ฝันหวาน (Sweet Dream) 59

กระทู้สนทนา

.

https://pantip.com/topic/40935371…..บทที่ 58

               “พี่เมธีตื่น ! นภาแต่งตัวเสร็จแล้ว ไหนบอกจะพานภาไปทำบุญอ่ะ ไงนอนขี้เซาแบบนี้” นุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ พูดขึ้นพร้อมปรายตามองสามีที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียง ตอนนี้ก็สายแล้วด้วยแปดโมงเช้าแล้ว ไม่ได้ไปตามแพลนเอาไว้ ไปทำบุญที่วัดใกล้ ๆ ก็ยังดี

                “ใครแต่งตัวเสร็จแล้ว เห็นยังไม่เสร็จเลย ! เสร็จแล้วค่อยปลุกพี่แล้วกันค่ะ” คนนอนบนที่นอนพูด ไม่ลืมตาดูเลยแล้วเห็นได้อย่างไร

                “เอ้า ! “ พูดเพียงเท่านี้จึงเลิกสนใจ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย ปล่อยให้นอนตามสบายไปก่อน จากนั้นก็หันมาใส่ใจรูปร่างหน้าตาของตนเองต่อ

                พรนภาแต่งตัวอย่างสบายใจ วันนี้ไปทำบุญวันเกิดย้อนหลังที่วัดใกล้ ๆ คอนโดก็ได้ ทว่าก็ไม่ยอมหรอก ต้องหาทางไปวัดที่ว่านั่นให้ได้อยู่ดี พอแต่งหน้าทาปากเสร็จแล้วจะเดินไปหนีบผมสักหน่อย ขัดใจที่ป่านนี้แล้วสามียังไม่ตื่นอีก

                “พี่เมธี ! ตื่นแหมะ จะพานภาไปกี่โมงคะ นภาแต่งตัวเสร็จแล้ว ฮ่วย….จักอิหยังเด๊ ! ” ยืนเท้าสะเอวเรียกสามีรุ่นพ่อด้วยอารมณ์ที่เย็นที่สุด ไม่อยากขึ้นเสียงหรือโวยวาย ต้องทำใจให้สบาย ๆ บางครั้งพี่เมธีก็งี่เง่าแบบนี้แหละ บางครั้งก็ไม่ต้องให้ปลุกเลย ก่อนจะนั่งลงหนีบผม

                เมธีตื่นตามเสียงปลุก นั่งมองภรรยาสาวหนีบผมหน้ากระจก โดนสาวเจ้าค้อนกลับมาให้ผ่านกระจกด้วย กระตุกยิ้มให้อย่างทะเล้น พร้อมหัวเราะหึหึออกมา ตลกพรนภาที่สุด “ไม่ต้องมาหัวเราะ ! ไปอาบน้ำเลย เค้าแต่งตัวเสร็จตั้งนานแล้ว” พรนภาพูดโดยมองผ่านกระจก

                “คร๊าบ…ไปแล้วครับ แต่งตัวเสร็จตรงไหน ยังนั่งหนีบผมอยู่เลยน่ะ” เขาแกล้งเถียง

                “เอ๋า ! ก็นั่นแหละเสร็จแล้วหนิ แค่หนีบผมเฉย ๆ ไปเลยรีบไปอาบน้ำเลย พี่เมธีอ่ะตื่นสายนะ สายแล้วแหมะ” เมื่อโดนเถียงกลับก็หันขวับมาค่อนขอดให้ ก่อนจะไล่ให้ไปอาบน้ำจริงจัง เจ้าตัวก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำไปแบบว่าง่าย “หัดเถียงนะทุกวันนี้ ใครสอนมา เดี๋ยวเถอะ !” จากนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้าตัวตามหลังมา

                เมื่อพวกเธอทั้งสองคนแต่งตัวกันพร้อมแล้ว จึงขับรถเดินทางไปที่วัดใกล้ ๆ คอนโด ก่อนไปเมธีไม่ลืมที่จะพาแวะซื้อสังฆทานก่อน เพราะเธอไม่อยากใช้สังฆทานเช่าของทางวัด อยากซื้ออันใหม่ ๆ ไปถวายเลย เสียดายที่วันนี้ไม่ได้ไปตามที่วางแผนเอาไว้ เพราะเหตุผลมากมายของสามีรุ่นพ่อ ขี้คร้านจะต่อล้อต่อเถียงจึงยอม ๆ ไป เอาไว้ครั้งหน้าก็ได้

