สัญญาอมตะ ตอนที่ 7

กระทู้คำถาม
ทันทีที่ความเจ็บปวดคลี่คลายเซธก็เข้าสู่ภวังค์ฝันทันทีเพื่อหลบหนีความทารุณของคำสาป เขานั่งอยู่บนพื้นไม้ในบ้านด้วยมุมมองเตี้ยเกินกว่าจะเป็นของผู้ใหญ่ รอบด้านเต็มไปด้วยเปลวไฟลุกโชน ด้านข้างมีศพชายหญิงนอนจมกองเลือด ตรงหน้ามีชายท่าทางน่ากลัวยืนเงื้อมีดเตรียมแทงลงมาราวสัตว์ร้ายกำลังจะสังหารเหยื่อ! ทว่ามีคนมาช่วยเหลือด้วยการจับผู้ถือมีดโยนเข้ากองไฟอย่างฉุนเฉียว ท่านผู้นั้นในชุดทูนิกอย่างเคยมองลงมาอย่างเวทนาสงสาร
 
            “ขอโทษที่มาช่วยเอาตอนนี้ ไม่อ้างล่ะนะว่าติดงาน” ฝ่าบาทของเซธในความฝันอุ้มเขาพาดบ่าแล้วปลอบประโลม “หากข้าไม่เข้ามาเพดานห้องต้องร่วงทับท่านก่อนคนจากข้างนอกมาช่วยทันแน่ ชะตาของท่านนี่น่าเศร้าเป็นบ้าเลย หมดนั่นมาเจอนี่”
 
            “มารับข้าหรืออิกริด กำลังรออยู่เลย ขอบคุณมาก” 
 
            เสียงของเซธในความฝันทำให้ท่านผู้นั้นหยุดก้าวเท้าทันที เซธเชื่อว่านั่นต้องเป็นเขาแน่ผู้ปกครองของเขาถูกฆ่าจนต้องไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าตอนเพิ่งหัดพูด แต่เขาจำเรื่องตรงหน้าไม่ได้แถมยังเรียกชื่อท่านผู้นั้นอย่างสนิทสนมอีก หรืออาจเป็นความทรงจำของคนอื่นเหมือนคราวก่อน
 
            “อย่างนั้นข้าจะทำให้มั่นใจว่าท่านลืมทั้งหมดนั่นเอง ท่านจะเป็นอนาทอลตลอดไป ท่านชอบชื่อนี้ที่ข้าตั้งให้ ดังนั้นข้าจะเรียกมันต่อไปเรื่อย ๆ ตามใจอยาก และจะคอยมองดูท่านจนกว่าทุกอย่างจะจบสิ้น” 
 
            มือของท่านผู้นั้นวางลงบนหัวของเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน ภาพความฝันดับลงอย่างผิดธรรมชาติ ท่ามกลางความมืดเซธได้ยินเสียงท่านผู้นั้นสนทนากับใครบางคนอยู่ เป็นเสียงที่คุ้นจนบอกไม่ถูก สติของผู้เป็นอมตะอ่อนกำลังเกินว่าจะนึกเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ออก
 
            “จะไหวไหม มันผิดพลาดตั้งแต่ตอนนั้น” เสียงที่หนึ่งเป็นของท่านผู้นั้น สามารถสัมผัสอาการลังเลได้จากน้ำเสียง
 
            “เจ้าเปลี่ยนมันไม่ได้แล้ว สายไปแล้ว” เสียงที่สองเรียบเฉยอย่างน่าแปลกใจ ท่านผู้นั้นจุ๊ปากเบา ๆ
 
            “มันก็เหมือนสร้างปราสาททรายนั่นล่ะ ถ้าใช้ไม่ได้ก็ทำใหม่จนกว่าจะสมบูรณ์” ท่านผู้นั้นตอบอย่างมีมานะ 
 
            “เจ้าทำเหมือนเล่นสนุก” เสียงที่สองปรามขึ้นอีก “ถ้าจะลองใหม่ก็คงต้องทำอย่างนั้นตลอดไปชั่วนิรันดร” 
 
            “อย่างนั้นข้าคงต้องปรับเปลี่ยนเท่าที่ทำได้ ร่วมเวรร่วมกรรมกันมาจนป่านนี้แล้วนี่” น้ำเสียงของท่านผู้นั้นแฝงความเอาแต่ใจเอาไว้ “จากนี้เขาจะต้องไปอยู่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะผู้ดูแลโดนฆาตกรนั่นฆ่าไปแล้ว ข้าจะช่วยหาครอบครัวดี ๆ มารับเลี้ยงก็แล้วกัน จากนั้นก็สิ่งที่ท่านต้องการเป็นอันดับต่อไป...เครื่องดนตรี...”
 
