รับคำท้า(หัวใจ)ยัยตัวแสบ ตอนที่4 มาทำแผลสิ!

กระทู้สนทนา
ตอนที่ 3 https://pantip.com/topic/40785973 

***********************

รับคำท้าฯ  ตอนที่4

            หนุ่มจอมกวนจ้องหน้าคนขี้แกล้งเขม็ง ใบหน้าเธอนั้นซ่อนรอยยิ้มไม่มิด นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ 

            ปรามมองหน้าเพื่อนซี้ที่มีอาการเผ็ดมาก เขารีบหันไปบอกน้องสาว
            “ปริมไปหยิบกล้วยมา” 

            ปริมาจำใจลุกขึ้นเดินไปหยิบกล้วยที่ห้องครัวมาให้

            “กล้วยแก้เผ็ดได้” ปรามบอกเพื่อนหนุ่ม
            ปฏิการมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาของคำถาม ราวกับไม่อยากจะเชื่อ
            “ลูกอมไม่มีเหรอ!” เขาต้องกินกล้วยอีกแล้วเหรอเนี่ย!
            “ไม่มี กินกล้วยไปก่อน”
            ปฏิการจำใจปอกกล้วยเข้าปาก รสหวานของกล้วยทำให้อาการเผ็ดหยุดลงทันทีราวกับปาฏิหาริย์

            “ลองกินดูบ้างไหมล่ะ” เมื่อควบคุมอาการเผ็ดได้แล้ว คนถูกแกล้งรีบลุกขึ้นตักต้มยำเอื้อมไปใส่จานข้าวของแม่ครัวตัวแสบ
            ปริมารีบยกจานข้าวหนี
            “ปรามลองกินดูดิ” จานข้าวของเธอนั้นอยู่ไกลเกินกว่าแขนของเขาจะเอื้อมถึง แต่จานของเพื่อนนั้นอยู่ใกล้กว่า
            ปรามยกมือห้ามทันที
            “เฮ้ย! ไม่เอา กินอย่างอื่นดิ  ต้มมะระมั้ย?” ปรามอดแหย่เพื่อนไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบอาหารที่มีรสขม

            ปรามตักชะอมชุปแป้งทอดใส่จานเพื่อน
            สายตาของหนุ่มหน้ามนมองชะอมชุบแป้งทอดในจานตัวเองอย่างสงสัย แม่ครัวตัวแสบจะใส่อะไรอีกหรือเปล่า? พลางพลิกชะอมทอดไปมา มองหน้าคนตักให้ตอนนี้กำลังงับชะอมชุบแป้งทอดอย่างเอร็ดอร่อย จึงกล้าเอาเข้าปาก รสชาติกรอบอร่อยกำลังดี แป้งไม่หนาเกินไปและไม่อมน้ำมัน แต่พอมองดูในจานชะอมเหลืออยู่อีกแค่ชิ้นเดียว 

            ‘อะไรกันเนี่ย!!’ คิดแล้วก็รีบเอาส้อมไปจิ้มชะอมชุบแป้งทอดชิ้นสุดท้าย แต่ปริมาก็เอาส้อมมาจิ้มไว้เช่นกัน
            “นี่! ของฉัน! ฉันเป็นคนทำนะ!” เธอไม่ยอมออกแรงยื้อชะอมชุบแป้งทอดมาหาตนเอง
            อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเช่นกัน “ฉันเป็นคนเก็บนะ ดูสิ! แผลเต็มแขนไปหมด” 

            ปรามมองทั้งคู่อย่างขำ ๆ  ไอ้สองคนนี้ยังไง เจอหน้าทีไรมีเรื่องกันตลอดเลย
            “ปริม ให้การไปเถอะน่า...”
            หญิงสาวหันมามองหน้าพี่ชายที่เข้าข้างเพื่อนอีกแล้ว! เธอทำหน้างอเป็นจวักยอมปล่อยมือจากชะอมชุบแป้งทอดอย่างเสียไม่ได้

