JJNY : 4in1 12จว.-กท.เตรียมรับมือน้ำท่วม│ญี่ปุ่นส่งแอสตร้าฯอีก3แสนโดส│คาด‘ไข้หวัดใหญ่’ระบาดช่วงนี้│อาหารกระป๋องแบกต้นทุน

ปภ. แจ้ง 12 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา-กรุงเทพฯ เตรียมรับมือน้ำท่วม
https://www.thairath.co.th/news/local/2203681
 
 
วันที่ 26 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น. นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำกับกรมชลประทาน พบว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนตกสะสมอย่างต่อเนื่องบริเวณประเทศไทยตอนบน และคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2564 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ทำให้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้น
 
โดยคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,400-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานได้ใช้การบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งตัดยอดน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่ง แต่ยังจำเป็นต้องปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ระหว่าง 2,400-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.30-1.00 เมตร ระหว่างวันที่ 26-29 กันยายน 2564 ในบริเวณลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
 
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 12 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
 
โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหารริมน้ำ แพเรือโดยสารสาธารณะ เป็นต้น และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม และระมัดระวังอันตรายจากการสัญจรทางน้ำ ตลอดจนประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.
 


 
ญี่ปุ่นส่งถึงไทยแล้ว! แอสตร้าฯ ล็อต 3 อีก 3 แสนโดส รวมให้แล้ว 1.65 ล้านโดส
https://www.khaosod.co.th/covid-19/news_6641835
 
ญี่ปุ่นส่งถึงไทยแล้ว! แอสตร้าฯ ล็อต 3 อีก 3 แสนโดส ในวันครบรอบ 134 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น รวมให้แล้ว 1.65 ล้านโดส
   
วันที่26 ก.ย.64 ทวิตเตอร์ กระทรวงการต่างประเทศ | MFA of Thailand ทวีตข้อความและภาพ เป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ญี่ปุ่นส่งมอบให้ไทยในล็อตที่ 3 จำนวน 300,000 โดส โดยส่งมาถึงไทยแล้ว
 
โดยระบุว่า วัคซีนแอสตราเซเนกา ล็อตที่ 3 จำนวน 300,000 โดส จากญี่ปุ่นเดินทางถึงไทยแล้ว ในวันครบรอบ 134 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น รวมวัคซีนที่ญี่ปุ่นมอบให้ไทยแล้ว 1.65 ล้านโดส
 
สำหรับประเทศญี่ปุ่นจะสนับสนุนประเทศไทย ซึ่งเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” ของญี่ปุ่นอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาสถานการณ์การติดเชื้อของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย
 

 
‘ควบคุมโรค’ คาด ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาดช่วงนี้ ชี้ฝนตก-ความชื้นสูง แนะผู้ฉีดวัคซีนโควิดรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_2959785

‘ควบคุมโรค’ คาด ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาดช่วงนี้ ชี้ฝนตก-ความชื้นสูง แนะผู้ฉีดวัคซีนโควิดรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย
 
เมื่อวันที่ 26 กันยายน กรมควบคุมโรคออกรายงาน “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์” ฉบับที่ 34/2564 ประจำสัปดาห์ที่ 39 (วันที่ 26 ก.ย.-4 ต.ค.64) ระบุว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-19 กันยายน 2564 พบผู้ป่วย 8,941 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือเด็กเล็กอายุแรกเกิด-4 ปี รองลงมา คือ 25-34 ปี และอายุ 15-24 ปี จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุบลราชธานี พิษณุโลก เชียงราย ตาก และกระบี่ ตามลำดับ
 
การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้จะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้อากาศเริ่มเย็นลง และมีความชื้นสูงขึ้น อาจส่งผลให้โรคแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำงานในอาคารปิด ใช้ระบบหมุนเวียนอากาศร่วมกัน รวมถึงการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้คนแออัด
 
กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยตนเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์และโรคโควิด-19 โดยการสวมหน้ากากตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย
 
หากมีอาการป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ เนื่องจากหากติดเชื้อ 2 โรคนี้พร้อมกันจะทำให้อาการทรุดหนักและอาจเสียชีวิตได้
 
สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน และให้ฉีดห่างกัน 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดบวม ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยลงได้
 
ขอเชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน คือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมี BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน และที่สถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
 
ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่