สร้างรัก...บทที่ 6 (2)

กระทู้สนทนา
ทันทีที่เคลียร์พื้นที่เกิดเหตุและจัดการกับตัวต้นเหตุของเรื่องราวในวันนี้เสร็จเรียบร้อย ชวกรก็รีบวิ่งขึ้นมาห้องประชุมที่อยู่บนชั้นแปดทันทีเพื่อจะมาช่วยหญิงสาวให้หลุดพ้นจากการตกเป็นจำเลยในเหตุการณ์ครั้งนี้
 
         “มีธุระด่วนอะไรเหรอช่างตรี ถึงได้พรวดพราดเข้ามาแบบนี้” วัชระเอ่ยถามอย่างสงสัย 
 
         ชวกรยืนหอบหายใจเหนื่อยอยู่พักหนึ่งก่อนตอบคำถามของวัชระ “ผมอยากจะให้ทุกคนดูอะไรสักหน่อย ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องของเซฟตีรุ้งน่ะครับ” 
 
         พูดจบโฟร์แมนหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเปิดคลิปวิดีโอที่เขาแอบบันทึกไว้ให้ทุกคนในห้องประชุมดู ซึ่งเป็นคลิปเหตุการณ์ที่เขาบังเอิญผ่านไปเจอเมื่อครั้งขึ้นไปขอโทษเซฟตีสาวบนดาดฟ้า
 
         ‘ฉันคิดแผนเด็ดๆ ออกแล้วเว้ย’ หัวหน้าผู้รับเหมางานประปาเปรยขึ้นพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนร้าย
 
         ‘แผนอะไรเหรอพี่’ ผู้เป็นลูกน้องถามอย่างอยากรู้
 
         ‘แผนที่จะทำให้นังเซฟตีหน้าสวยโดนเด้งออกจากไซต์งานก่อนที่มันจะปากโป้งเรื่องของพวกเรายังไงล่ะ’
 
         ‘เล่นถึงขั้นโดนไล่ออกมันจะไม่แรงไปหน่อยหรอพี่ เขาไม่ได้รู้ความลับของเราสักหน่อย’ ลูกน้องแย้ง
 
         ‘ยืนตัวสั่นซะขนาดนั้นยังจะเชื่ออีกเหรอว่ามันไม่รู้ไม่เห็นว่าพวกเราเข้าไปทำอะไรกันในห้องนั้น’ ผู้เป็นลูกพี่ตวาดเสียงดัง ก่อนจะถาม ‘หรือจะรอให้มันไปพาตำรวจมาลากคอเข้าคุกก่อนถึงจะเชื่อ’
 
         ผู้เป็นลูกน้องครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มคล้อยตาม ‘ก็จริงอย่างพี่ว่า’
 
         ‘ฉะนั้นพวกเราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม’ 
 
         ‘แล้วแผนที่พี่ว่าคืออะไร ยังไงเหรอ’ 
 
         จบคำถามของลูกน้อง ผู้เป็นลูกพี่ก็อธิบายแผนที่เพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ หลังเดินผ่านหน้าห้องประชุมและได้ยินบทสนทนาระหว่างศรันย์และปัถยาให้ลูกน้องฟัง
 
         ‘เอาอย่างนั้นเลยเหรอพี่ ถ้าเกิดไฟมันลามจนเราเอาไม่อยู่ ไม่ซวยกันหมดเหรอ’ ลูกน้องยังคงลังเล กลัวทำพลาดแล้วจะกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
 
         ‘คนซวยไม่ใช่เราสักหน่อย แต่เป็นนังเซฟตีนั่นต่างหาก แล้วถ้ากลัวว่ามันจะมันลาม ก็หาถังดับเพลิงมาวางไว้ใกล้ๆ ก่อนสิ หลังจากตะโกนบอกคนอื่นๆ ว่าไฟไหม้แล้ว ค่อยรีบเอาถังดับเพลิงมาฉีด แค่นี้ไม่เห็นยากเลย จับมือใครดมก็ไม่ได้แล้ว’
 
         ‘ความคิดพี่นี่สุดยอดไปเลย แล้วเราจะลงมือวันไหนกันดี’ ชมพร้อมยกนิ้วโป้งให้กับคนเจ้าแผนการ
 