            แผนการของท่านผู้นั้นในความฝันพร่าเลือนแล้วถูกแทนที่ด้วยแสงสีขาวของความเป็นจริง เซธลืมตาขึ้นมาเจอแสงสว่างจ้าจากนอกหน้าต่างจนต้องหรี่ตา ร่างกายยังปวดเมื่อยไม่ยอมฟังคำสั่ง ส่วนท่านผู้นั้นในปัจจุบันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างที่นอนเหมือนคราวก่อน ราวกับกำลังฆ่าเวลารอเขาตื่นอยู่
 
            ฝ่าบาทของเซธเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเขารู้สึกตัวแล้ว หนังสือเล่มหนาถูกโยนลงบนหน้าอกของเซธเหมือนต้องการให้ตื่น 
 
            “ขอบใจที่ช่วยชี้จุดบกพร่องแสนอันตราย ลักซูเรียสามารถทำให้คำสาปทำงานได้ทุกเวลาที่ต้องการ” ท่านผู้นั้นพูดด้วยรอยยิ้ม “เราทำสัญญากันแล้ว หากนางไม่ก่อกวนให้เจ้าเสียหลักแบบนี้ข้าก็จะไม่ยุ่มย่ามจนนางไม่สบายใจ เจ้าคงอยากรู้ว่าตอนนี้นางกลับไปอาศัยบ้านของเพื่อนจนกว่าจะซ่อมบ้านตัวเองเสร็จ และโดนแก้บทเพราะหายตัวไปตอนกำลังจะเปิดกล้องถ่ายภาพยนตร์ เห็นว่าเปลี่ยนจากเพื่อพระเอกเป็นตัวประกอบล่ะ”
 
            “ข้าหลับไปนานแค่ไหนฝ่าบาท” เซธขยับตัวขึ้นนั่งพิงหมอนอย่างยากลำบาก พอได้ยินว่าตนหลับไปหนึ่งคืนเต็ม ๆ ก็ร้องออกมาว่าคราวนี้หลับนานขึ้นกว่าเดิม
 
            “นั่นคือหนังสือที่เอาไปฝากร้านผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำให้มันแข็งแรงและตัวหนังสือชัดขึ้น เจ้าก็รู้ว่ามันอายุกว่าเจ็ดร้อยปีจึงเสียเวลานานกว่าจะบูรณะเสร็จ ยังแปลกใจที่ตอนแรกมันไม่ขาดคามือเจ้า”
 
            เซธลูบหนังสือปกหนังโบราณด้วยความเห่อของใหม่ มันคือหนังสือที่บันทึกตำนานเกี่ยวกับเหล่านักรบเทพเอาไว้ เขาพบเล่มนี้เมื่อสักสี่ร้อยปีก่อนในวิหารร้าง ด้วยความบอบบางของมันท่านผู้นั้นจึงจับโยนเข้ามิติกาลเวลารักษาสภาพรอโอกาสส่งให้นักซ่อมบำรุงที่เชื่อถือได้ ทั้งหน้าปกและภายในถูกเขียนด้วยภาษาโบราณทว่าคมชัดเหมือนเพิ่งเขียนตอนเขาหลับอยู่ กลิ่นน้ำยาฟอกกระดาษทำให้รู้สึกขัด ๆ เวลาเจอตัวหนังสือเก่าแก่ในเล่ม
 
            “ข้าอ่านได้อยู่แล้ว ตลกดีที่เห็นเรื่องของตัวเองในมุมมองของมนุษย์ สำหรับเจ้าคงต้องส่งร้านแปลภาษาโบราณกระมัง” ท่านผู้นั้นหยิบเครื่องประดับทองคำโบราณบนพื้นมาให้เซธนำไปแลกเป็นเงินค่าใช้จ่ายตามต้องการ “จะแลกให้หมดเลยไหม บางทีเราคงเสร็จงานใหญ่โดยไม่ต้องย้ายฐานกันอีกแล้ว”
 
