เรียนออนไลน์ รู้สึกสิ้นหวังไม่เห็นอนาคตเลยครับ

ขอระบายนะครับ ระบายกับที่บ้านไม่ได้ 
(ขอสโคปแค่เรื่องชีวิตเรียนนะครับ เรื่องอื่นๆขอไม่พูด)

แต่เดิมเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษครับ เคยวางแผนว่าช่วงปี 2-3 (เรียน 3 ปี) จะไปดูมหาลัยตามเมืองต่างๆหาที่เรียนโทต่อ แล้วค่อยๆวางแผนไป
ตอนอยู่ที่นู่นก็ปัญหาร้อยแปด ก็แก้ด้วยตัวเองตลอด มหาลัยพึ่งไม่ได้อันนี้รู้อยู่แล้ว แต่ก็ทนได้

ตอนเรียนอยู่ปี 2 ขึ้นเทอม 2 โควิดเริ่มระบาด ก็หอบข้าวของเท่าที่พอเก็บได้กลับไทย กลับมาก็เรียนคอร์สเดิมแบบออนไลน์ ซึ่งมหาลัยเอาคลิปเก่าที่อัดเทปการสอนปีก่อนหน้ามาให้ดู ค่าเทอมจ่ายเต็ม ตอนนั้นก็หวังว่านี่แค่ชั่วคราว ถ้าจบปีนั้นแล้ว เดี๋ยวอะไรๆดีขึ้นก็คงกลับไปเรียนปกติ 

******ขอเพิ่มสรุปแทรกไว้ตรงนี้นะครับ เผื่อใครอ่านไม่ไหว*****
เรียนกับเทปที่อัดไว้ บางเทปคือเทปเก่า บางทีแปะคลิป YouTube แทน
การเข้าถึงข้อมูล (ที่เชื่อถือได้ เอาไป references ได้นะครับ ไม่ใช่แค่ Google เอา) ก็จำกัดลงๆ
Textbook ที่อนุญาตให้ใช้ออนไลน์จำกัดแค่ครั้งละ 5 คน คนละ 30 นาที ในการดู 1 ครั้ง เพราะมหาลัยซื้อ license มาเท่านี้ จะไปหาซื้อก็ไม่ได้
Student services ที่จำกัดจำเขี่ย ติดต่ออะไรก็ไม่ได้ โยนเรื่อง ดองเรื่อง จนเลยกำหนด
ไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษา ที่จะให้คำแนะนำ หรือเขียน reference ให้เราไปทำอะไร
ไม่สามารถปรึกษาอาจารย์ประจำวิชาได้ เวลาทำ assignment ต้องทำส่งเลย คะแนนเลยตามเลย
ส่วนคลาสสด มีทั้งเทอม ทุกวิชารวมกันราว 15 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนเทอมแรกๆก็พอมี interaction ครับ อาจารย์-นักศึกษายังมีไฟ อ.เปิดกล้องสอน มีเปิดกล้องคุยกันบ้าง แต่เทอมหลังๆนี้ไม่มีแล้ว อาจารย์ก็ปิดกล้องแล้ว สอนไปตามที่ต้องสอน ไม่มีถามไถ่อะไรกัน นักศึกษาเข้ามา และ ออกไปเมื่อหมดเวลา บรรยากาศหดหู่มากครับ

ทั้งหมดนี้คือ เราจ่ายในราคาเต็ม ค่าเทอมเต็มจำนวนเท่ากับเรียนปกติ ที่มี facilities ต่างๆให้ใช้ได้นะครับ