            ปรามมองแขนเพื่อนที่มีแผลขีดข่วนอยู่หลายแผลและมีรอยปื้นแดงค่อนข้างใหญ่หนึ่งแผล
            “ไปทำอะไรมา”
            “ไปเก็บผักมาโดนหนามชะอมข่วนเอาน้องแกไม่ยอมบอกข้าเลยแล้วก็นี่แขนบังเอิญไปชนร้านต้นมะเขือเทศ” ปฏิการฟ้องเพื่อนซี้ให้ดูแผลเล็กแผลน้อยตามแขน
            ปริมายิ้มเยาะเพื่อนหนุ่มของพี่ชายอย่างหมั่นไส้ แค่นี้ก็ต้องฟ้องด้วย แผลไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย รู้สึกรำคาญพาลกินข้าวไม่ลง

            “ปริมอิ่มแล้วเหรอ” ปรามมองเห็นน้องสาวรวบช้อนไว้กลางจานที่ไม่มีเหลือแม้แต่ข้าวซักเม็ด
            “ถ้าอิ่มแล้วไปเอากล่องยามาทำแผลให้การหน่อย เอาน้ำมันมะพร้าวมาด้วยนะ”
            น้องสาวหันขวับ! มองหน้าพี่ชายตัวดีด้วยสายตาของคำถาม

            “หะ!” ต้องเป็นคนทำแผลให้ไอ้หมอนี่ด้วยเหรอ!

            “พาเขาไปเก็บผัก ก็ต้องรู้จักดูแลด้วยสิ  ไปเอากล่องยามาทำแผลให้เขาเลย” ปรามเน้นคำอีกครั้ง
            “ไม่ต้องดีกว่า น้องแกเอายาอะไรมาใส่ให้ไม่รู้แสบจะตาย” ปฏิการส่ายหัวปฏิเสธทันควัน
            “ไม่แสบหรอกใส่น้ำมันมะพร้าว มันช่วยสมานแผลและฆ่าเชื้อในตัวไม่เป็นแผลเป็นด้วย” ปรามหันไปตอบเพื่อนหนุ่ม

            “ปริมไปเอามา” เขาหันไปย้ำกับน้องสาวตัวแสบที่ยังคงนั่งเฉย พลางจ้องหน้าว่าต้องไปเอามาเดี๋ยวนี้
            ปริมาทำหน้ายุ่งก่อนจำใจลุกเดินขึ้นไปหยิบกล่องยา

            “แกไปกวนประสาทปริมหรือเปล่าถึงโดนแกล้งขนาดนี้” เขาหันไปถามหนุ่มหน้าหวาน และรู้นิสัยกวนโอ๊ยของเพื่อนดี
            “นี่! ไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาซ้ำเติมเลย ให้ไปช่วยเก็บผักก็ไปให้ จะเอาอะไรอีก แล้วดูสิ! ทำอะไรให้กินเนี่ย...ข้าเผ็ดเกือบตาย” ชายหนุ่มพูดพลางตักผัดผักบุ้งกับข้าวเข้าปาก
            “แล้วมีแผลตรงไหนอีกบ้างไหนดูซิที่หน้ามีหรือเปล่า” ปรามลุกขึ้นเดินไปหาแล้วเอื้อมมือจับปลายคางมนของเพื่อนหน้าหวานหันไปหันมา
            “ทำเป็นบ่นไปได้หน้ายังสวยอยู่ ไม่มีซักแผลน่าจะโดนซักแผลนะ” เขาอดแหย่อีกฝ่ายไม่ได้
            ปฏิการปัดมือเพื่อนออก 

            “อยากโดนหลังแหวนไหม!” หนุ่มหน้าหวานพูดเสียงเข้ม จ้องหน้าเพื่อนซี้อย่างเอาเรื่อง รู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีที่เพื่อนชอบล้อว่าเขาหน้าสวยเหมือนผู้หญิง