            เซธเสเปิดหนังสือหาบทที่เกี่ยวกับท่านผู้นั้นแล้วตกลงใจเล่าฝันตอนที่หลับไปให้ฟัง รวมทั้งเรื่องที่การสนทนาระหว่างท่านผู้นั้นกับบุคคลลึกลับด้วย ฝ่าบาทของเซธพยักหน้าทำความเข้าใจก่อนเตรียมตัวอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้
 
            “ข้าอยากเรียกอาการของเจ้าว่าฝันมั่วซัว” ท่านผู้นั้นพูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลย “ตอนที่ทำการทดสอบแรกเพื่อวัดความเหมาะสมทั่วไปข้าโดนเล่นงานด้วยความฝันจนจำขึ้นใจ ข้าโดนบางคนใช้ความฝันล่อลวงให้เข้าสู่การหลับใหลเพื่อควบคุมร่าง ยิ่งหลงไปกับมันก็ยิ่งโดนยึดความเป็นตัวตนมากขึ้น
 
            “แม้จะพลาดจนโดนยึดตัวตนไปถึงครึ่งหนึ่งอย่างน้อยก็เข้าใจเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างความฝันกับความทรงจำ ในนิมิตความทรงจำนั้นเวลาส่งผลน้อยมากแต่ก็มีผล ตามที่เจ้าเล่าเวลามันต่างกันเกินไปโดยไม่มีฝันอื่นคั่น นอกเสียจากจะเป็นเหมือนข้าที่โดนเวทมนตร์บางประเภทจนดำดิ่งในห้วงฝัน ซึ่งเวลาในการหลับน้อยกว่าเวลาที่อยู่ในความฝัน
 
            “คราวนี้มาว่ากันด้วยเรื่องเนื้อหาที่เต็มไปด้วยจุดขัดแย้ง ข้าจะลงทุนเดินไปช่วยเจ้าที่ไม่รู้จักกันทำไมในเมื่อสามารถเปิดทางให้คนเข้าไปข้างใน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องควบคุมไฟเลย เจ้าเคยเล่าว่าตอนนั้นเพิ่งหัดพูดแต่นั่นเกินกว่าหัดพูดไปไกลโข แล้วข้าไม่รู้วิธีดัดแปลงหรือลบความทรงจำของคนอื่น ข้าทำได้แค่อ่านมันเท่านั้น 
 
            “สุดท้ายคือเรื่องการพูดคุยในความมืด นั่นยิ่งบอกชัดว่ามันเป็นการผสมร่วมระหว่างฝันธรรมดากับความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นฝันแท้หรือความทรงจำสติของเจ้าจะอ่อนกำลังลง หากพบกับความมืดก็เท่ากับความคิดของเจ้าหยุดพักจึงไม่เห็นสิ่งใด จะมีก็แค่สิ่งที่สมองของเจ้าสร้างขึ้นมาเองอย่างเสียงหรือสัมผัสบางอย่างเท่านั้น”
 
            เซธรู้ได้ทันทีว่าท่านผู้นั้นกำลังปิดบังบางอย่างเอาไว้อีกแล้ว ผู้เป็นอมตะสัมผัสรูปวาดของท่านผู้นั้นที่หน้าเริ่มต้นบทอย่างใจลอย ความลับของอีกฝ่ายเหมือนกล่องแห่งความมืดที่ไม่มีใครรู้ว่าบรรจุอะไรอยู่ หากฝืนเปิดออกอาจพบความสิ้นหวังเหนือความตายก็ได้
 
            ผู้เป็นอมตะปิดกั้นความอยากรู้แล้วหันไปสนใจอากาศต้นฤดูร้อนนอกหน้าต่าง ท่าทางปีนี้จะอากาศร้อนจัดเพราะเมฆเคลื่อนตัวแบบแปลก ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเล็ก ๆ คล้ายเด็กลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา น่าแปลกที่มีคนปล่อยให้เด็กเข้ามาวิ่งเล่นในเขตพักแขกโดยไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ เซธหันกลับไปคุยต่อก็พบว่าท่านผู้นั้นมองไปยังหน้าต่างเดียวกันเหมือนบอกบางอย่างให้หยุดทำอะไรโง่ ๆ  
 
