JJNY : นาทีวิปโยค:10ปีมหาอุทกภัย│สำรวจหอค้า5ภาคก่อนเปิดบ้าน│พะเยาโควิดพุ่ง จว.ไม่เปิดไทม์ไลน์│อ่างห้วยหนองโรงท่วมครั้ง2

ปล่อยทีเด็ด! 'นาทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย' เผยเรื่องในวันนั้นจากปาก 'ยิ่งลักษณ์'
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6682184
 
 
เพื่อไทย ปล่อยทีเด็ด! สารคดี ‘นาทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย’ เรื่องราวจาเหตุการณ์ “น้ำท่วม ปี 2554” เผยเรื่องในวันนั้นจากปาก อดีตนายกฯ ‘ยิ่งลักษณ์’
  
วันนี้ (18 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย เตรียมเผยแพร่สารคดีที่เกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วมช่วงปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า 
 
ครั้งแรกในรอบ 10 ปี กับเรื่องราวของมหาอุทกภัย 2554 กับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” วันนั้น เธอเห็นอะไรวันนั้น เธอคิดอะไร และวันนั้น เธอตัดสินใจบริหารสถานการณ์จนผ่านพ้นมาได้อย่างไร ทำไม เธอถึงบอกว่า “ยิ่งกว่ารับน้อง พอแล้ว!”
  
ในสารคดี “น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย” ที่เผยทุกเรื่องราวในวันนั้นกับ ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทวิดา กมลเวชช และ อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคมนี้ เวลา 20.00 น. ที่เฟซบุ๊ก และ ยูทูบ ของพรรคเพื่อไทย
 


สำรวจหอค้า5ภาค‘เคลียร์ให้ชัด’ ก่อนเปิดบ้าน...รับต่างชาติ1พ.ย.
https://www.matichon.co.th/economy/news_2995756
 
สำรวจหอค้า5ภาค‘เคลียร์ให้ชัด’ ก่อนเปิดบ้าน...รับต่างชาติ1พ.ย.
 
ผู้เขียน ทีมข่าวเศรษฐกิจ
 
วันที่ 1 พฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึงนี้ รัฐบาลประกาศตัดริบบิ้นเปิดรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติบินตรงเข้าไทย แม้ในขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่ระดับหมื่นรายต่อวัน บวกกับหลายความกังวลที่ยังเผชิญกันอยู่ โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ฝืดเคือง แนวโน้มราคาน้ำมันยังสูงปัญหาน้ำท่วม และความไม่แน่นอนทางการเมือง ล้วนเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นของคนภายในประเทศ แต่การปิดประเทศนานร่วม 2 ปี ก็มีผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างหนัก เสียงเรียกร้องเปิดประเทศจึงดังก้องจนในที่สุดรัฐบาลต้องยอมผ่อนคลายมาตรการ ดังนั้น “มติชน” จึงได้สอบถามไปยังภาคธุรกิจผ่านประธานหอค้าไทย 5 ภาคว่ามีมุมมองต่อการเปิดประเทศอย่างไร
 
⦁ ‘เหนือ’พร้อมรับเปิดประเทศ
 
เริ่มจากภาคเหนือ สมบัติ ชินสุขเสริม ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ เห็นว่าสำหรับความพร้อมในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เริ่มเปิดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ผู้ประกอบการภาคเหนือส่วนใหญ่มีความพร้อมและเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีกับผู้ประกอบการ รวมถึงสอดคล้องกับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่เริ่มเปิดให้มีการใช้สิทธิ เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว
 
ขณะที่ปัญหาและอุปสรรคหลักๆ ที่ภาคธุรกิจยังกังวล คือ การขาดแคลนแรงงาน จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นส่งผลให้แรงงานกลับไปทำงานที่ภูมิลำเนามากขึ้น อีกทั้งมองว่าหากรัฐบาลจะใช้มาตรการแจกอย่างเดียวคงไม่ตอบโจทย์ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นคงและยั่งยืนได้ จึงขอเสนอแนะว่าภาครัฐควรมีการสนับสนุนการสร้างงาน เพื่อให้เกิดรายได้มากขึ้น ซึ่งภาคเอกชนเองได้ผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ภาคการเกษตร ถือเป็นจุดแข็งของทางภาคเหนือนอกจากเรื่องการท่องเที่ยว โดยมีการสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการค้าและการลงทุน การจ้างงานเพิ่มขึ้น
 
