ฝันหวาน (Sweet Dream) 78

กระทู้สนทนา

.


            ห้าโมงเย็นขณะที่พวกเธอสองคนกำลังหลับอยู่ วันหยุดที่ไม่ได้ออกไปไหนอีกสัปดาห์ อยากนอนทั้งวัน อยากอยู่ห้อง พรนภาจึงไม่ชวนสามีไปไหนเลย กะจะนอนกอดสามีทั้งวันทั้งคืนกันไปเลย กอดให้หายคิดถึง กอดให้หายเหนื่อยกันไปข้าง แล้วค่อยไปรบกับงานใหม่

            “ฮือ… กอดหน่อยค่ะ ตะแคง ๆ หันหน้าไปฝั่งนู้น” เมธีพูดทั้งยังหลับตาอยู่ บอกให้เธอนอนตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่ง ตนเองจะนอนกอด จากนั้นก็สอดมือมากอดเธอ กระชับกอดให้แน่นนิดหน่อย เธอก็ปล่อยให้สามีนอนกอดได้ตามสบาย ถึงแม้จะขัดใจอยู่บ้าง เพราะเธอเองก็อยากนอนกอดเมธีเหมือนกัน

             “อะไรพี่เมธี ฮ่วย… นภาก็ไม่ได้นอนกอดตัวเอง” เธอพูด ทว่าก็ยังนอนตะแคงให้เขากอดอยู่เช่นเดิม

              “เอ๋า! ค่อยสลับกันค่ะ เค้ากอดก่อน งั้นหันหน้ามาจะได้กอดเค้าได้” เขาพูด ทั้งที่ยังหลับตาอยู่ สุดท้ายเธอก็ยอมเขาจนได้ ทว่ากำลังจะเคลิ้มหลับ โทรศัพท์ของสามีรุ่นพ่อดันมีสายเข้าเสียอย่างนั้น และ มันดันวางอยู่ข้าง ๆ เธอพอดี

            “ใครคะ” เมธีถาม มือยังกอดตัวของเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ยังหลับตานอนอยู่ ก็แหงอยู่แล้ว เมื่อคืนเล่นเกมดึกกว่าจะนอนได้ ยิ่งกว่าเด็ก ๆ อีก คนแก่บทจะติดเกมก็ติดเอาเป็นเอาตายจริง ๆ

             “ไม่รู้!” เธอตอบด้วยความขี้เกียจบอกเฉย ๆ ทั้งที่อ่านชื่อภาษาไทยออก โทรศัพท์ก็ยังดังอยู่อย่างนั้น

            “เอ๋าไม่รู้ได้ไง” คราวนี้เขาปล่อยมือที่กอดเธอเอาไว้ ลุกขึ้นเอื้อมมือไปควนหาโทรศัพท์ “โทรศัพท์พี่อยู่ไหนคะ ใครโทรมา จะไม่รู้ได้ไงไม่มีชื่อบ่อ” เขาถามพร้อมหยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์ที่โทรเข้า จากนั้นก็กดรับสาย นอนคุยอยู่ข้าง ๆ เธอกันเลย ไม่ลุกไปคุยไกล ๆ ให้เธอสงสัย เพราะไม่มีความลับอะไรด้วยอยู่แล้ว

            พรนภานอนฟังสามีคราวพ่อคุยโทรศัพท์ ตนเองนั่นพลิกตัวไปนอนกอดสามีแทน เมธีนอนหงายยกมืออีกข้างขึ้นมาหนุนศีรษะ มืออีกข้างจับโทรศัพท์แนบหู ส่วนตนเองนอนกอดลำตัวของเมธีฟังสามีคุยโทรศัพท์เงียบ ๆ ไป

              ฟังไปอย่างนั้นเอง ไม่เคยก้าวก่ายสักครั้ง ถ้าสามีไม่ต้องการที่จะเล่าให้ฟัง ก็ไม่เคยคาดคั้น โชคดีที่เมธีไม่เคยมีความลับด้วยสักเรื่อง เวลามีใครโทรหาที่อยู่ด้วยกันเช่นวันนี้ เมธีก็ไม่เคยหลบไปคุยไกล ๆ เลยสักรอบ