         ‘คงอีกหลายวัน เพราะเพิ่งเกิดเรื่อง ช่วงนี้ไฟร์แมนและเซฟตีรุ้งคงจะตรวจตราเข้มงวดกว่าเดิม เอาไว้วันไหนโอกาสเหมาะๆ ฉันจะบอกแกอีกทีหนึ่ง’
 
         ‘โอเคพี่ ผมพร้อมเสมอขอแค่พี่สั่งมา’ 
 
         
 
         หลังจากทุกคนได้ดูคลิปตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยคนใหม่ก็เป็นอันต้องล้มเลิกไป ปัถยาได้รับโอกาสให้ทำงานต่อไปตราบเท่าที่หญิงสาวยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ด้านผู้รับเหมาทั้งสองคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายในวันนี้ก็ถูกตำรวจเข้าจับกุมและนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 
 
         ตั้งแต่วันที่ล่วงรู้แผนการของผู้รับเหมาทั้งสอง ชวกรก็นำเรื่องนี้มาหารือกับก้องภพและจับตาดูผู้รับเหมาทั้งสองคนตลอด ขณะเดียวกันก็พยายามเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด ก่อนแจ้งเบาะแสไปยังตำรวจ จากนั้นตำรวจก็แฝงตัวเข้ามาทำงานในไซต์งานก่อนจะวางแผนล่อซื้อและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานเป็นยาบ้าจำนวนหลายสิบเม็ดที่ซุกซ่อนไว้ในลังเครื่องมืออย่างแนบเนียน
 
         “เดี๋ยวก่อนค่ะนายช่าง” ปัถยาร้องเรียกคนที่เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องประชุมไปโดยไม่สนใจใคร หลังจากเคลียร์เรื่องทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย
 
         ชวกรหยุดตามเสียงเรียกและหันกลับไปทางต้นเสียงแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เขาทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม
 
         “ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องวันนี้” 
 
         “อืม” โฟร์แมนหนุ่มตอบรับในลำคอพลางพยักหน้ารับรู้ ก่อนหันหลังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ก็ไม่วายมีเสียงใสดังแจ้วๆ ตามหลังมาอีกระลอก 
 
         “ทำไมถึงช่วยรุ้งล่ะคะ ทั้งที่นายช่างเองก็ไม่ชอบขี้หน้ารุ้งสักเท่าไร ทีแรกรุ้งคิดว่านายช่างน่าจะดีใจซะอีก ที่รุ้งจะโดนรีเจ็กต์ออกจากโครงการ จะได้ไม่มีรุ้งมาคอยขวางหูขวางตานายช่างอีกต่อไป” 
 
         เซฟตีสาวถามขณะรีบสาวเท้าให้ทันร่างสูงตรงหน้า เธออดสงสัยในการกระทำของเขาไม่ได้เลย เขาควรจะดีใจไม่ใช่เหรอถ้าเธอโดนไล่ออกจากโครงการ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนช่วยให้เธอให้ได้ทำงานที่นี่ต่อ แม้ว่าเขาจะล่วงรู้แผนการของผู้รับเหมาสองคนนั้น แต่หากเขาปิดปากเงียบและทำเฉย ปล่อยให้แผนการของทั้งสองคนนั้นสำเร็จ มันน่าจะถูกใจเขามากกว่าไหม ยิ่งคิดเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยสาวยิ่งสงสัย จึงต้องออกปากถามไปตรงๆ
 
         “มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย ถ้าคุณจะโดนเด้งออกจากโครงการมันต้องมาจากความผิดของตัวคุณเอง ไม่ใช่เพราะถูกคนอื่นกลั่นแกล้งแบบนี้” ชวกรพูดออกไปตามที่ใจคิด แม้เขาจะมีความคิดอยู่ลึกๆ ให้เธอไปให้พ้นๆ หน้าเขา เพื่อเขาจะได้ไม่หงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องไม่ใช่แบบเมื่อครู่นี้ ที่มีคนจงใจกลั่นแกล้งเธอ และอีกเหตุผลหนึ่ง เหตุผลลึกๆ ในใจของเขาคือเขาไม่ชอบเห็นใบหน้าหวานๆ นั้นดูอมทุกข์อย่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเอาเสียเลย
 
