ฝันหวาน (Sweet Dream) 66

กระทู้สนทนา

.

            “เป็นยังไงบ้างคะ โอเคมั้ย” เขาถามพร้อมจิบกาแฟดูข่าวไปด้วยสาย ๆ ของวันนี้

             เป็นรอบกี่เดือนเท่าไหร่ไม่รู้ที่พรนภานอนตื่นสายที่สุด เมื่อวานไปรับวัคซีนมา มันปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว เมื่อคืนก็ปวดแขนเบา ๆ ไม่อยากจะขยับแขนซ้ายเท่าไหร่นัก เช้านี้ก็นอนไม่อยากตื่นอีก เพียงแต่ร่างกายมันตื่นแล้ว นอนต่อไม่ไหวอีกต่อไป

             เก้าโมงเช้าเธอลืมตาตื่นด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัวหน่อย ๆ ลมหายใจร้อนผ่าว มึนหัวเบา ๆ แทบไม่อยากลืมตาตื่นเลย ทว่าร่างกายมันอยากลุกจากที่นอนแล้ว ลืมตาขึ้นมามองเห็นสามีนั่งที่โซฟาพร้อมกลิ่นกาแฟหอมกรุ่น

             ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวเราะยิ้มออกมาได้คือขนมที่ทานกับกาแฟนั่นแหละ เมธีนำขนมเทียนที่แม่ของเธอฝากมากับญาตินำมาทานกับกาแฟซะอย่างนั้น

             “ขนมอร่อยมั้ยพี่เมธี แทนคุกกี้ได้ไปในตัว” เธอถามปนยิ้ม เข้ากันได้อย่างไรขนมเทียนกับกาแฟ เธอเองก็เคยทาน เข้ากันได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ เขายักคิ้วให้เป็นคำตอบ พร้อมทานโชว์ไปอีกอัน เธอบ่นอยากทานขนมเทียนมานานแล้ว ในที่สุดก็ได้ทานสักที ญาติกลับมาจากบ้านต่างจังหวัดมาถึงเมื่อวานนี้ เธอกับเมธีจึงไปรับของฝากมา

             “อร่อยค่ะ แต่จืดไปนิด ๆ นะ ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ ว่าแต่น้องโอเคมั้ยวันนี้” เขาถามย้ำอีก

             “เอ๋า… ก็นภาสั่งไม่หวานน้อ นภาสั่งแป้งนะคะ แม่ทำสาคูมาให้เฉย วันนี้โอเคค่ะ แขนก็หายปวดละ แต่เหมือนจะมีไข้นะ เหมือนตัวร้อน ๆ ” ตอบสามีปนยิ้มไปทว่าดูเหมือนจะบ่น ๆ ให้ตนเองมากกว่า “กี่โมงแล้วหนิ”

             “เก้าโมงเช้าค่ะ” เมธีตอบ มองภรรยาที่นั่งบนเตียงนอน เผยยิ้มให้กับสาวเจ้าที่หัวฟู ๆ หน้าบึ้งแถมยังมันเยิ้มไปอีก เป็นปกติของคนตื่นนอนใหม่ล่ะ วันนี้ตื่นสายได้แฮะ ปกติถึงจะเป็นวันหยุดพรนภาตื่นสายแบบนี้ที่ไหน ท่าจะมีไข้จริง นึกพลางยิ้มให้กับภาพที่เห็น

             “ยิ้มอะไรล่ะ พี่เมธีตื่นกี่โมง ทำไมตื่นเช้าจัง” พรนภาถาม เมื่อมองเห็นสามีรุ่นพ่อยิ้มให้ตนเอง

             “เค้าตื่นของเค้าปกติแหละ ตัวเองน่ะตื่นสาย”

             “เอ๋าก็มันหนักตัวนี่นา ง่วงนอนมากด้วย มึน ๆ อึน ๆ ด้วยเนี่ย ไม่รู้มึนเพราะไม่สบายหรือนอนเยอะก็ไม่รู้” พูดพร้อมลุกจากที่นอน หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป โดยมีสายตาของเมธีมองตามจนเธอหายลับเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานก็อาบน้ำเสร็จกลับออกมา วันนี้เธอมีแพลนจะออกไปข้างนอกด้วย หลังจากที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่ต้นเดือน