            “อือ ๆ เดี๋ยวไปตอนนี้แหละ รอก่อน ๆ โดน ๆ จังได้มีโอกาสแบบนี้ บ่อไปบ่อได้แล้วเสี่ยว ฮา” เมธีคุยโทรศัพท์ ใครกันโทรหา เพื่อนเหรอ! เพื่อนชวนออกไปข้างนอกแน่ ๆ “แค่นี่แหละ เดี๋ยวออกไปรอก่อนเด้อ” จากนั้นเมธีก็วางสายก่อนจะหันมาจุ๊บริมฝีปากของเธอ แล้วดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่ออาบน้ำ

            “ใครเหรอพี่เมธี” เธอถาม ทราบว่าเป็นเพื่อน แต่ใคร แล้วจะไปไหนอีก

            “น้องลุกมาอาบน้ำค่ะ มาอาบด้วยกันเร็ว เดี๋ยวพาไปเที่ยว” เขาพูดพร้อมยิ้มให้เธอ ว่าแล้วเชียวต้องโทรมาชวนออกไปข้างนอกแน่ ทว่าใครกัน ชื่อที่โชว์หน้าจอก็ไม่คุ้นเลย เพื่อนที่ทำงานของเมธีที่เธอรู้จักไม่มีชื่อนี้เลย “เร็ว ๆ เพื่อนพี่จะรอนาน เดี๋ยวพาไปเปิดตัวกับเพื่อนค่ะ”

             “ใครอีกอ่ะ เพื่อนที่ทำงานพี่เมธีเหรอ” เท่าที่จำได้เพื่อน ๆ ที่ทำงานของสามีเธอก็ทำความรู้จักมาหมดแล้ว ยังจะมีใครอีก เธอลุกขึ้นนั่ง ยอมไปอาบน้ำด้วยกันแบบไม่อิดออด เพราะอยากกระชับเวลา และ ไม่อยากขัดใจกันด้วย ดูท่าทางสามีจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

              “เดี๋ยวเค้าเล่าให้ฟังระหว่างทาง แต่ตอนนี้มาอาบน้ำกันก่อนค่ะ ไม่ไปไม่ได้! นาน ๆ ทีจะได้เจอกันแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อนที่ทำงานค่ะ เพื่อนแถวบ้าน เพื่อนสมัยเป็นบ่าวซำน้อยพุ่น” เขาพูดกลั้วยิ้ม พร้อมยืนรอรับเธอไปอาบน้ำด้วยกัน

             “หืย!” ค่อนขอดให้ หมั่นไส้นัก แต่ว่าพอเมธีบอกว่าเพื่อนสมัยเรียน สมัยเป็นเด็ก เธอก็เริ่มหวั่นใจขึ้นมา ไม่มั่นใจขึ้นมาดื้อ ๆ กลัวไปหมด โดยที่ไม่รู้ว่ากลัวอะไรเหมือนกัน จากนั้นพวกเธอสองคนจึงเดินเข้าห้องน้ำไป

             พวกเธอสองคนอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำ เธอเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นอาบ เปิดฝักบัวอาบเพราะหนาว ส่วนเมธีตักน้ำในถังรองน้ำอาบกันเลย “โอ้ยพี่เมธีตัวเองอ่ะ ตักอาบเบา ๆ หน่อยได้มั้ย นภาหนาวแหมะ น้ำมันโดนนภา”

            “เอ๋า!” พูดสั้น ๆ คำเดียว ไม่พอยังสาดน้ำเย็น ๆ มาใส่เธออีก เธอกรี๊ดลั่นกันเลย ตามด้วยเสียงหัวเราะสะใจของเขา หึหึ ฝากไว้ก่อนเหอะ “รีบ ๆ เลยค่ะ กว่าจะแต่งตัวอีก” เขาพูด

            “จ้า! เสร็จแล้วจ้า ฮ่วย” ค่อนขอดให้สามี เป็นเรื่องปกติของพวกเธอที่บางครั้งอาบน้ำด้วยกันแบบนี้ ไม่อายอะไรกันแล้ว ชอบอาบน้ำด้วยกันมากกว่า จะได้มีเพื่อนคุยระหว่างถูสบู่ พวกเธออาบน้ำเสร็จพร้อมกัน เดินเข้าห้องโถงมาแต่งตัวพร้อมกัน เมธีแต่งตัวครู่เดียวก็เสร็จแล้ว ส่วนเธอต้องใช้เวลานิดหน่อย

