แชร์ประสบการณ์ภาวะซึมเศร้า ติดการกินยานอนหลับ และวิธีการรักษาด้วยตัวเอง

สวัสดีค่ะทุกคน เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองที่เป็น"ภาวะซึมเศร้า" ซึ่งคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน  ซึ่งสถานการณ์ในช่วงนี้ถือเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย แบบที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัวเลย

"ภาวะซึมเศร้า"ของเราน่าจะเริ่มในช่วงวัยทำงาน เรากดดันตัวเองด้วยการ ทำงานเยอะๆ ทั้งงานประจำ ขายของออนไลน์ ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเราจัดการดูแลทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เพราะ ไม่ไว้ใจใคร กลัวว่าคนอื่นจะทำได้ไม่ดีเท่าเรา ปัญหาจากการทำงาน ความกดดันต่างๆ มันทำให้เราเกิดความเครียดสะสม จนเกิดเป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ
โดยอาการเริ่มแรกของเราจะเริ่มรู้สึก"นอนไม่หลับ" ทั้งที่ง่วง แต่ในหัวจะมีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา นอนเช้าเกือบทุกวัน หลับตื่นๆ มีอารมณ์โกรธ และโมโหง่าย ฉุนเฉียว ร้องไห้ง่ายมาก ขัดใจกับทุกๆเรื่อง เรียกว่าใครใกล้ตัวทำอะไรไม่ถูกใจ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อย เราก็จะวีน เหวี่ยงไปหมด

ในช่วงแรกเราแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับจากสัปดาห์ละเม็ด เพิ่มขึ้นเป็นทานทุก 3 วัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมากสุดวันละ 3 เม็ดถึงจะนอนหลับ และเราคิดว่ามีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา จะมี"อาการซึมเศร้า" ไม่แจ่มใส ปวดหัว มึนงง จนเริ่มมาสู่สภาวะที่มองสิ่งรอบตัวแย่ไปหมด เรารู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนโชคร้าย ที่ทำอะไรก็ผิดพลาด คนรอบตัวก็ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็แย่ไปหมด มองไม่เห็นข้อดีในตัวเองเลย เรียกว่า มีข้อโต้แย้งให้ตัวเองคิดในแง่ลบตลอด เมื่อรู้สึกว่าปัญหาในชีวิตมีมากขึ้น ก็เริ่มอยากหนีปัญหา ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากทำงาน อยากอยู่คนเดียว ไม่มีความสุข เราเริ่มรู้สึกตัวว่าเราผิดปกติ


เราเลยเริ่มหาวิธีแก้ไข ซึ่งเราก็เลือกทำแบบสอบถามจาก https://www.dmh.go.th/test/ เพื่อประเมินตัวเอง และโทรหากรมสุขภาพจิต 1323 ซึ่งผลก็คือเราตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า เขาก็ให้คำแนะนำ ปรับทัศนคติ ช่วยปลดล็อคความรู้สึกของเราได้ดีมาก หลายๆเหตุผลที่ตอบตัวเองไม่ได้เขาก็หาคำตอบให้เรามองความเป็นจริงได้มากขึ้น 


หลังจากที่รู้ตัวเองว่ามีอาการอยู่ในสภาวะซึมเศร้าแล้ว เรารู้ทันทีว่าต้องปรับตัวเองก่อนที่จะเป็นโรคซึมเศร้า เราเริ่มปรับตัวเองเข้าสู่โหมดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่า เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร จัดระเบียบชีวิตใหม่ หัดเชื่อในความสามารถของคนอื่น มองความสุขรอบตัวให้มากขึ้น แล้วก็เริ่มพูดคุยกับครอบครัว ซึ่งเขาก็เข้าใจเราและระมัดระวังในเรื่องคำพูด หรือการทำอะไรที่จะให้เรารู้สึกอ่อนไหว และคิดมาก ซึ่งดีมากๆที่ครอบครัวพยายามเรียนรู้ตัวเรา ทำความเข้าใจไปกับเราด้วย