            ปริมาชะงักฝีเท้า พลางเบิกตาโตด้วยความตกใจ เมื่อเดินเข้ามามองเห็นพี่ชายกำลังจับคางหนุ่มจอมกวน แถมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แวบหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่า พี่ชายของเธอจะเป็น.......หรือเปล่า?  เพราะป่านนี้แล้วยังไม่เคยมีแฟนซักคน ไม่เห็นสนใจผู้หญิงคนไหนเลย ตายล่ะ!
            “อิ่มหรือยังจะได้ให้ปริมทำแผลให้” เมื่อมองเห็นน้องสาวถือกล่องยาเข้ามา แล้ววางแหมะไว้ที่ข้างจานข้าวของเขา

            “ใกล้แล้ว แต่ยังไม่อิ่ม!” หนุ่มจอมกวนหันไปจ้องหน้าน้องสาวเพื่อนพลางเคี้ยวข้าวกับผัดผักบุ้งตุ้ย ๆ  แถมยังตักผัดผักบุ้งมาใส่จานตัวเองเพิ่ม
            “ปริมนั่งรอก่อนนะ” เมื่อเห็นน้องสาวหยิบจานลุกขึ้น
            “เราเป็นคนพาเขาไปเก็บผัก เขาได้รับบาดเจ็บก็ต้องหัดดูแลสิ!” เขารู้ดีว่าน้องสาวของเขาก็แสบไม่เบาเช่นกัน

            คนขี้แกล้งทำหน้างอแล้วนั่งลง ปากกำลังจะพูดออกไปว่า  พี่ก็ไปทำให้เองสิ! แต่พอนึกถึงภาพพี่ชายกำลังทำแผลให้หมอนั่น! โอ๊ยตาย! รับไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด! เธอต้องแยกสองคนนี้ออกจากกันให้ได้ คงต้องหาแฟนให้พี่ชายสักคนแล้ว
            “แล้วแกจะกลับบ้านกี่โมงเดี๋ยวพ่อก็ตัดออกจากกองมรดกหรอก ควรกลับบ้านวันนี้นะอย่าให้พ่อเป็นห่วงเลย” ปรามเป็นห่วงความสัมพันธ์ของเพื่อนกับพ่อที่ไม่ค่อยดีนัก
            ปฏิการนิ่งไปครู่หนึ่ง กลืนข้าวลงคอแล้วตอบไปว่า
            “ดึก ๆ” 

            หนุ่มจอมกวนมองชามต้มยำที่ยังเหลือเต็มชามไม่มีใครแตะเลย แล้วมองหน้ายัยตัวแสบอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ ตัดสินใจตักต้มยำเอาแต่เนื้อผักกับเห็ดมาใส่จานข้าวของตัวเอง  ทำให้ทั้งปรามและปริมามองตามด้วยความอึ้ง!

            อยากแกล้งนัก! ใช่มั้ย? จะกินให้หมดเลย! เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกับฉัน! คอยดู! พร้อมกับตักเข้าปาก จริง ๆ แล้วถ้าไม่เผ็ดขนาดนี้ ถือว่ารสชาติดีทีเดียว เนื่องจากตักมาแต่เนื้อผักกับเห็ด ความเผ็ดจึงลดลง แล้วสลับกับการกินกล้วยไปด้วย เขากินไปจ้องหน้าแม่ครัวตัวดีไปด้วยจนหมดชาม ปาดน้ำมูกและน้ำตาเป็นระยะ ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหงื่อไหลจนปอยผมเปียกโชกด้วยความเผ็ดร้อน

