเขาเบาๆ “เอ็ดมุนน์”

แต่เอ็ดมุนน์ไม่ตอบ

“คุณได้ใช้ชีวิตแล้วจริงๆน่ะหรือ”

หากแต่เขายังคงนอนแน่นิ่งเหมือนเดิม

ผมยกมือขึ้น สัมผัสที่ขมับเขาอย่างแผ่วเบา -- ผมสั่นกระตุกเล็กน้อย เมื่อกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วทั้งร่างของผม -- ผมหลับตาลง พยายามไล่ตามภาพที่ไหลผ่านเข้ามาในความคิดของผม หากแต่คลื่นข้อมูลมหาศาลที่ซัดถ่าโถมเข้ามาในระบบของผมในระยะเวลาอันสั้นนั้น ทำให้ผมสูญเสียการทรงตัว จนเกือบเซล้มลง --

ไม่พบข้อมูลตำแหน่งผู้สร้างนิรนาม --

ผมสูดลมหายใจ -- พยายามควบคุมอารมณ์ตนเองกับความล้มเหลวที่ได้รับ

ผู้สร้างนิรนามไม่ได้ให้คำสั่งกับเอ็ดมุนน์ให้เชิญแขกคนสำคัญมาที่นี่โดยตรง -- เป็นคนอื่นที่ให้คำสั่งกับเขามา

ตอนนั้นเองที่มีข้อความในระบบ ปรากฏขึ้นมาที่ม่านตาของผม

ผมกะพริบตา มองอักษรสีฟ้าเรืองแสงนั้น ที่ปรากฏเป็นข้อความว่า “ระบบคุณตรวจพบหุ่นถูกทำลาย คุณต้องการแจ้งสำนักงานใหญ่หรือไม่”

ผมกด ตกลง -- 

ผมเหลือบมองไปยังใบหน้าของเอ็ดมุนน์ ที่ตอนนี้มีของเหลวสีฟ้าไหลออกมาจากจมูก และกระบอกตาเป็นทางยาว ผมหันไปทางแก้วบรั่นดีบนโต๊ะกระจก
หุ่นยนต์มักจะทำอะไรซ้ำๆ กิจวัตรเดิมๆ -- ใช้แก้วใบเดิม เดินทางเส้นเดิม ไปยังที่เดิมๆของตนเอง -- ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างเป็นระบบ และยากที่จะเปลี่ยน

มันทำให้เขาดื่มบรั่นดีแก้วเดิม แก้วนั้น เยอะเกินไป --

ผมเริ่มสัมผัสได้ถึงกรดที่กัดกร่อนโลหะ หลอมละลาย ออกมาจากร่างของเอ็ดมุนน์

ผมยืดตัวขึ้น เช็ดเลือดออกจากปลายจมูกตนเอง รู้สึกชาเล็กน้อยจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่าง

ผมหมุนตัวออกเดินไปจากล็อบบี้โรงแรม ปล่อยให้บรรดาผู้คนที่เปล่งประกาย และดนตรีที่บรรเลงเบาๆนั้นเป็นเพียงภาพเบื้องหลังตนเอง

หากแต่เสียงของเอ็ดมุนน์กลับก้องกังวานอยู่ในหัวของผม จนผมรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง

เยาว์วัยเกินไปที่จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลนั่น --
หรือแม้แต่บรั่นดีสักแก้ว หรือบุหรี่สักมวน --

ผมรู้สึกสูญเสียการทรงตัวเล็กน้อย หากแต่ก็พยายามรั้งสติตนเองให้เดินออกมาจากอาคารใหญ่นั่นได้สำเร็จ

ผมก้าวสู่โลกภายนอกที่เต็มไปด้วยกระแสลม และสายฝน -- เดินไปตามท้องถนนอันมืดสลัว และเปียกแฉะ ความคิดยังคงดำดิ่งอยู่กับคำถามที่ว่า เขาได้ใช้ชีวิตแล้วจริงๆหรือ

เขาสัมผัสรสบรั่นดี และควันบุหรี่นั่นได้จริงๆน่ะหรือ

รู้สึกตัวอีกที ผมก็หยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าประตูโรงละคร

มันเป็นอาคารเก่าแก่ที่อยู่มานาน ยังมีโครงสร้างแบบเก่าให้เห็นอยู่จากทางด้านนอก -- บานหน้าต่าง และบานประตู ไปจนถึงบันไดทางเข้าอันโอ่อ่า แต่ยังคงมีรอยทรุดโทรมบางตำแหน่ง ราวกับว่าไม่มีใครทำนุบำรุงรักษาเลยสักครั้ง

ผมเห็นโรงละครนี้มาตั้งแต่จำความได้ --

แต่แล้วในตอนที่ผมจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเองอยู่นั้น ใครคนหนึ่งก็ชนกระแทกผมเข้าอย่างแรง จนร่างของผมชนกระแทกเข้ากับผนังอิฐอย่างแรง

ผัวะ!

