JJNY : 4in1 ตายทะลุ10,000 แต่อีกมากที่ศบค.ไม่ได้บอก│กาชาดฯชวนบริจาคเลือด│สิงคโปร์ส่งชุดตรวจให้ฟรี!│ล้มประมูลสายสีม่วงใต้

ยอดตายโควิดทะลุ 10,000 แต่มีอีกมากที่ ศบค. ไม่ได้บอก
https://thestandard.co/thailand-has-accumulated-10000-deaths-from-covid-2/

 
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโควิดสะสมทะลุ 10,000 คน แต่ยังมีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วเสียชีวิตอีกจำนวนมากที่ไม่มีข้อมูลเข้าระบบไปปรากฏในสถิติของ ศบค.
 
ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่าตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนก็เจอคนไข้โควิดเสียชีวิตที่บ้านแล้ว แต่เจอไม่ค่อยเยอะเหมือนช่วงนี้ มาเยอะเพิ่มมากๆ ก็คือช่วงเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะช่วงปลายๆ เดือน วันหนึ่งอาจจะเจอ 4-5 รายเลยทีเดียว
 
จริงๆ อาจจะมีเคสที่ไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นโควิดแล้วตายที่บ้านอยู่จำนวนหนึ่ง อย่างถ้าของโรงพยาบาลรามาธิบดีเอง หากเจอเคสพวกนั้นก็จะแจ้งกรมควบคุมโรค ถ้าสังเกตเขาจะมีระบุไว้เลยว่าเสียชีวิตที่บ้านกี่ราย ก็จะมีของ กทม. อะไรแบบนี้ แต่อันนี้เพราะโรงพยาบาลรามาธิบดีทำ Swab ให้ฟรี แต่จริงๆ ถ้าเป็นสถาบันอื่น เท่าที่คุยกัน บางสถาบันไม่สามารถตรวจ Swab จากศพได้ ก็เลยทำให้เกิดปัญหาว่าเคสพวกนี้ถึงแม้ประวัติจะชัดเจนว่าอาจจะเป็นโควิดแต่ไม่สามารถเขียนว่าเสียชีวิตจากโควิดได้ อาจทำให้จริงๆ จำนวนเคสที่เสียชีวิตจากโควิดจริงๆ มันควรจะเยอะกว่านี้” ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าว
 
ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังไม่มีเกณฑ์ในการ Swab จากคนตายทำให้บางสถาบันไม่สามารถ Swab จากศพได้โดยใช้วิธี RT-PCR หรือ ATK ด้วยซ้ำ ทำให้บางสถาบันก็ยังไม่คิดที่จะ Swab จากศพ หรือบางแห่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลใช้วิธีเอกซเรย์ศพแบบเข้าอุโมงค์ CT Scan แล้วถ้าเจอว่าปอดติดเชื้อเขาก็จะไม่ผ่า นอกจากนี้ยังมีการระบาดบางจุดอย่างเช่นล่าสุดที่ อ.แม่สอด จ.ตาก น้องที่ทำงานเล่าให้ฟังว่าเขาก็เจอเคสเสียชีวิตด้วยโควิดเยอะมาก เจอมาประมาณ 10 กว่ารายแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้แจ้งไปที่กรมควบคุมโรค เพราะฉะนั้นพูดได้เลยว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยโควิดมันเยอะกว่าที่ปรากฏในสถิติของ ศบค.
 
ขณะที่ นพ.นันทพงศ์ จันทร์แสงเพ็ชร์ แพทย์ประจำบ้านสาขาวิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า วิกฤตโควิดไม่ได้มีแค่ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มเพราะโควิดเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ไม่ได้รับการรักษาในโรคอื่นๆ เช่น มะเร็งหรือโรคหัวใจหนักๆ เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก
 
ด้าน ผศ.นพ.สมิทธิ์กล่าวเสริมว่า ปกติของโรงพยาบาลรามาธิบดีต้องออกที่เกิดเหตุเดือนละประมาณ 50-60 เคส แต่ตอนนี้เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาออกเป็น 100 เคส ซึ่งไม่ได้บอกว่าทุกเคสเป็นโควิด แต่ทำให้เคสที่เป็นคนธรรมดาตายเยอะขึ้นด้วย
 
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (Thailand Development Research Institute: TDRI) เปิดเผยว่า ยังมีผู้เสียชีวิตทางอ้อมจากอาการโรคแทรกซ้อนและการฆ่าตัวตายจากผลกระทบทางจิตใจและปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าอัตราการตายของคนไทยในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 12% และเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 17.5% เทียบกับเดือนเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
 
ขณะที่ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงไม่มีเกณฑ์การตรวจโควิดจากศพ ทำให้เบิกค่าใช้จ่ายไม่ได้ หลายโรงพยาบาลไม่ตรวจโควิดจากศพแม้จะมีอาการเข้าข่ายเสียชีวิตเพราะโควิด ทำให้ผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตหลายรายยังไม่มีข้อมูลเข้าระบบต่อไป
 