             “พี่เมธีนภาอยากไปร้านกาแฟอ่ะ ออร์ดี้บอกมาสวยมากว่าซั่น” พูดพลางแต่งหน้าไปด้วย เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวนั่งแต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องแป้ง คุยกับเมธีผ่านบานกระจก

             “อย่าให้ออร์ดี้แนะนำบ่อยสิคะ มันไม่ดี เดี๋ยวก็ได้ไป ! ” เขาพูดปนหัวเราะ

             “ทำไมละ !” พรนภาหันขวับมาจ้องคนข้างหลัง ชี้ดินสอเขียนคิ้วเป็นเชิงกำหลาบให้อย่างตลก ไม่ได้จะต่อว่าจริงจังอะไรเลย “นภาจะไปแหมะ เดือนนี้นอกจากไปหาหมอแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปไหนเลย ถึงพี่ออไม่บอกนภาก็เสิร์ชหาเองได้น่า “ พูดพร้อมยักคิ้วให้เมธีผ่านกระจกอย่างเยาะเย้ย

             “แล้วน้องจะไปไหนคะ” เขาถาม

             “ไม่รู้เลย ! “ เธอตอบพร้อมหันมาหัวเราะให้คนเป็นสามี “ก็ยังไม่หาเลยหนิ ร้านที่ออร์ดี้แนะนำมาเขาปิดวันจันทร์ จักมาปิดอะไรวันจันทร์หรอก วันอื่น ๆ มีตั้งเยอะแยะ ฮ่วย”

             “ปิดน่ะดีแล้ว !” เขาพูดลอย ๆ เบา ๆ

             “พี่เมธีตัวเองอยากมีปัญหากับนภาใช่มั้ย” หันเก้าอี้มานั่งเท้าสะเอวคุยกับสามี จ้องใบหน้าขาวสะอาดนั้นไม่กะพริบตา อยากรู้คำตอบว่าต้องการมีปัญหากับเธอใช่ไหมสำหรับวันนี้

             “เปล่าค่ะ ! เกรี้ยวกราดแท้ฮึ เขาฉีดยาอะไรให้คะเมื่อวาน” พูดกลั้วหัวเราะไป กลบเกลื่อนความผิดที่เกือบซวยเพราะคำพูดของตนเอง เพียงพูดไปอย่างนั้น หากภรรยาสุดที่รักรุ่นลูกคนนี้อยากไปไหน มีหรือจะเขาไม่พาไป ตนเองก็ว่าง ก็หยุดพร้อมกันอยู่แล้วเป็นประจำ

             “ฉีดยาพิษสุนัขบ้าให้ เดี๋ยวโดดงับคอเลย พูดไม่เข้าหูเด้อ ฮ่วย ! ชิ” ค่อนขอดให้สามี ก่อนจะหันเก้าอี้กลับมาแต่งตัวเช่นเดิม มิวายจ้องหน้าสามีผ่านกระจกไปอีก ทำเอาเจ้าตัวหัวเราะชอบใจใหญ่

             “มา ๆ มางับตรงนี้นี่อะ” เอียงคอล้อไปอีก ทำเอาพรนภาหัวเราะกับท่าทางของเขาอย่างหมั่นไส้นัก คนแก่นี่กวนประสาทชะมัดในบางครั้ง ชี้หน้าเขาผ่านกระจกก่อนจะเลิกสนใจ พอแต่งหน้าเสร็จก็นั่งเป่าผมโดยใช้พัดลมในการเป่า แทนที่จะได้ไดร์ เพราะจะได้เสิร์ชหาสถานที่ร้านกาแฟด้วยนั่นแหละ อย่างไรเสียวันนี้ก็ต้องออกไปข้างนอกให้ได้ด้วยใจที่อยากไป

             “น้องไม่หิวข้าวเหรอคะ เราออกไปหาไรทานกัน” เขาพูดขณะนอนเอนหลังบนโซฟาดูทีวีรอเธอ

             “ไม่อ่ะนภาปวดหัว มียาแก้ปวดมั้ยขอสักเม็ดหน่อยค่ะ” พูดพลางเป่าผมไปด้วย มือก็ค้นหาร้านกาแฟที่สวยถูกใจที่สุด