           ไม่นานเธอก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย แล้วพวกเธอก็ออกเดินทางกันได้ สถานที่ไปก็ไม่ใช่ที่อื่นไกลเลย ที่ทะเลนั่นเอง “พี่เมธีเราจะไปหาใครเหรอ” เธอถาม ขณะภายในใจยังนึกไปต่าง ๆ นานา กลัวไปหมด  กลัวเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่ากลัวอะไร

             “หาพี่อั๋นค่ะ พี่อั๋นมาบางแสน เพื่อนสมัยมัธยมเค้าเอง ทำไมคะคิดอะไรอยู่เหรอ” เขาพูดระหว่างขับรถ ยกมือขึ้นมาวางบนศีรษะของเธอสักพักก่อนจะปล่อยลง “น้องนภาตัวเองไม่ต้องคิดมากเลยนะ ไม่ว่าในสายตาคนอื่นจะมองแบบไหนก็ตาม น้องคือคนที่พี่รัก เลือก และ ตัดสินใจแล้วนะคะ น้องไม่ต้องคิดมากเลย น้อ…” เขาพูด รู้ความคิดเธออีกแล้ว เพราะช่องว่างระหว่างวัยจึงทำให้เธอมักคิดมากเช่นนี้เสมอ

            เธอพยักหน้า “เรียนมัธยมมาด้วยกันเลยเหรอคะ” เธอถามอย่างสนใจ

            “ช่าย! ตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม.6 เลยค่ะ เพื่อนซี้ ๆ ไม่งั้นพี่จะตกลงไปหามันบ่อ น้านนานจะมีโอกาสแบบนี้ ไม่รู้มาทำไรมาทำธุระมั้ง” เขาตอบ “สบายใจนะคะ ใครว่าอะไร ใครพูดอะไรน้องบอกพี่เลย พี่ไม่แคร์คนอื่นหรอก พี่แคร์หัวใจของพี่มากที่สุดค่ะ”

            กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กว่าจะออกจากคอนโดกันได้ก็ปาไปหกโมงเย็น พวกเธอกำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังบางแสน เพื่อไปหาเพื่อนของสามี ไม่นานก็มาถึง วันนี้คนมาเที่ยวที่นี่เยอะมาก ที่จอดรถไม่ค่อยว่างเลย เต็มตลอดริมหาด สุดท้ายพวกเธอก็ได้ที่จอดรถสักที

             พอหาที่จอดรถได้ เมธีจึงโทรหาเพื่อนว่านั่งอยู่มุมไหนของหาด ให้ส่งจีพีเอสมาให้จะได้ไม่เสียเวลาเดินหา เพื่อนของสามีไปยืนรอที่ร้านสะดวกซื้อ ส่งจีพีเอสมาให้จึงหากันเจอได้ในที่สุด

            “ดึงขึ้นหน่อยเสื้อน่ะ ตัวนี้นึกว่าขายออกไปแล้วยังไม่ได้ขายบ่อ เดี๋ยวกลับห้องหนิจะเก็บทิ้ง ใส่เสื่อแขนยาวเลย รูดซิบเลย” เมธีพูดกับเธอ อะไรกันมาทะเลจะให้มาใส่เสื้อแขนยาวอะไร ทว่าก็ทำตามคำสั่งเหมือนเดิม อะไรที่ทำให้กันสบายใจได้ก็อยากจะทำ ถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ

            “พอใจหยัง ฮ่วย!” เธอรูดซิบเสื้อแขนยาวขึ้น พูดค่อนขอดให้สามีไป เมธียิ้มพอใจก่อนจะเดินจับมือเธอไปหาเพื่อนที่กำลังรออยู่ เดินห่างจากรถที่จอดอยู่ไกลพอประมาณก็มาถึงพิกัดที่เพื่อนส่งให้ จากนั้นเพื่อนทั้งสองคนก็ได้เจอกันสักที ทั้งสองคนทักทายอย่างสนิทกันมาก ๆ ตามประสาผู้ชาย เธอมองพร้อมรอยยิ้ม เพื่อนเก่าเจอเพื่อนเก่า