⦁ ‘กลาง’ชงเพิ่มมาตรการฟื้นฟู
 
สอดคล้องกับความเห็นของ ธวัชชัย เศรษฐจินดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย ฉายภาพว่า ผู้ประกอบการภาคกลางมีความพร้อมแล้วจะรับมือการเปิดประเทศแล้ว เบื้องต้นทางหอการค้าภาคกลางได้ให้ความรู้กับผู้ประกอบการทั้งในส่วนของแนวทางและมาตรการการป้องกันโควิด-19 เพื่อรองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวจะนำร่อง 5 จังหวัด อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
 
ส่วนปัญหาอุปสรรคหลัก คือ การเข้าถึงวัคซีน แม้ภาคกลางจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 51% ของจำนวนประชากรในภาคกลางทั้งหมด แต่ยังไม่ถึงเป้า 70% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว พร้อมกับรัฐต้องเตรียมมาตรการดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากเปิดเมือง เพราะเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้กลับมาเร็วๆ นี้แน่นอน ดังนั้น กลุ่มที่จะสามารถหล่อเลี้ยงผู้ประกอบการได้ช่วงนี้ คือ นักท่องเที่ยวในประเทศ จากนี้รัฐต้องจัดแคมเปญ หรือออกมาตรการสนับสนุนคนไทยท่องเที่ยวเพิ่มจูงใจให้คนไทยใช้จ่ายปลายปีนี้
 
⦁‘อีสาน’จี้รัฐเติมสภาพคล่อง
 
ฟากความเห็นจาก สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นว่า ภาวการณ์เช่นนี้ การเปิดประเทศเป็นเรื่องจำเป็น ปัจจุบันภาคธุรกิจมีความพร้อมแล้วและในหลายพื้นที่ได้เร่งรัดขอรับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐ เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเปิดประเทศ ซึ่งวัคซีนยังเป็นปัจจัยสำคัญอยู่ เพราะเสียงตอบรับจากภาคเอกชนในพื้นที่ภาคอีสานตอนนี้มีความพร้อมที่จะเป็นแซนด์บ็อกซ์เกือบทุกพื้นที่แล้ว ยินดีปรับตัวทุกด้าน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไป
 
ทั้งนี้ สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรคหลักของภาคอีสาน ยังเป็นเรื่องการเข้าถึงวัคซีนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน อยากให้รัฐเข้ามาช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี เพราะช่วงวันหยุดยาวที่กำลังมาถึงนี้กำลังซื้อในประเทศอาจช่วยเพิ่มเงินให้กับธุรกิจไม่ได้มาก อยากให้รัฐช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ต่อนอกจากนี้ หอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เสนอต่อรัฐบาลให้ดึงชาวลาว เป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้อีกด้วย เรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา หากสามารถทำได้ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อภาคอีสาน เพราะชาวลาวมีกำลังซื้อ และเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักที่ช่วยกระจายเม็ดเงินให้กับภาคอีสาน
 
⦁ ‘ใต้’แนะมีคำสั่งเดียวลดสับสน
 
ด้าน วัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ คาดการณ์ว่าในการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มีความเป็นไปได้เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคม วัคซีนเริ่มทยอยเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ เชื่อว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และสมุยพลัส จะเป็นโมเดลที่ดีให้กับพื้นที่นำร่องอื่นๆ ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวได้แน่นอน
 
ส่วนอุปสรรคในการเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว คือจำนวนวัคซีนที่ยังมาไม่ครบจำนวนประชากร และความไม่ชัดเจนของภาครัฐทั้งส่วนกลางและหน่วยงานของจังหวัด เมื่อมีการออกข้อกำหนดในปฏิบัติจะมีบ้างเงื่อนไขเหลื่อมกันอยู่เล็กน้อย ซึ่งปัญหานี้ทำให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดความสับสน หากเป็นไปได้อยากให้ทุกหน่วยงานประสานงานกัน และออกมาเป็นคำสั่งเดียว หรือระบุกฎระเบียบตามสีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดพื้นที่ไว้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนและสอดคล้องกันต่อไป
  
