🇹🇭มาลาริน/ว้าว!วันนี้ลดลงค่ะ 4 พ.ค.ไทยพบโควิด 1,763 คน รักษาหาย1,490 คน เสียชีวิต 21คน/สธ.คาดอีก 1-2 สป.การรักษาดีขึ้น

ศบค.เผยไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1,763 ราย สะสม 72,788 ราย กำลังรักษาอยู่ 30,011 ราย ผู้เสียชีวิตยังสูงถึง 27 คน ปัจจัยเสี่ยงส่วนมากใกล้ชิดสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อ สัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันก่อนหน้า ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 1,009 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 311 ราย เผย กทม.และปริมณฑลยังน่าห่วงยอดติดเชื้อสูงกว่า 73 จังหวัดที่เหลือรวมกัน ตั้งศูนย์แก้ไขสถานการณ์ นายกฯ เป็น ผอ.เอง



วันนี้ (4 พ.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,763 ราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสม 72,788 ราย กำลังรักษาอยู่ 30,011 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 21,453 ราย และโรงพยาบาลสนาม 8,558 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มเป็น 1,009 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 311 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 27 ราย รวมเสียชีวิต 303 คน

ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,763 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 13 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงาน 231 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 1,519 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตเป็น ชาย 21 ราย หญิง 6 ราย อยู่ใน กทม.8 ราย นนทบุรี 5 ราย สมุทรปราการ และลำพูน จังหวัดละ 2 ราย ชลบุรี อุบลราชธานี ปทุมธานี นครปฐม บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กำแพงเพชร ชัยนาท และน่าน จังหวัดละ 1 ราย ปัจจัยเสี่ยงส่วนมากคือใกล้ชิดสมาชิกครอบครัวที่ติดเชื้อ สัมผัสผู้ติดเชื้อยืนยันก่อนหน้า ส่วนมากมีโรคประจำตัว

สำหรับสำหรับ 10 อันดับผู้ติดเชื้อสูงสุด กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงพบผู้ป่วยอยู่เป็นจำนวนมาก พบผู้ป่วย 956 ราย เชียงใหม่ ผู้ป่วยลดลง จากสีส้มเป็นสีเหลืองแล้ว ส่วนชลบุรีจากสีแดงเป็นสีส้มแล้ว

นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ กทม,และปริมณฑลยังน่าเป็นห่วง เมื่อดูจากสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นมา พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑลมีจำนวนมากกว่าผู้ติดเชื้อใน 73 จังหวัดที่เหลือรวมกันมาโดยตลอด ในการประชุม ศบค.นัดพิเศษ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวานนี้ จึงมีมติในการตั้งศูนย์แก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขึ้นมา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการศูนย์ด้วยตัวเอง และมีการตั้งศูนย์ฯ ในระดับเขตโดยมีผู้อำนวยการเขตเป็นผู้อำนวยการศูนย์

 

https://mgronline.com/qol/detail/9640000042491

เม่าแพนด้าสธ.คาดอีก1-2 สัปดาสถานการณ์การรักษาดีขึ้น หลังผู้ป่วยโควิดหายเพิ่มขึ้น
วันอังคาร ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 18.27 น.



วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,763 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,490 ราย เสียชีวิต 27 ราย ทำให้ระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 มีผู้รักษาหายสะสม 15,048 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 30,011 ราย เสียชีวิตสะสม 209 ราย ภาพรวมถือว่ายังพบผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง แต่เริ่มทรงตัว โดยต่างจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แนวโน้มลดลง ส่วนใหญ่มีผู้ป่วยไม่ถึง 20 ราย สามารถค้นหาผู้ป่วยและติดตามผู้สัมผัสได้ดี ขอให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันโรคต่อไป ส่วน กทม.และปริมณฑลยังมีแนวโน้มสูง ต้องจับตาชุมชนแออัดขนาดใหญ่ หากควบคุมสถานการณ์ใน กทม.และปริมณฑลได้ จะควบคุมสถานการณ์ระดับประเทศได้
 
นายแพทย์โอภาสกล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้รักษาหายเพิ่มขึ้น อัตราการรักษาหายมากกว่า 95% จึงต้องพยายามลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ คาดว่าใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ สถานการณ์การรักษาในโรงพยาบาลจะดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลโดยจัดหาไอซียูเพิ่มเติมรองรับผู้ป่วยอาการหนัก และปรับเปลี่ยนให้วินิจฉัยกลุ่มอาการสีเหลืองได้เร็วขึ้นและให้ยาเร็วขึ้น มีเตียงเพิ่มอีก 2 พันกว่าเตียง ทำให้สถานการณ์การรักษาค่อนข้างคงตัว สำหรับศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตร มีผู้ติดต่อเข้ามาสะสม 247 ราย ส่งผู้ป่วยไปรักษาได้ 239 ราย คิดเป็น 96.8% ถือว่าช่วยเหลือส่งต่อได้ทันท่วงที ส่วนการตรวจหาเชื้อโควิดในห้องปฏิบัติการเฉลี่ยวันละ 5-6 หมื่นตัวอย่างมากที่สุดคือ 7 หมื่นกว่าตัวอย่างต่อวัน ถือว่าตรวจได้ค่อนข้างมาก

นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า ขณะนี้กระจายวัคซีนโควิด 19 แล้ว 2.1 ล้านโดส ฉีดวัคซีนแล้ว 1.49 ล้านโดส คิดเป็น 75% สำหรับวัคซีนซิโนแวค 5 แสนโดสผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมเริ่มกระจายวัคซีนแล้ว โดยวันที่ 6 พฤษภาคมจะมีวัคซีนซิโนแวคมาอีก 1 ล้านโดส และวันที่ 22 พฤษภาคมมาอีก 1.5 ล้านโดส จากนั้น จะมีการทยอยส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ทำให้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ตัวเลขการฉีดจะพุ่งขึ้นทันกับสถานการณ์ ส่วนการลงทะเบียนนัดหมายฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อมมีจำนวน 879,830 ราย ผ่านไลน์หมอพร้อม 698,402 ราย และแอปพลิเคชัน 181,428 ราย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าการบินไปฉีดวัคซีนโมเดอร์นาฟรีที่สหรัฐอเมริกาไม่เป็นความจริง สำหรับโรงพยาบาลเอกชนถือเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ซึ่งให้ความร่วมมือฉีดตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมควบคุมโรคและไม่คิดมูลค่า โดยมี สปสช.สนับสนุนค่าใช้จ่ายการฉีดวัคซีน 20 บาทต่อคน



https://www.naewna.com/local/570595

สู้ๆค่ะ อย่าการ์ดตก

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่