            ปรามส่งผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อนเช็ดน้ำมูกน้ำตาและเหงื่อ
            เขารับผ้าเช็ดหน้าจากเพื่อนมา มองเห็นลายโลมาสีฟ้าเหมือนเสื้อของเขา ต้องเป็นผ้าเช็ดหน้าที่ยัยตัวแสบซื้อให้ปรามแน่ ๆ เขาจงใจสั่งน้ำมูกใส่ผ้าเช็ดหน้านั้นเต็ม ๆ

            ปริมาอ้าปากค้างอย่างโกรธเคือง แต่จะห้ามหรือแสดงความไม่พอใจก็ทำไม่ได้ เมื่อให้ผ้าเช็ดหน้านี้กับพี่ชายไปแล้ว ขนาดเสื้อที่ซื้อให้ พี่ชายยังให้หมอนั่นใส่ได้เลย  นับประสาอะไรกับผ้าเช็ดหน้า ได้แต่นั่งหน้างอง้ำมองหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างเขม่นเข่นเขี้ยว
            หนุ่มหน้าแดงกินต้มยำจนหมด กล้วยก็หมดแล้ว  ยกน้ำขึ้นดื่ม เขารู้สึกอิ่มมากและร้อนท้องไปหมด

            “อิ่มแล้ว มาทำแผลสิ!” หนุ่มจอมกวนพยักหน้า  ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
            คนหน้างอลุกขึ้นเอาเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เพื่อนพี่ชาย
            “ทำดี ๆ อย่าให้เขาเจ็บนะ” ปรามบอกน้องสาวพลางอมยิ้ม เขาอยากให้น้องรู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่นึกจะแกล้งใครก็แกล้งได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย 

            “ชิ!”  พยาบาลจำเป็นทำหน้าเซ็ง เปิดฝาขวดแอลกอฮอล์แล้วคีบสำลีจุ่มน้ำสีฟ้า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายไปทั่ว 
            “เอาแขนมาวางบนโต๊ะสิ” คนทำแผลจ้องหน้าคนเจ็บอย่างรำคาญยิ่งเห็นรอยยิ้มกวนโอ๊ยที่มุมปากของเขา ยิ่งคันหัวใจจี๊ด... เลย อยากจะแกล้งกดแผลให้แรงๆก็ทำไม่ได้ พี่ชายนั่งคุมอยู่ เมื่อเขาวางท่อนแขนขาว ๆ ลงบนโต๊ะอาหาร ปริมาจึงจำใจเอาสำลีเช็ดทำความสะอาดรอบแผลเล็กแผลน้อยอย่างเบามือ เธออดค่อนแคะชายหนุ่มอยู่ในใจไม่ได้ผู้ชายอะไรผิวขาวราวกับเต้าหู้ ผิวดีกว่าเธอซะอีก

            ทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวอยู่ในสายตาของหนุ่มผมยาว เขาเพิ่งมีโอกาสได้มองหน้ายัยตัวแสบในระยะใกล้ชิดขนาดนี้ ใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตากลมที่ฉายแววเอาเรื่องและไม่ยอมใคร ปากนิดจมูกหน่อย ผมตรงประบ่าหวีแสกกลางพร้อมกับติดกิ๊บสองข้าง  น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กญี่ปุ่น   มือเล็ก ๆ ของเธอคีบสำลีอันใหม่จุ่มแอลกอฮอล์มาทำความสะอาดรอบแผลขนาดใหญ่บริเวณเหนือข้อศอกของเขา  แผลค่อนข้างลึกและกว้างกว่าบริเวณอื่น  เมื่อมองเห็นมีเสี้ยนไม้เล็ก ๆ ติดอยู่จึงพยายามคีบออกมา ทำให้อีกฝ่ายรีบชักแขนหลบทันทีพร้อมร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ

            “โอ๊ย!  ทำอะไรของเธอเนี่ย! เจ็บนะ!” คนเจ็บโวยวายเสียงดังลั่น พลางดึงแขนเข้าหาตัวเอง แล้วหันตัวหลบทันที