ร่างนั้นชกเข้าที่หน้าท้องผมอย่างจัง

“แกมันพวกสวะสังคม!!!” เสียงแหบห้าวสบถดังลั่นไปทั่วบริเวณ

บรรดาผู้คนที่เดินอยู่แถวนั้นเริ่มหันมามองผม -- บ้างถอยหนี ตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด หากแต่บางคนกลับชะลอฝีเท้าตนเอง มองเหตุการณ์อย่างอยากรู้อยากเห็น

ผมเงยหน้ามองคู่กรณี ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยแผล หนวดเคราที่ขึ้นไปตามสันกรามนั้นทำให้ใบหน้าเขาดูแข็งกระด้าง และแก้มที่ซูบตอบนั้น ก็ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนโครงกระดูกขึ้นมาชั่วขณะ

“คุณเป็นกลุ่มคนเร่ร่อนหรือ” ผมถามออกไป

“หุบปาก!!” เขาตะคอกเสียงดัง คว้าคอเสื้อผมแน่น “เพราะพวกแก! ฉันถึงตกงาน และชีวิตไม่เหลืออะไรแบบนี้!!!”

ตอนนั้นเองที่ใครคนหนึ่งรีบวิ่งตามมารั้งคู่กรณีของผมให้ถอยห่างออกไป “อย่าทำแบบนี้!!” เขาร้องบอก “ไปกันเถอะ คนเริ่มมุงดูใหญ่แล้ว --”
“เพราะพวกแก สังคมนี้ถึงไม่เหลือพื้นที่ให้มนุษย์อย่างเรา!” ชายคนนั้นยังคงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “พวกแกที่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเศษเหล็กที่ไม่มีชีวิต! ไม่เคยรู้สึกอะไร แม้แต่ความรู้สึกหิวโหย พวกแกเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้สมอง และเพราะพวกแก มนุษย์อย่างเราถึงใกล้จบสิ้นขึ้นทุกวัน!! --”

เขาถูกเพื่อนตนเองกระชาก ให้ถอยห่างออกไปจากผมอย่างรุนแรง

“ไม่ใช่!!!” เพื่อนเขาปรามลั่น “หมอนี่ไม่ใช่ฝ่ายนั้น!!!”

ชายโครงกระดูกสะดุ้งเฮือก ก่อนจะมองผมนิ่ง -- จากนั้นจึงมองริมฝีปากของผมที่แตกเล็กน้อย

“เขาเลือดออก” เพื่อนเขาร้องบอก “เขาไม่ใช่พวกนั้น!!”

พวกนั้นไม่มีเลือดสีแดงแบบนี้ --

แล้วเมื่อสติเข้าร่าง พวกเขาก็พากันถอยหนีจากผม แล้วออกแรงวิ่งฝ่าสายฝน หายตัวไปจากถนนเส้นนั้นอย่างรวดเร็ว

เช่นเดียวกับบรรดาผู้คนทั้งหลายที่ค่อยๆกระจายตัวหายไปในความมืด --

ไม่มีใครอยากจะอยู่ท่ามกลางสายฝน และกระแสลมอันหนาวเย็นมากไปกว่านี้

พลันระบบผมก็ร้องเตือนขึ้น!

ผมมองข้อความที่ปรากฏขึ้นในม่านตาของผม เป็นคำว่า “พบหุ่นรุ่นสูญหาย” ในระยะใกล้

แทบจะในทันทีที่ผมหมุนตัวมองไปทางด้านหลัง -- แวบหนึ่งผมนึกว่าเอ็ดมุนน์ยังไม่ถูกทำลาย และระบบของเขาทำให้ผมตรวจพบ -- หากแต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น

ไม่ใช่เอ็ดมุนน์ที่ปล่อยให้ระบบของผมตรวจเจอ

หากแต่มันเป็นร่างของใครคนหนึ่งที่ยืนดูผมอยู่ในมุมมืดของตรอกแห่งหนึ่ง

ใครคนนั้นจ้องมองผมนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในตรอกอย่างช้าๆ -- ไม่เร่งรีบ --

ต้องการให้ผมตามไปงั้นหรือ

ผมชะลอฝีเท้าเมื่อข้อความขึ้นเตือนว่า “ระดับความอันตาย : ระดับสูง”

ผมงุนงงขึ้นมา -- ใครคนนั้นคือหุ่นยนต์ที่อันตรายสูงงั้นหรือ

ผมมองสำรวจรอบตัว ประหลาดใจเมื่อไม่พบหุ่นตัวอื่นในบริเวณแห่งนี้ -- ใครคนนั้นตั้งใจให้ผมรู้พิกัดเพียงคนเดียวเท่านั้น

ใครคนนั้นต้องการให้ผมตามเข้าไปในตรอก
ใครคนนั้นต้องการอะไรจากผมกันแน่
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่