ถ้าเป็นปริญญาออนไลน์ ที่ราคาถูกกว่า แล้วได้เท่านี้ คงบ่นได้น้อยกว่านี้นะครับ

พอขึ้นปี 3 ค่าเทอมจ่ายเต็มเหมือนเดิม ที่นู่นก็ยังวิกฤติ ก็เลยต้องเรียนออนไลน์อีกอย่างน้อย 1 เทอม ก็ไม่กลับอังกฤษเพราะกลับไปก็ต้อง lock down บวกกับเรียนออนไลน์อยู่แล้ว ไปนู่นหรืออยู่นี่ก็มีค่าเท่ากัน ต่างกันที่ค่าใช้จ่ายในไทยถูกกว่าเยอะ ในไทยตอนนั้นยังโอเค ก็เลยได้ไปไหนมาไหนบ้างแต่ก็ไม่ได้ไปเต็มที่เพราะติดเรียน กะว่ารอปิดเทอม winter break คงพอได้ไปหน่อย แล้วทางอังกฤษตอนนั้นก็วิกฤตไม่หาย เทอม 2 อาจจะต้องเรียนออนไลน์อีก
แต่พอถึงปิดเทอม โควิดระบาดรอบ 2 ก็คิดซะว่าเตรียมสอบไป ไว้ปิดเทอมหน้าละกัน 

เทอม 2 ปี 3 เทอมสุดท้ายของหลักสูตร ค่าเทอมจ่ายเต็มเหมือนเดิม แล้วก็เรียนออนไลน์ 100% เหมือนเดิม มันเริ่มคิดมากขึ้นนะครับ 
ว่าถ้าในทัศนะของนายจ้าง ในยุคที่คนอยากได้งานมากกว่าตำแหน่งงาน ตัวเลือกมีเหลือเฟือ ถ้าระหว่าง คนที่จบมาปกติ หลักสูตรปกติ (ไม่ใช่หลักสูตรออนไลน์) เรียนจริงๆ กับคนที่จบหลักสูตรปกติ (ที่เรียนไม่ปกติ) เรียนจบออนไลน์ ดูคลิป ทำงานส่ง สอบออนไลน์ แบบนี้ ถ้าผมเป็นนายจ้างจะเลือกคนไหน ........

พอปิดเทอม spring break รอบสุดท้ายแล้วก่อนจบ ก็มาระบาดรอบ 3 รู้สึกเหมือนมองไม่เห็นอนาคตเลยครับ ไม่รู้ว่าจบตรงนี้แล้วจะเอาไงต่อดี no experience ใดๆทั้งสิ้น จะต่อโท จะต่อที่ไหนได้ ในสภาพแบบนี้ จะเขียนว่าได้เรียนรู้อะไรจากการเรียน ประสบการณ์อะไร ก็ได้แค่การแก้ปัญหาจอคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตไม่เสถียรเรียนไม่ได้ ไม่มีการ discuss ไม่มีอะไรใดๆทั้งสิ้น connection เลิกคิดได้เลย แค่หน้ายังไม่เจอ 

ไหนจะเอกสารอะไรต่ออะไร ก็ไม่ออกให้-ออกให้ไม่ได้ มหาลัยติดต่อไปก็ไม่ค่อยติดต่อกลับ แต่ตอนทวงค่าเทอมนี่ตามจิกยิกๆทั้งๆที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายแล้วก็จ่ายไปแล้วด้วย (ตัดบัญชีอัตโนมัติ) อาจารย์ที่ปรึกษาที่เค้าอาจจะช่วยเรื่องพวกนี้กับเขียน recommendation ก็ชิงลาออกไปแล้วตั้งแต่โควิดเริ่มระบาด จะปรึกษาใครอะไรยังไงก็ไม่ได้อีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจดหมายเลย

ในเฟสบุ๊ค เพื่อนที่ไม่ได้สนิท ก็บ่นไม่ต่างกัน ยิ่งคนที่เรียนสาขาที่ต้องทำแลป ก็ต้องทำแลปออนไลน์ (ดูคลิปสาธิต) ค่าเทอมจ่ายเต็มเช่นกัน ดูมืดมนหมดอนาคตมากๆ คลิปพัฒนาตัวเอง-ไลฟ์โค้ช อะไรพวกนั้นไม่ช่วยอะไรเลยครับในสถานการณ์แบบนี้ มันทำอะไรไม่ได้เลย หาความชัดเจนในอนาคตตัวเองยังไม่ได้ แม้แต่เป็นคนระวังตัวขนาดไหน ไม่เคยไปเที่ยวตามที่เสี่ยง ยังไม่รู้ว่าวันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้เราจะติดเชื้อเมื่อไหร่ กี่วันจะตาย