                “พี่เมธีลงไปซื้อกะเค้าด้วยมั้ย !” หันมาถามก่อนจะลงจากรถ เมื่อมาถึงโลตัสแล้ว

                “ไม่ค่ะ พี่รออยู่ในรถนี่แหละ เอ้อ ! กลับจากวัดไปร้านกาแฟมั้ยคะ เดี๋ยวพี่พาไป ไปไหนน้องเสิร์ชหาได้เลย เค้าพาไปทุกที่เลยค่ะไถ่โทษ แฮ่…” พูดแล้วก็ยิ้มหลับตาปริบ ๆ ให้ภรรยาคราวลูก รู้สึกผิดที่สุดที่สัญญาเอาไว้แล้วทำให้ไม่ได้ ใจจริงไม่อยากผิดสัญญาอะไรเลยหากทำได้ อยากให้ความสุขของเธอให้มากที่สุด

                “ไม่ ! ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่ไปไหนทั้งนั้น” แกล้งทำเป็นงอนไป ใจจริงเฉย ๆ ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้

                “เอ๋า…ไม่เอาไม่งอนดิ จะไปทำบุญนะหนิ ยิ้มก่อนเร็ว ๆ น้องนภายิ้มให้พี่ก่อน” สิ้นคำพูดพรนภาก็แกล้งฉีกยิ้มให้อย่างตลก เรียกเสียงหัวเราะให้ซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี “คนอะไรตั๋วให้เฮ็ดหยังกะเฮ็ด ฮา “

                “ไปแล้ว มัวแต่คุยอยู่หนิ บ่ได้ไปจักเทือ” พูดจบเธอก็ลงจากรถเดินเข้าไปในโลตัส ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมชุดถวายสังฆทานสองชุด “พี่เมธีถ่ายรูปให้เค้าหน่อยจิ”

                “เอาตรงนี้เลยเหรอคะ ! ไม่รอไปถ่ายรูปที่วัดเลย” เขาถาม ทว่าก็ถามไปอย่างนั้นเอง เมื่อนางแบบเรียกใช้ มีหรือช่างภาพมืออาชีพอย่างเขาจะไม่ยอมทำให้ กล้องพร้อมเสมอทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว

                “ตรงนี้แหละ กล้องสดนะคะ” เธอพูดบอก เขาพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่พวกเธอจะทำการถ่ายรูป สร้างภาพสักหน่อย เดี๋ยวเขาหาว่าไม่ได้มาทำบุญ เมื่อทำกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางไปที่วัดกันเลย

                เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ประกอบกับท้องฟ้าโปร่งด้วยจากที่ฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน ทำให้วันนี้มีคนมาวัดทำบุญหลายคนพอสมควร มาถึงวัดพรนภาก็มิวายเก็บภาพอีกสักรูปสองรูป ก่อนจะเดินเข้าไปในศาลา

                วัดนี้เป็นวัดที่มาเป็นประจำ จึงรู้สึกคุ้นชิน เดินเข้ามาภายในศาลาแล้วเธอก็เป็นคนเดินไปหยิบดอกไม้ หยิบมาเผื่อสามีด้วย จากนั้นก็เดินไปกราบพระพร้อมถวายสังฆทาน

                ขณะเดียวกันก็มีคนมาสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา โดยการเข้าไปนอนในโรงศพ ทำให้เธอได้เห็นพิธีกรรมนี้อย่างเต็มตา ทว่าเธอก็ไม่กล้าทำหรอก เห็นคนมาทำพิธีอะไรก็ไม่รู้ มีหลวงพ่อนำสายสิญจน์มาโยงกับภัตตาหารที่บุคคลนั้นนำมาด้วย ส่วนพวกเธอสองคนทำการถวายสังฆทานปกติ

                เสียงพระสวดผสมผสานกันทั้งสามพิธีกรรม ไม่รู้ใครเป็นใคร คนมาทำบุญก็แยกแยะเอา พอถวายสังฆทานเสร็จก็นำน้ำไปเทลงต้นไม้ในกระถาง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีกรรมที่ตั้งใจมาทำตั้งแต่ต้น จากนั้นก็เดินทำบุญตามศรัทธา วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงในละแวกนี้พอสมควร นอกจากวัดนี้แล้วพวกเธอก็ไม่รู้จะไปที่วัดไหนเหมือนกัน นอกจากเดินทางออกต่างจังหวัด

                “น้องเอาสักใบมั้ยคะ นภาจะเอาตัวไหน” เขาถามเมื่อเดินผ่านแผงล็อตเตอรี่ เธอหันไปมองสามีด้วยหางตา เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยจะออกตัวแรงเลย เพราะอยู่ในวัดจึงไม่อยากขัดใจ มาทำบุญจึงไม่อยากอารมณ์เสีย ก็ตามใจกันไปก่อนสำหรับวันนี้

                “อยากได้สองแปดค่ะ มีสองแปดมั้ย” เธอถามแม่ค้าพ่อค้าที่ขายโชคลาภอยู่ในวัด

                “ไม่มีจ้า มีตัวอื่น ๆ เอามั้ย” เธอย่นจมูก ส่ายหัวไม่อยากได้ตัวอื่น ๆ เลย เพราะใจก็ไม่อยากเล่นหวยอยู่แล้ว