             “มีค่ะ เดี๋ยวพี่หยิบให้” เขาเดินไปดูกล่องยาที่มีติดไว้ประจำห้อง หยิบยาแก้ปวดพร้อมน้ำเปล่ามาให้เธอด้วย “ทานยาก่อนทานข้าวเลยบ่”

             “ทานเลยไม่เป็นไรหรอก นภาอึน ๆ ที่หัวอ่ะ “ รับยากับแก้วน้ำจากสามีพร้อมทานเลย ก่อนจะยื่นแก้วน้ำคืนให้ จากนั้นก็ก้มดูร้านกาแฟในโทรศัพท์ต่อ “โห่พี่เมธีร้านที่สวย ๆ ปิดวันจันทร์กันทั้งนั้นเลย ทำไมต้องปิดวันจันทร์ด้วยหนิ” ดูไปบ่นไป ร้านที่เข้าตาดันปิดวันนี้เสียนี่ ร้านอื่น ๆ ที่ไม่ปิดก็ไม่ค่อยเข้าตา ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก ไม่อยากไป ! แต่ จะไปให้ได้สำหรับวันนี้ ไหน ๆ ก็หยุดแล้ว ก็ยังไม่ได้ไปสร้างคอนเทนท์กับร้านกาแฟสักที่เลยสำหรับเดือนนี้ ไปสร้างคอนเทนท์แต่กับโรงพยาบาล

            “ค่อยไปหยุดหน้าก็ได้นี่คะ ถ้าจะไปก็รีบ ๆ เลยน้องจะไปที่ไหน นี่ก็สิบโมงจะสิบเอ็ดโมงแล้วค่ะ” เขาพูด

             “ยังไม่รู้เลยค่ะ ตัดสินใจไม่ได้ ร้านที่ถูกใจก็พากันปิดวันจันทร์หมด มีแต่ร้านที่ไม่ค่อยเท่าไหร่อ่ะที่เปิด” พูดด้วยอาการเซ็ง ๆ เป่าผมไปพลางเสิร์ชหาร้านกาแฟไปพลาง

             “ร้านไหนก็ไปก่อนก็ได้ค่ะ วันหลังค่อยไปร้านที่ชอบเนอะ” พูดปนยิ้มพร้อมลุกเดินมาหาเธอ หอมไปฟอดหนึ่ง ทำเอาเธอต้องหยุดเป่าผมเหวี่ยงสายตาให้ไปที คนกำลังเป่าผมอยู่มากวนอยู่ได้ ทว่าก็ให้อภัยที่พูดเข้าหูเมื่อสักครู่นี้

             และแล้วเธอก็ตัดสินใจไปร้านกาแฟร้านนี้ ทั้งที่ใจไม่อยากไปนัก อยากไปร้านริมเลต่างหาก แต่ร้านนั้นมันปิดวันจันทร์ จำใจต้องไปร้านนี่แทนจากการที่เปรียบเทียบกับร้านอื่น ๆ ที่เปิดให้บริการในวันนี้แล้ว ร้านนี้แหละสวยที่สุด

             “พี่เมธีเราไปร้านมองช้างกันค่ะ” เธอพูดพร้อมเงยหน้ามองคนเป็นสามี “ชื่อร้านมองช้างคาเฟ่ มีการแสดงโชว์ให้ดูด้วยนะคะ ที่พัทยาค่ะ”

             เขายักคิ้วให้กับภรรยา “ไปก็ไปค่ะ รีบ ๆ แต่งตัวเลยค่ะ พี่เสร็จตั้งนานแล้วหนิ คนอะไรตื่นสาย”

             “คนที่รักเธอ บู้ย ! ฮา “ ทั้งเธอและเขาต่างหัวเราะให้กันและกันกับมุกของเธอ

             “ฮื้ย ! มาหอมอีกแน่เว้าคือแถะวะ” เมธีพูดพร้อมถลาเข้าหอมแก้มของเธอไปอีกหนึ่งฟอด

             “โอ้ยพี่เมธี ฮ่วย ! นภาก็เลยจะแต่งตัวไม่เสร็จสักที” ค่อนขอดให้สามีคราวพ่อไป คนอะไรขี้แกล้งชะมัด แล้วก็มาบ่นว่าคนอื่นแต่งตัวช้า ก็ตนเองชอบแกล้งอยู่แบบนี้