            “มันมีเสี้ยนไม้ติดอยู่ ต้องเอาออก ไม่เชื่อดูเองสิ” เธอชักสีหน้ารำคาญ
            “ปอดชะมัด!” ปริมาอดบ่นชายหนุ่มไม่ได้
            เขายกแขนขึ้นดูก็เห็นมีเสี้ยนไม้เล็ก ๆ ติดอยู่จริง ๆ
            “ทำเบา ๆ สิ!”  หนุ่มหน้ามนค่อย ๆ เอาแขนมาวางบนโต๊ะอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

            พยาบาลจำเป็นมองบาดแผลที่มีเสี้ยนติดอยู่ แค่สะกิดเบา ๆ เขาก็สะดุ้งแล้ว ขยับแขนหนีทุกที 
            ‘แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย!’ เบื่อขี้หน้าเขาเต็มทนแล้ว
            “นี่! ชะอมทอดเป็นไง อร่อยไหม...” เธอพยายามชวนเขาคุยเพื่อให้ผ่อนคลาย ไม่อย่างนั้นคงเอาเสี้ยนออกไม่ได้แน่ ถ้าเขายังกลัวเจ็บอยู่แบบนี้
            “ก็...ใช้ได้นะ” เขายังจำความกรอบอร่อยได้ดีเลยแต่เสียดายได้กินแค่สองชิ้นเอง แม่ตัวดียังมีหน้ามาแย่งกับเขาอีก
            “ผัดผักบุ้งล่ะ... เป็นไง” เธอเปลี่ยนเอาสำลีชุบน้ำมันมะพร้าวทาแผลอื่น ๆ ให้เขาก่อนเพื่อเบนความสนใจจากแผลใหญ่
            “ต้มยำล่ะ” เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เวลานี้ดูสวยราวกับผู้หญิง ปากและจมูกยังแดงระเรื่ออยู่ด้วยความเผ็ดร้อน
            “เผ็ดจะตาย!  ถามได้ แต่ถ้าเผ็ดลดลง ก็รสชาติใช้ได้อยู่นะ” เขารู้สึกขำตัวเอง กินจนหมดได้ยังไงนะ

            “นายชอบกินต้มยำเหรอ” พยาบาลจำเป็นชวนคุยต่อ เสียงของเขาดูผ่อนคลายมากขึ้นไม่จดจ่ออยู่ที่บาดแผลแล้ว
            “ชอบสิ! ของโปรดเลย ตอนเด็ก ๆ แม่ชอบทำให้ทาน ทุกครั้งที่กินต้มยำจะรู้สึกคิดถึงแม่มาก” ใบหน้าแม่ของเขาลอยมาในห้วงนึก
            “แล้วนายช่วยแม่ทำรึเปล่าล่ะ” คู่สนทนาถามต่อไป
            “ช่วยสิ! แต่ไม่ค่อยได้เรื่องหรอก แม่บอกให้ไปรอกินอย่างเดียวดีกว่า” ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะเบา ๆ  เมื่อนึกถึงตอนที่เข้าครัวช่วยแม่ทำอาหาร

            ปริมามองหน้าเขาพูดถึงแม่ด้วยรอยยิ้มและดูมีความสุขมาก จึงใช้คีมคีบดึงเสี้ยนออกมาทันทีแล้วทาน้ำมันมะพร้าวให้
            ปรามมองน้องสาวพลางยิ้ม เธอมักใช้วิธีชวนคุยเวลาทำแผลให้เด็ก ๆ เสมอและได้ผลดีกับเด็กโข่งอย่างปฏิการด้วย

            “เรียบร้อย เลิกปอด...แหก...ได้แล้วนะ” ปริมาหันมาบอก แล้วเก็บอุปกรณ์ทำแผล
            ปฏิการทำหน้างงไม่หาย เมื่อกี๊เขาแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย เจ็บนิดเดียวเอง
 
            *****************
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่