เราเปลี่ยนแปลงจากการพยายามหาความสุขจากการทำสิ่งง่ายๆ ในชีวิต คือ การเริ่มออกกำลังกาย ด้วยพื้นฐานเราเป็นคนที่ไม่ชอบการออกกำลังกายเลย แต่เรามาค้นพบมาจริงๆว่ามันมีวิธีการออกกำลังกายแบบทางอ้อม คือ การเดินเล่นที่ห้าง พาหมาไปเดินเล่น เล่นสเก็ตบอร์ด แต่ช่วงนี้ไม่ได้ออกจากบ้าน เราเลือกใช้วิธีการเปิดดูคอนเสริ์ต แล้วเสมือนว่าเราได้ไปดูคอนเสริ์ตนั้นจริงๆ เต้น สนุกกับมัน ใส่อินเนอร์ไปกับมัน เลือกคลิปที่เราชอบเลย มันช่วยให้เราผ่อนคลายไม่ต้องคิดมาก จนรู้สึกได้ว่าชอบออกกำลังกายมากขึ้นเลยเลือกคลิปออกกำลังกายจากยูทูป เราติดตามหลายคนแต่ชอบที่สุด คือ Chloe Ting ออกตามง่าย มี Challenge ให้ทำแล้วเห็นผลจริง มันทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจที่จะออกต่อไปเรื่อยๆ


เขาจะมีพวก Challenge ออกกำลังกายให้ เหมือนเรามีเทรนเนอร์ แค่เปิดคลิปแล้วก็ทำตาม มันเหมือนมีเพื่อนที่ชวนเราออกกำลังกายไปด้วยกันทุกวัน
แล้วคลิปเขาออกตามได้ง่าย ไม่เหนื่อยหอบ มือใหม่แบบเราก็ออกตามสบายเลย


หลังจากนั้นเราก็เริ่มฝึกสมาธิ เพื่อให้มีสติมากขึ้น แต่ในตอนแรก เราสมาธิสั้นจนไม่สามารถนั่งสมาธิได้ ไปเจอเทคนิคฝึกสมาธิ เริ่มจากการฝึกนับเลขถอยหลังจาก 100-1 มันช่วยให้เรารู้สึกจดจ่อ ลองไปทำตามกันได้นะคะ เราว่าดีมากเลย แล้วก็เริ่มมานั่งสมาธิหลังจากที่เราปรับเปลี่ยนตัวเองได้ระดับหนึ่ง ก็รู้สึกว่าอาการตัวเองดีขึ้นในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก 


 แต่ก็จะยังมีปัญหาในเรื่องของการนอนหลับ คือ ในช่วงเวลาที่เราจะนอนก็มักจะเกิดความคิดขึ้นมาในหัวซึ่งมันก็ทำให้เรารู้สึกว่า หลับยาก หลับไม่สนิท เราเลยลองศึกษาหาทางให้ตัวเองหลับง่ายขึ้น ซึ่งก็ได้ลองหาข้อมูลศึกษามาเยอะพอสมควรทั้งในไทย และต่างประเทศเลย เพราะ เราเคยใช้ยานอนหลับมาก่อน ต้องหาอะไรมาทดแทน และไม่เป็นอันตรายกับร่างกายแบบที่ผ่านมา เห็นโฆษณาของ "Gnite" แบรนด์เคลียร่า ที่มีส่วนผสมของ Tart cheery ซึ่งเราเคยอ่านเจอในงานวิจัยของต่างประเทศว่าสารสกัดนี้ช่วยในเรื่องของการนอนหลับสนิท และบำรุงผิว ในไทยก็นิยมใช้เช่นกัน


ตอนแรกที่ตัดสินใจลอง คือ ทักไปคุยกับแอดมินในเพจ ขอให้เขาอธิบายในเรื่องของสารสกัด ส่วนผสมต่างๆ เขาก็แนะนำมาให้หลักๆ คือ สารสกัดจากกาบา ซึ่งมันจะช่วยโดยตรงในเรื่องของการรักษาสมดุลในระบบสมอง เราเคยได้ยินมาว่าคนที่เป็นซึมเศร้าก็จะเกิดจากปัญหาสารเคมีในสมอง ซึ่งเราก็คิดว่ากาบาน่าจะมีส่วนช่วยตรงนี้ และก็มีคาโมมายล์ อันนี้คือช่วยในการผ่อนคลาย แต่ก็ยังมีสารสกัดอย่างอื่นที่ช่วยในเรื่องการกระตุ้นการหลั่งสาร"เมลาโทนิน"จากธรรมชาติ พวกทาร์ตเชอรี่ เห็ดหลินจือ ผลิตภัณฑ์ก็มีเลขที่จดแจ้งชัดเจน เราก็เลยลองสั่งมา 