            “เจ้าต้องผ่อนคลายอย่างจริงจังบ้างแล้วอนาทอล เมื่อวันก่อนข้าอยากให้ไปนอนในห้องหนังสือจะได้พักยาวตามใจชอบกลับมีเรื่องนั้นแทรก” ท่านผู้นั้นตบบ่าเซธด้วยความรู้สึกผิดจาง ๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนขี้เกียจจึงอยากหาเรื่องให้ทำคั่นเวลา ช่วยไปรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับมังกรโบราณมาให้ข้าได้ไหม ข้าเน้นว่าทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนหรือเป็นช่วงเวลาใดก็เอาทั้งนั้น”
 
            เซธเอ่ยถามสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องหาข้อมูลเพิ่มในขณะที่มีอวาร์ริเทียอยู่แล้ว
 
            “ข้าเพิ่งรู้สึกตัวไม่นานนี้ ตอนอ่านประวัติลักซูเรียที่ไปตรวจร่างกาย อวาร์ริเทียข้ามเวลามาจนมีชีวิตนานกว่าสองร้อยปีในขณะที่ลักซูเรียยังเพิ่งอายุสี่สิบปีเท่านั้น การแบ่งร่างเกิดในกระแสแห่งเวลาไม่ได้ออกมาแบ่งร่างที่ภายนอก เหล่ามังกรจึงหลุดออกมาในช่วงเวลาที่ต่างกัน 
 
            “เวลาเป็นสิ่งน่าพิศวง แม้จะอยู่ที่เดียวกันแต่ถ้าเวลาห่างกันสักร้อยปีก็ยากจะได้พบเจอ เราออกค้นหากันอย่างหลับตาเดินโดยไม่เอะใจเลยว่ามันอาจกระจายตัวกันออกมาในเวลาใดที่ไหนก็ได้ สิบปี ร้อยปี หรือพันปีนับจากเรื่องในตอนนั้น หรืออาจมีบางตัวหลุดลงมาก่อร่างในที่ ๆ เราเคยเหยียบหรือไปพักนอนกันในอดีต!”
 
 
            ผู้เป็นอมตะตระหนักว่าว่าเหล่ามังกรอาจยังออกมาจากกระแสแห่งเวลาไม่หมดทุกตัว การเดินทางอาจถูกยืดออกไปอย่างไม่รู้จบ
 
            “อวาร์ริเทียยืนยันว่าเหล่ามังกรหลุดออกจากกระแสเวลาหมดทุกตัวแล้ว ลักซูเรียเป็นตัวสุดท้ายซึ่งนางจำเรื่องตอนที่ยังเป็นเพียงชิ้นส่วนไม่ได้” ท่านผู้นั้นบอกให้เซธสบายใจขึ้น “เราต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับมังกรโบราณที่เคยปรากฏตัวในเอนโวลาหลังช่วงที่เจ้าเป็นอมตะ ให้ตัวเลขชัด ๆ ก็ 647 ปี...” 
 
            ผู้เป็นอมตะเริ่มหัวหมุนเพราะข้อมูลไหลเข้ามาเร็วเกินไป ท่านผู้นั้นจึงค่อย ๆ พูดให้เข้าใจมากขึ้น
 
            “สิ่งที่ข้าอยากให้เจ้าช่วยคือค้นหาบันทึกเกี่ยวกับมังกรในยุคอดีตทุกตัวที่มีอายุต่ำว่า 647 ปี พอมนุษย์พบเจอสิ่งทรงอำนาจมักกราบไหว้ให้อยู่เหนือตน ในเรื่องเล่ามากมายต้องมีเรื่องราวของเจ้าพวกนั้นอยู่บ้าง ข้าจะเอาไปเทียบกับข้อมูลจากอวาร์ริเทียว่าเป็นกับดักไหม”
 
            เซธบอกไม่ถูกว่าจะได้พักจริงหรือไม่ ระยะเวลากว่าหกร้อยปีต้องมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับมังกรแน่ ท่านผู้นั้นเห็นสีหน้าของเขาก็ปลอบอีกครั้งว่าแค่ให้ทำแก้เบื่อเท่านั้น ไม่ต้องหาเอาเป็นเอาตายก็ได้...
 
 (มีต่อ)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่