                “ว๊าอดเลย ! ใต้ดินก็ได้เนอะตัวเอง” เมธีหันมาพูดกับเธอ ก่อนจะขอตัวกับแม่ค้าเดินมาขึ้นรถกลับคอนโด “น้องนภา แน่ใจนะว่าไม่ไปร้านกาแฟต่ออ่ะ” หันมาถามภรรยาสาวอีกครั้ง อยากพาไปมาก ไม่อยากให้เธอเสียความรู้สึก หรือ รู้สึกไม่ดี

                “ไม่ไป ! แต่ว่าไปอเมซอนนะ “ เธอตอบ

                “ทำไมไม่ไปคะ ! โกรธพี่เหรอที่ไม่ได้พาไปฉะเชิงเทรา” เขาหันหน้ามามอง จ้องใบหน้าเรียวได้รูปด้วยแววตาที่ละมุนที่สุด

                “เปล่าเลย ! ทำไมคิดมากเหรอคะเนี่ย ถึงว่าชวนเค้าไปร้านกาแฟ ปกติเคยชวนที่ไหน หืย…” อมยิ้มให้คนตรงหน้า เอ็นดูในความคิดมากของเขานัก ก็เป็นซะแบบนี้ เวลาผิดนัดทีไรชอบคิดมากทุกทีเลย ทว่าก็ชอบที่เขาทำแบบนี้เสมอ รู้สึกว่ายังสำคัญกับเขาที่สุด ตอนคบกันใหม่ ๆ น่ารักแบบไหน ตอนนี้ก็ยังน่ารักแบบนั้นอยู่เสมอ จะงอนได้ลงคอหรือ

                “เอ๋า…ก็เค้ากลัวตัวเองงอนไง ก็ไม่อยากให้เมียงอนน้อ”

                “นภาไม่ไปแล้วก็ได้ เดือนนี่นภาจะไม่ไปไหนเลย เว้นก็แต่ไปหาหมอวันที่สิบกันยานี้ พานภาแวะด้วยนะ เอ้อ ! พี่เมธีอย่าลืมนะ วันที่สิบกับสิบสี่ต้องพานภาไปหาหมอ ต้องว่าง ! และ ต้องว่างทั้งวันด้วย” ทำหน้าจริงจังให้กับเขา

                “ครับ ! ทราบแล้วครับผม ต้องว่างทั้งวันครับผม ฮา ปะกลับเหอะ แค่อเมซอนใช่มั้ยคะ ไม่ไปนะร้านกาแฟน่ะ”

                “ม่าย ! นภาเก็บตังค์ไว้ไปภูทับเบิกเดือนหน้าดีกว่า” พอพูดจบเขาก็ทำเป็นไอสำลักน้ำลายตนเอง “พี่เมธี ! ฮ่วย ! จะไอทำไมเนี่ย ไม่รู้แหละ ไม่ได้ไปวัดสมานนภาอนุโลมนะ แต่ถ้าไม่ได้ไปภูทับเบิกนะ คอยดู !” ค่อนขอดให้เขาด้วยท่าทางจริงจัง

                “เข้าใจแล้วจ้า ! ดุจังแม่กวางน้อยของพี่ ฮา “ พูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะขับรถออกจากวัดมุ่งหน้าไปร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันเป็นลำดับต่อไป พอแวะร้านกาแฟเสร็จก็แวะร้านกับข้าวกันต่อ ก่อนจะกลับเข้าคอนโดเป็นลำดับสุดท้าย

                ……………………………….

                ภายในห้องเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่น เขาและเธอนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน เธอรู้สึกง่วงเพราะตื่นเช้าจึงทำท่าจะหลับให้ได้ ส่วนเขานอนดูงานในโทรศัพท์ที่ลูกน้องส่งมาให้ นอนกอดลำตัวของเขาอบอุ่นที่สุด

                เขาหันมาสูดดมหน้าผากของเธอเบา ๆ “คนอะไรชอบเที่ยวจังเลย”

                “อยากกินหมูกระทะ” เธอตอบทั้งหลับตาอยู่ มือก็ยังกอดตัวของเขาเอาไว้ ทำเอาเขาหัวเราะอึกอัก ถามอย่างหนึ่งตอบกลับมาอีกอย่างหนึ่ง น้องนภานะน้องนภา ก่อนจะหอมไปอีกฟอดด้วยความเอ็นดู

                “กินก็กินค่ะ ตอนเย็น ๆ พุ่นล่ะสิพาไปซื้อ”

                “อือ นอนก่อนนะ” เธอตอบ ก่อนจะหลับไปไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ได้หยุดตรงกันทุก ๆ ครั้ง ได้ใช้ขีวิตร่วมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แค่นี้ใจก็เป็นสุขแล้ว แม้ปัญหามากมายเข้ามาให้ปวดหัว เมื่อหันกลับมามีคนข้างหลังคอยปลอบโยนแค่นี้ก็หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง

                จบบท…
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่