⦁ ‘ตะวันออก’หนุนอัพสกิล-รีสกิลภาคบริการ
 
ด้าน ปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่ตะวันออกส่วนใหญ่อยากให้เปิดประเทศ และอยากกลับมาหารายได้อีกครั้ง แต่ยังกังวลเรื่องการเข้าถึงวัคซีน ปัจจุบันผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วกว่า 60% โดยชลบุรีและฉะเชิงเทราที่รับการฉีดวัคซีนแล้ว 70% ส่วนเข็ม 2 อยู่ที่ 30% ส่วนนี้ต้องเร่งฉีดให้ได้อย่างน้อย 70% ก่อนรับนักลงทุนที่จ่อเข้ามาติดต่อเรื่องธุรกิจในไทย
 
การเปิดประเทศ คาดว่าจันทบุรีจะได้รับอานิสงส์ เพราะขึ้นชื่อเรื่องแหล่งอัญมณี และการเจียระไนพลอยจากต่างประเทศ เมื่อเกิดโควิด-19 ระบาด ธุรกิจต้องหยุดดำเนินการเกือบ 99% เพราะต้องเจรจาและดูสินค้ากันตัวต่อตัว ถ้าเปิดประเทศธุรกิจในจันทบุรีจะกลับมาฟื้นเร็วขึ้น
 
สำหรับอุปสรรคช่วงเปิดประเทศ กังวลว่าภาคธุรกิจที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง จะสามารถกลับมาให้บริการได้ดีเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะช่วงโควิด-19 แรงงานภาคบริการย้ายกลับภูมิลำเนาไปทำอาชีพอื่นเยอะ บางรายอาจไม่กลับมาแล้ว มองว่าภาคบริการกว่าจะฝึกให้มีทักษะและมีใจรักในการรบริการทำได้ยาก ดังนั้น ตอนนี้ภาคบริการจึงควรรีสกิลและอัพสกิล เตรียมพร้อมก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยวแท้จริง โดยรัฐควรมีส่วนช่วยสนับสนุนจัดทำโครงการและทำเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ธุรกิจสามารถกลับมาเปิดบริการได้อย่างสมบูรณ์
 
จากความเห็นเบื้องต้นชี้ชัดในธุรกิจพร้อมเปิดประเทศแล้ว แม้ทางปฏิบัติมีหลายประเด็นที่กังวลแบบซ้ำซาก โดยเฉพาะการเข้าถึงวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่!!



พะเยา โควิดพุ่ง คลัสเตอร์บ่อนไก่-สถานบันเทิง วิจารณ์สนั่น! จังหวัดไม่เปิดไทม์ไลน์
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6682142

พะเยา โควิดพุ่ง คลัสเตอร์บ่อนไก่-สถานบันเทิง โซเชียลชมมหาวิทยาลัยพะเยา ประกาศ นักศึกษา บุคลากร ประชาชน ไปสถานที่เสี่ยง เข้ารับการตรวจฟรี วิจารณ์สนั่น จังหวัดไม่เปิดไทม์ไลน์
 
วันที่ 18 ต.ค 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลัสเตอร์บ่อนไก่-สถานบันเทิง ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จังหวัดพะเยา ช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2564 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากติดเชื้อมาจากนอกจังหวัดแล้ว ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากคลัสเตอร์บ่อนไก่ชน อำเภอปง อำเภอเมือง และสถานบันเทิง เขตตัวเมืองพะเยา โดยยอดผู้ติดเชื้อ 3 วัน รวมทั้งสิ้น 41 ราย
 
ถึงแม้จะมีประกาศจากจังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายโชคดี อมรวัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพะเยา ที่ห้ามเปิดบ่อนไก่ชน และการกำหนดเวลาเปิดปิดร้านอาหาร และห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ก็ตาม
 
ล่าสุดมหาวิทยาลัยพะเยา ออกประกาศให้ นิสิต บุคลากร และประชาชน ที่เดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงโดยฉพาะสถานบันเทิงที่ทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ทำให้มีนิสิตติดโควิด 10 ราย เข้ารับการตรวจคัดกรองฟรี ในวันที่ 18 ตุลาคม 2564 ได้ทันที
 
ทั้งนี้ในโซเชียลมีเดียได้ชมเชย แสดงความเห็นอย่างมากมาย กรณี มหาวิทยาลัยพะเยา ระบุถึงสถานที่เสี่ยงอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางไปสถานที่ดังกล่าวได้ทราบถึงความเสี่ยงของตนเอง ในขณะที่หน่วยงานที่รับผิดชอบระดับจังหวัดพะเยาไม่เปิดเผยไทม์ไลน์ ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่