             “เอ๋า ! ก็คนมันรักน้อหอมบ่ได้บ่ รีบ ๆ เลยค่ะ ”

             “พุ่นเห็นบ่ ! ปานนั่นมาเร่งเขา จะของมากวนเขาอยู่ ชิ ! “ บ่นให้กับเขา “แป๊บ ๆ นภาหนีบผมแป๊บค่ะ” พูดจบก็ลุกไปหนีบผมสักหน่อย ดีกว่าปล่อยไปฟู ๆ จากนั้นพอทุกอย่างพร้อม เสื้อผ้าหน้าผมพร้อม ทั้งสองคนจึงออกเดินทางกันได้

             “พี่เมธีจะเปิดจีพีเอสไปตั้งแต่ที่นี่เลยหรือว่าไปถึงพัทยาก่อนค่อยเปิด” เธอถามเพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ไปมองช้างคาเฟ่ ทุก ๆ ร้านนั่นแหละที่พวกเธอเสิร์ชหากันไปเอง เป็นครั้งแรกทุกร้านเสมอ

             “อือ… เปิดไปตั้งแต่ที่นี่ก็ได้ค่ะ”

             “เอาโทรศัพท์พี่เมธีนะเปิด เพราะเดี๋ยวของนภาแบตหมดก่อนได้ถ่ายรูปพอดี” หันมาหลับตาปริบ ๆ ให้สามีภายในรถ ก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถขับออกไป เพราะถึงหากโทรศัพท์ของเมธีแบตหมดก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะกล้องถ่ายรูปสวย ๆ โหลดมาไว้ที่โทรศัพท์ของเธอหมดแล้ว

             “เขาหยุดเขาทำงานอยู่เด้อค่ะ เหลือแบตไว้ให้พี่อ่านไลน์กรุ๊ปแน “ เขาพูด

             “นภากลัวแบตหมดไง พาวเวอร์แบงค์ของนภาหายไปไหนก็ไม่รู้หนิ หาไม่เจอ “ เธอบ่น หาทั่วห้องแล้วก็หาไม่เจอ

             “ไม่ใช่ลืมไว้ที่ทำงานเหรอคะ แต่เอาเครื่องของพี่เปิดก็ได้ค่ะ เปิดเลย” เขาบอก จากนั้นพรนภาก็จัดการพิมพ์ชื่อสถานที่ ๆ จะไปในกูเกิลจากนั้นก็ขอเส้นทาง แล้วจีพีเอสมันก็บอกเส้นทางไปร้านกาแฟนั้นกับพวกเธอสองคนเรื่อย ๆ

             “มองช้างนี่มันมีช้างจริง ๆ ด้วยเหรอน้อง ทำไมชื่อมองช้าง” เขาถามขณะขับรถมุ่งหน้าไปยังพัทยา

             “ช่าย ! น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ นภาดูในเพจร้านอ่ะ”

             “อ้อ !” พวกเธอเปิดเพลงฟังไปด้วยขณะขับรถ เปิดฟังเบา ๆ เปิดเพลงที่พรนภาชอบฟังมากกว่าเพลงของเมธีชอบฟัง เจ้าตัวก็ไม่ขัด ฟังตามเธอได้เสมอ พร้อมคุยกันไปถึงหลาย ๆ เรื่องราว คอยฟังจีพีเอสบอกเส้นทางไปทุกระยะ ๆ ด้วย นี่ก็จะเที่ยงแล้ว พอดีเลยไปทานข้าวเที่ยงที่นั้นด้วยเลย

             แอบมองสามีรุ่นพ่อที่น่ารักที่สุด ที่ตามใจ ที่พามา ขนาดบ่นยังพามาอีก คนอะไรน่ารักที่สุด ขับรถให้เที่ยวทุกที่เลย ไม่ให้รักที่สุดได้อย่างไรไหวล่ะ กับผู้ชายที่ชื่อเมธีคนนี้

             “แอบมองเค้าทำไมคะ” เขาหันมาพูดพร้อมยกมือซ้ายขึ้นมาวางบนศีรษะของเธอ

             “เปล่าค่า” ตอบปฏิเสธปนยิ้มไป ทว่าภายในใจตอบว่า “มองตัวเองนั่นแหละที่รักของเค้า”…

จบบท…
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่