         “ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยให้รุ้งได้ทำงานที่นี่ต่อ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณจากใจจริง รอยยิ้มที่หายไปหลายวันเริ่มกลับมาอีกครั้ง ความหมางใจที่มีต่อเขาก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ คลายลงด้วย
 
         “ถือซะว่าเป็นการไถ่โทษที่ผมเป็นคนทำให้เกิดเรื่องครั้งก่อน” 
 
         “ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว”
 
         หญิงสาวบอกปัดอย่างไม่ถือสา แม้ก่อนหน้านี้เธอจะโกรธเขาบ้างที่เป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ แต่ในวันนี้เขากลับมีน้ำใจมาช่วยเธอทั้งที่เขาเองก็ไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไร เธอจะยังผูกใจเจ็บเขาก็ใช่เรื่อง ที่จริงเธอเองไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นสักเท่าไร อาจจะมีบ้างในบางครั้งที่จะอารมณ์หลุดและระเบิดออกมา แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานเธอก็ปล่อยวาง ไม่เคยเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยให้รกสมอง หรือจะพูดง่ายว่าเธอเป็นประเภทโกรธง่ายหายเร็ว หรือไม่ก็เป็นคนโลกสวยอย่างที่เพื่อนๆ ชอบว่ากันนั่นแหละ
 
         “หายโกรธผมหรือยัง” ชวกรหยุดเดินและหันมารอฟังคำตอบ
 
         “ที่จริงก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายหรอกนะคะ ไม่เข้าใจมากกว่าว่า...”
 
         “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” 
 
         เขาพูดตัดบท รู้ดีว่าหญิงสาวจะพูดเรื่องอะไร “เอาเป็นว่าผมไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดอะไรคุณหรอก ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ ปากหมาและขวางโลกไปวันๆ อย่าได้ถือสาผมเลย” ชวกรเลี่ยงที่จะบอกความจริงกับหญิงสาว
 
         “รุ้งไม่ถือสาหรอกค่ะ” ปัถยารับคำอย่างเสียไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่อยากบอกเธอก็จะไม่เซ้าซี้ให้มากความ เดี๋ยวจะมีปัญหากันอีก หญิงสาวจึงต้องอยู่กับความสงสัยต่อไป ก็ได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะยอมบอกถึงเหตุผลข้อนี้ให้เธอกระจ่างใจ และก่อนจะแยกจากกันเซฟตีสาวก็นึกบางอย่างขึ้นได้ จึงถามต่อ
 
         “นายช่างรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นแล้วไม่คิดจะบอกให้รุ้งรู้ตัวบ้างเหรอคะ” 
 
         “คุณเอาแต่หลบหน้าหลบตาผมแบบนั้น แล้วจะให้ผมบอกได้ยังไงล่ะ” เขาย้อน นึกถึงช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เธอเอาแต่หลบหน้าหลบตาเขา แถมใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอนั้นหม่นเศร้าแทบตลอดเวลา เขาก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาครามครัน ที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ความสดใสที่เคยมีนั้นจางหายไป
 
         “ไลน์ก็มี ทำไมไม่ทิ้งข้อความไว้ล่ะคะ”
 
         “ผมลืม” ชวกรปดออกไปหน้าตาย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเคยคิดจะส่งข้อความไปบอกเธออยู่เหมือนกัน แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างลึกๆ ในใจกระซิบบอกให้เขาไปคุยกับเธอต่อหน้าจะดีกว่า ด้วยเหตุนี้วันนี้เขาจึงต้องยอมทำให้เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพื่อที่จะได้เจอและพูดคุยกับเธอ แต่ก็ยังไม่ทันจะได้เตือนอะไรก็ดันเกิดเรื่องซะก่อน
 
         ปัถยากำลังจะอ้าปากแย้งออกไป แต่เสียงจากวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่ที่เอวของเธอและโฟร์แมนหนุ่มดันส่งเสียงแทรกขึ้นเสียก่อน  
 
         “สต๊าฟ แกรนด์ คอนสตรัคชั่น แอนด์ ดีไซน์ ว.2 เชิญทุกคนขึ้นมาประชุมบนออฟฟิศด่วน ทราบแล้วตอบด้วย” 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่