              เพื่อนของสามีมองเธอพร้อมส่งยิ้มให้ รอยยิ้มและแววตาดูจริงใจดี ทำให้เธอค่อยคลายกังวลลงมาบ้าง ทว่าก็ยังเขินอยู่ดี เมธีแนะนำเธอกับเพื่อน จากนั้นเธอก็ยกมือไหว้ ก่อนจะพากันเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ พอได้ของที่ต้องการแล้วจึงพากันเดินกลับออกมายังเปลนั่งที่จองไว้

              เธอเดินมากับสามีใจสั่นหวิว ๆ พิลึก มันต้องไม่มีแค่พี่อั๋นคนเดียวแน่ ๆ และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย รอบก่อนไปเกาะจันทร์ยังพอทำเนา เพราะเป็นญาติกัน ทว่ารอบนี้ กลุ่มนี้เป็นเพื่อนสมัยเรียน ไม่ได้มีแค่พี่อั๋นคนเดียว แต่มีเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วย

              ทุกคนมองพวกเธอกันใหญ่พร้อมโปรยยิ้มให้ คราวนี้เธอไม่ห่างเมธีเลย และ เมธีเองก็เหมือนจะเข้าใจ ตอนนี้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองมาก เขินมาก ทุกคนลุกขึ้นต้อนรับการมาถึงของพวกเธอ ดีที่ยังมีผู้หญิงด้วย พอหายเขินไปเปราะหนึ่ง

            “สวัสดีค่ะน้องนภา พี่ชื่ออรเด้อ ส่วนลุง ๆ พวกนี้ไม่ต้องไปอยากรู้จักหรอก” พี่อรผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มทักทายเธอ คนอื่น ๆ ที่โดนแซวหัวเราะกันใหญ่ ทำการบ้านมาดีแฮะ รู้จักชื่อของเธอไปอีก ทั้งที่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย เธอคิดในใจ ทว่าก็ดีแล้วล่ะ “นั่ง ๆ ค่ะ ตามสบายนะน้อง เอ้านั่งถะแหมะพี่เมธีขา ฮา” โดนพี่อรแซวไปอีก

                “คะรับ!” เมธีรับมุกไปอีก “น้องนั่งค่ะ” เมธีเขิญเธอนั่ง ทำเอาเพื่อน ๆ ยิ้มกันใหญ่เลย หัวเราะแซวเมธีกันใหญ่เลย กับคำพูดที่พูดกับเธอเมื่อครู่ ทำเอาเธอเขินหน้าแดงมาก ๆ

             “เว้านำมูนั่นน้าไอ้เฮีย บาดเว้านำเมียอิอิ ฮา” พี่อั๋นได้โอกาสแซวสามีของเธอใหญ่เลย “พี่พูดหยอกเด้อน้อง อย่าถือสาพี่เด้อ ตามสบายครับ” พี่อั๋นเจ้าภาพพูด พี่อรผู้หญิงหนึ่งเดียวคนนี้เป็นภรรยาของพี่อั๋นเอง จากนั้นก็เป็นเพื่อน ๆ ของพี่อั๋นอีกสองคน

             เวลานี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรง บางแสนยามค่ำคืนก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนละลานตา พวกเธอนั่งกันที่เปล เมธีกับเพื่อน ๆ คุยกันไป ส่วนเธอนั่งฟัง และ คุยกับพี่อรบ้าง

              ได้ความว่าพี่อั๋นมาทำงานที่นี่ชั่วคราว มาไม่กี่วันเอง พอนึกได้ว่าเมธีก็ทำงานอยู่ที่นี่ จึงรีบโทรชวนให้มาหาเลย ที่รอโทรหาช่วงห้าโมงเย็นกะรอให้เลิกงานนั่นแหละ ถ้ารู้ว่าพวกเธอหยุดกัน ป่านนี้โทรชวนตั้งแต่เช้าแล้ว คืนนี้พวกพี่อั๋นกับพี่อรนอนที่นี่ เช่าโรงแรมอยู่