เรียนออนไลน์อยู่บ้าน เรียนก็เหมือนไม่ได้เรียน ที่ส่วนตัวไม่มีแม้แต่ในส้วม คนทำนู่นนี่โครมครามกันทั้งวันทั้งคืน จะไปเช่าหอเช่าคอนโดอยู่ก็ไม่ได้อีก รถก็ไม่ให้ขับ (เคยขับเป็น มีใบขับขี่ แต่ที่บ้านไม่ให้ขับจนขับไม่คล่องแล้ว) อายุมากขึ้นทุกวันๆ อีกไม่กี่ปีก็จะ 30 แต่มอง-ทำเหมือนเป็นเด็กเล็กๆแต่คาดหวังผลตอบแทนแบบผู้ใหญ่ พูดถึงแต่เรื่องอดีต แต่จะเอาอนาคต

 จะทำอะไรต่อไป ใครๆก็อยากให้อะไรมันแน่นอน ถ้าผมจะหาที่เรียนโท ผมก็อยากได้ที่ๆ คุ้มค่าที่จะจ่าย เรียนแล้วได้ประโยชน์ (ในทรรศนะเค้า) แต่ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ อะไรๆก็ทำไม่ได้ ได้แต่รอๆๆ จะขอเว้นวรรคดูสถานการณ์หลังจบตรีเทอมนี้เค้าก็ไม่ให้อีก หาว่าขี้เกียจ จะทำอะไรก็ไม่ได้เลย แม้แต่จะขอเอกสารทางการจากมหาลัยผมยังทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะผมไม่ทำ แต่มหาลัยมันไม่ทำให้ ส่งเมลไปก็ไม่ค่อยตอบ แต่คนเหมือนจะมองว่าผมไม่เอาไหนไม่ยอมทำอะไรเลย ตั้งแต่ตอนนู้นจิตแพทย์ก็ไม่ให้ไปหา แอบไปก็ไม่ได้ บอกว่าไม่มีความอดทน

บางทีตายไปตั้งแต่ต้นก็คงดีนะครับ 

กลับมาที่เรียนออนไลน์
คลิป pre-recording เหมือนเรียนพิเศษสมัยม.ต้น
คลาส seminar ที่ไม่ต่างจากคลิป เพราะไม่มี reaction ใดๆ คนสอนก็น้ำเสียงหมดอาลัยตายอยากไม่ต่างกัน (เท่าที่ทราบ เงินเดือนก็โดนตัด สอนแบบนี้ก็ไม่ค่อยถนัด สอนแล้วไม่รู้เรื่อง คนสอนก็ไม่มีความสุข) เรียนแกนๆไปวันๆรอให้จบเท่านั้น 
งานเขียน essay ก็พิมพ์ๆไป หาข้อมูลไป เสร็จก็ส่งใน Turnitin ไม่มีการเอา draft ไปปรึกษา ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
เท่าที่รู้มา พวกที่เรียน architecture, engineer etc. พวกนี้เจอแลปออนไลน์ เจอทำโมเดลเอง ก็แย่ไปหมดไม่ต่างกัน

ยิ่งโควิดที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง ถ้าไม่เรียนตั้งแต่ต้นเก็บเงินไว้อาจจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า ตอนที่เริ่มระบาดก็คิดว่าไม่นาน ทั้งจ่ายไปเยอะแล้ว จะทิ้งก็ไม่ไหว ทำอะไรไม่ได้เลย.....

ขอไม่พูดถึงปัญหาอื่นๆนะครับ ขอสโคปแค่เรื่องชีวิต+เรียน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่