รับชมสารคดีเชิงข่าว: ‘ยอดตายโควิดทะลุ 10,000 แต่มีอีกมากที่ ศบค. ไม่ได้บอก’

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
 

 
หมดคลัง! สภากาชาดฯ ชวนบริจาคเลือด หลังทุกรพ.ขาดแคลนหนัก
https://ch3plus.com/news/program/255265

สำหรับใครที่สุขภาพดี อยากจะเชิญชวนให้ช่วยกัน บริจาคเลือดอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย เพราะว่าขณะนี้ทุกโรงพยาบาล ขาดแคลนเลือดอย่างหนัก

ศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย บอกว่า ตั้งแต่เกิดการระบาด ของโควิด-19 ทำให้การบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ลดลงอย่างมาก ซึ่งปกติศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ จะต้องมีเลือด ในการรักษาผู้ป่วยเดือนละ 2 แสนยูนิต แต่ขณะนี้ได้เกิดภาวะขาดแคลนเลือด สะสมยาวนาน กว่า 5 เดือน ทุกโรงพยาบาลขาดแคลนเลือดในการผ่าตัด และรักษาผู้ป่วย

โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับเลือด ครั้งละ 1-2 ยูนิต ทุก 3-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยผ่าตัด ผู้ป่วยมะเร็ง ต้องชะลอการรักษาออกไป อย่างไม่มีกำหนด ผู้ป่วยอุบัติเหตุ เช่นภาวะเลือดออกในสมอง เลือดออกในช่องท้อง ช่องอก ผู้ป่วยกระดูกหัก ซึ่งมีเกือบทุกวัน และเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการเลือดจำนวนมาก แต่ด้วยภาวะขาดแคลนเลือด ที่วิกฤตจริง ๆ ทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ ต้องถูกชะลอการรักษา และเลื่อนการผ่าตัดออกไปจำนวนมาก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอให้ผู้ที่มีสุขภาพดี หรือผู้ที่ครบกำหนดบริจาคเลือด 3 เดือนแล้ว ร่วมกันบริจาคเลือดอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ


 
รัฐบาลสิงคโปร์ จัดส่ง 'ชุดตรวจโควิด-19' ให้ทุกครัวเรือนฟรี! บ้านละ 6 ชุด
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_6589050

รัฐบาลสิงคโปร์ จัดส่ง ‘ชุดตรวจโควิด-19’ ให้ทุกครัวเรือนฟรี! บ้านละ 6 ชุด พร้อมคู่มือการใช้งานและการทิ้งอย่างเหมาะสมหลังใช้งานเสร็จ
   
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เดอะสเตรตส์ไทมส์ ได้รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ได้เริ่มจัดส่งชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง ชนิดแอนติเจน (Antigen Rapid Test) จำนวน 6 ชุดให้กับประชาชนทุกครัวเรือนผ่านทางไปรษณีย์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ (28 ส.ค.) ไปจนถึงวันที่ 27 กันยายนนี้
 
เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้นในการจัดการโรคระบาด “ในขณะที่สิงคโปร์ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากโรคโควิด-19 ได้ สังคมจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการจัดการโรคระบาดนี้” กระทรวงสาธารณสุขกล่าวในแถลงการณ์ “สิ่งสำคัญคือต้องใช้ความรับผิดชอบส่วนตัวในการทดสอบตนเองและติดตามสถานะสุขภาพของเราเอง
 
โดยชุดตรวจโควิดที่ทางรัฐบาลจะส่งให้นั้น จะถูกจัดส่งผ่านปรษณีย์สิงคโปร์ โดยประชาชนทุกคนสามารถตรวจสอบการจัดส่งได้ผ่านแอปพลิเคชันของไปรษณีย์สิงคโปร์โดยตรง พร้อมกับคู่มือการใช้งานและการทิ้งอย่างเหมาะสมหลังใช้งานเสร็จ
 
เมื่อเราเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนสูง เราจะต้องเปลี่ยนการเน้นไปที่การทดสอบและการเฝ้าระวัง รวมถึงการทดสอบตัวเอง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดใหญ่ในเชิงรุก” กระทรวงสาธารณสุขกล่าว
 
นอกจากนี้ยังจัดส่งชุดตรวจโควิดด้วยตนเองในทุกครัวเรือนแล้วนั้น รัฐบาลสิงคโปร์ยังเตรียมจัดส่งชุดตรวจโควิด-19 ให้กับเด็กนักเรียนที่ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ ทั้งยังแจกจ่ายทั่วถึงบุคลากรภายในโรงเรียนอนุบาลด้วย
 
โดยกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ร่วมกันว่าชุดตรวจโควิดนั้นจะช่วยให้นักเรียนทำการทดสอบอย่างรวดเร็วด้วยตนเอง หรือได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง หากจำเป็นเมื่อมีโอกาสสัมผัสหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อ
 
อย่างไรก็ตามทางกระทรวงสาธารณสุขได้กล่าวเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาว่าร้อยละ 79 ของประชากรสิงคโปร์ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว และกำลังดำเนินการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงที่ 80 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม
 
ที่มา : straitstimes
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่