เราใช้ระยะเวลาทดลองจนมั่นใจว่าปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงเลยอยากแนะนำให้ทุกคน เผื่อใครจะมีปัญหาเหมือนกัน คือ KLEARA GNITE เป็นวิตามินบำรุงแค่ตัวเดียวเลย ที่ช่วยในเรื่องการนอนของเรา 
เราจะกินก่อนนอนประมาณครึ่งชั่วโมง กินตอนที่จะเตรียมเข้านอนเลย เพราะ ถ้ามีอาการง่วงก็จะนอนทันที จะไม่ได้เหมือนกับยานอนหลับที่กล่อมประสาทให้กินแล้วจะรู้สึกง่วงแบบฉับพลัน ตัวนี้เหมือนช่วยให้เราเข้านอนได้ตามธรรมชาติ เหมือนวิตามินจะช่วยให้เราคลายความกังวล เลิกคิดก่อนนอน 
ผลลัพธ์หลังจากลองไปประมาณ 1 กระปุก คือ ช่วยลดอาการฟุ้งซ่านก่อนนอนได้เยอะมาก พอเราเริ่มรู้สึกง่วงแล้ว รู้สึกอยากหลับ สมองก็ปล่อยให้เราหลับได้แบบไม่ต้องฝืนตัวเองให้คิดกังวลเลย แล้วอาการตื่นตอนดึก แทบจะไม่มีเลย ช่วยให้เราหลับสนิทจนถึงเช้าได้แบบเต็มอิ่มมาก หรือแม้แต่ในวันที่นอนน้อย พอตื่นก็ไม่มีอาการมึนหัว งัวเงีย  ผลลัพธ์ก็โอเคมาก เหมือนช่วยปรับเวลานอนของเราให้มีสมดุลดีขึ้นด้วย

เราก็ทำการรักษาตัวเองอยู่เป็นเวลาทั้งหมด 6 เดือนจนเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้อาการของตัวเองดีขึ้นมาก สามารถรับฟังปัญหาได้มากขึ้น ใจเย็น มีสมาธิและสติดีขึ้นมาก แบ่งเวลาในการทำงานได้ดีขึ้น และที่สำคัญ คือ คุมอารมณ์ตัวเองได้ มีเหตุผลมากขึ้น ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้แบบราบรื่น คนในครอบครัวก็รู้สึกดีกับเรามากขึ้น เข้าใจกัน รู้สึกดีกับตัวเองแบบที่ไม่เคยรู้สึกมากก่อน บอกขอบคุณตัวเองที่วันนั้นตัดสินใจปรึกษาจิตแพทย์ ทำความเข้าใจตัวเองใหม่ เยียวยาสภาพร่างกายจิตใจ จนต่อชีวิตมาได้จนถึงวันนี้ที่เราออกมาแชร์ประสบการณ์ทั้งหมด เราก็อยากให้ทุกคนลองสำรวจตัวเองว่ามีอาการผิดปกติไหม ถ้ารู้สึกว่ามีอย่าปล่อยผ่านต้องดูแลสภาพร่างกาย และจิตใจของตัวเองก่อน เพราะ ทุกวันนี้เราทุกคนมีโอกาสเป็นซึมเศร้าได้ง่ายกว่าที่เราคิดไว้มาก ทั้งสภาพแวดล้อม ข่าวสาร เรื่องราวต่างๆที่กระทบจิตใจอยู่ในทุกวัน หรือแม้แต่ความเครียดสะสม ก็หวังว่ากระทู้ของเราน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่มีปัญหาเหมือนกันนะคะ 



แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่