              พอพี่เมธีได้มาเจอเพื่อน พูดไม่หยุดปากกันเลย แต่ก็ดี นาน ๆ ทีได้เห็นสามียิ้มและมีความสุขแบบนี้ คงจะดีใจไม่น้อยที่เจอเพื่อนเก่า สมัยวัยมัธยม โอกาสแบบนี้หายาก ถ้าเธองอแงไม่ยอมพามา หรือ ไม่ให้มาคงรู้สึกผิดไปตลอด เพราะดูจากแววตาของสามีแล้ว มันมีความสุขที่สุด

            “เมธีพูดว่าอะไรนะเมื่อกี้หนิ เรียกเมียว่ายังไงนะ” พี่อั๋นถาม จะแซวอะไรเธออีก “อ่า น้องนภาคะ นี่! ฮา” พี่อั๋นพูดกลั้วยิ้ม ทุกคนหัวเราะกันใหญ่เลย

            “หาแซวน้องเด้อ ลุงอั๋นก็เป็นแบบนี้ น้องนภาอย่าไปถือสาเด้อค่ะ” พี่อรเอ็ดพี่อั๋นให้เธอ

              “ฮ่วย! จะมาลุงอะไรล่ะ“ พี่อั๋นหันไปค้อนขวับภรรยาคืน “อืมม์ น้องนภาคะ ขับรถเป็นมั้ยคะ” พี่อั๋นถาม เธอส่ายหัวปฏิเสธพร้อมยิ้มให้พี่อั๋น

            “อ้าว! งานเข้าซวยแล้วเมธีมืง ว่าจะชวนยกถี่ ๆ สักหน่อย งั้นไม่ต้องยกแล้ว เดี๋ยวขับรถกลับไม่ได้ เดี๋ยวจะพาน้องนภาทักทายรถคนอื่นเอา กูเป็นห่วงน้องนภาเด้หนิ กูไม่ได้เป็นห่วงมืง” พี่อั๋นพูด เธอกับเมธีก็ยิ้มให้

              “นอนนี่มั้ยล่ะ ยังมีห้องว่างนะ เข้าไปเช็กอินได้เลย ว่าไงคุณเธอ คุณเมธีน้องนภา” พี่อรถามพี่เมธีพร้อมหันมาถามเธอ

             เมธีหันหน้ามามองเธอก่อนจะตอบ “พรุ่งนี้เมียทำงาน”

             “อ่อ ถ้างั้นไม่เป็นไร แค่มาเจอกันก็พอแล้ว” จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันเสียงดังพอประมาณ ทว่าถึงจะเสียงดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครสนใจ เมธีก็จิบ ๆ บ้าง แต่ไม่เท่าไหร่ ไม่ค่อยดื่มเพราะต้องขับรถ ส่วนพวกพี่อั๋นและเพื่อน พอพี่เมธีมาก็เต็มที่เลย

             “พี่เมธี! นอนนี่ก็ได้นะ ตอนเช้าเราก็เช็กเอาท์แต่เช้าก็ได้ แต่ต้องตื่นนะ เพราะวันหยุดนภาหมดแล้ว นภาต้องไปทำงาน” เธอบอกกับเขา “ห้ามเมาค้าง ห้ามตื่นสายก็พอ กลับเจ็ดโมงยังทัน” นึกเห็นใจสามีขึ้นมาดื้อ ๆ อยากให้สนุกไปกับเพื่อน ๆ อย่างที่บอก ไม่ค่อยมีโอกาสแบบนี้เลย โอกาสที่จะได้เจอเพื่อนเก่าไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

             “เอาไงคุณเมธี” พี่อรพูดปนยิ้ม

              “ถ้าเป็นกูนะ เอ้ย! ถ้าเป็นเรา ฮา” คราวนี้ทุกคนหัวเราะกันใหญ่กับท่าทางของพี่อั๋น “ถ้าเป็นเรานะ เมียอนุญาตขนาดนี้ จัดเลยสิครับรออะไร!” พูดจบโดนพี่อรเหวี่ยงค้อนให้วงใหญ่เลยสำหรับพี่อั๋น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่