[รีวิวหนังWorld Classic] เถียนมีมี่ Comrades, almost a love story ครบรอบ25ปี + ข้อคิดจากผู้กำกับ Peter Chan

กระทู้สนทนา

.
.
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ฟังรีวิวเต็มๆได้ในคลิป
.
.
.
.
"ผมเพิ่งรู้เมื่อเช้านี้ว่าหนังลุงปีเตอร์ ชาน(เถียนมีมี่ Comrades, almost a love story เป็น1ในหนังรักระดับตำนานขึ้นหิ้งที่ดีที่สุดในโลกอีกเรื่องเท่าที่เคยดูมา)
.
ใครที่ยังไม่เคยดูอยากแนะนำให้ลองชมสักครั้งครับ
เป็นหนังรักตลอดกาลอีกเรื่องที่ต่อให้จะหยิบมาดูในปี 2021 
เราก็ยังสัมผัสได้ถึงห้วงอารมณ์ในช่วงเวลานั้นได้อยู่ 
และระหว่างที่ดู เรายิ่งรู้สึกว่า คนรุ่นพ่อแม่เรา หรือแม้แต่ระดับ Boomer ไปจนถึงปู่ย่าตายาย
กว่าพวกเขาจะสร้างเนื้อสร้างตัวกันขึ้นมาได้ ต้องใช้ความพยายาม มุมานะ ขยันขันแข็งแค่ไหน
และในขณะเดียวกัน พอต้องมาเผชิญกับความรักวายป่วง เรียกได้ว่ามีความ “เฟรนโซนด์” แบบไร้ซึ่งสถานะ ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต มีพบ มีพราก มีจาก มีลา ผู้คนที่เข้าออกในชีวิตตัวละครหลัก ทำให้แต่ละคนค่อยๆเติบโตจนพบเจอจุดที่ลงตัวกับตนเองได้ในที่สุด 
.
ในโอกาสครบรอบ25ปีของหนังเรื่องนี้ (หนังเข้าฉายตอนเราประมาณ4ขวบ) ทางHouse Samyan ได้พาหนังในดวงใจใครหลายคนกลับมาฉายโรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี และพิเศษที่สุดคือ คุณปีเตอร์ ชาน ผู้กำกับภาพยนตร์เลื่องชื่อก็ให้เกียรติมาพูดคุยQ&Aด้วย 
.
.
ก่อนเข้าเรื่อง ต้องบอกว่า โชคดีที่ในโอกาสที่เราไม่เคยดูเรื่องนี้เลย วันนี้เลยตัดสินใจตื่นเช้าหยิบแผ่นมาดูก่อน แบบไม่รออรรถรสโรงหนัง และพบว่า หนังโคตรดีระดับคลาสลิค ต่อให้แผ่นหนังภาพในจอแก้วอาจไม่อลังเท่าโรง แถมเสียงยังแตกด้วยคุณภาพแผ่นกับทีวีที่มีอายุมานาน ก็ไม่อาจทำให้มนต์ขลังในภาพยนตร์เสื่อมคลายไปได้ และกาลเวลา ก็ไม่ทำให้ความดีงามของหนังลดลงเลย ดังนั้นมาฟังข้อมูลเพิ่มเติมดีๆกับลุงปีเตอร์กันเถอะ ขอเริ่มจากคำถามที่เรายกมือถามลุงปีเตอร์ก่อน 
.
.

.
.
1. "สำหรับคนทำหนังรุ่นใหม่ อะไรคือสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจหากจะเริ่มทำหนังเรื่องแรก?"
ลุงปีเตอร์ : ความรักในผลงาน!! (ลุงยืนยันหนักแน่น)
อันนี้สำคัญมาก ถ้าจะทำหนัง1เรื่อง ให้เลือกทำเรื่องที่เรารักจริงๆมาทำก่อน แน่นอนว่าการทำหนังมันต้องบาลานซ์ระหว่าง ฝั่งคอมเมอร์เชียล,การทำเพื่อขายคนดู แต่อย่าลืมว่าตัวตน identity ในฐานะนักสร้างผลงานก็สำคัญไม่แพ้กัน เป็นไปได้ยากมากที่เราจะทำงานที่เราไม่เชื่อ งานที่เราไม่รัก แล้วทำมันออกมาได้ดี (อาจมีบางคนที่ทำได้ แต่เป็นส่วนน้อยมากๆ) 
.
2. เถียนมีมี่ ช่วงแรกหนังก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ แต่เพิ่งจะมาฮอตฮิตในเวลาต่อมา (ทำให้20ปีต่อจากนั้นในวงการ ลุงปีเตอร์ เลยได้โอกาสต่างๆมากมายในการทำงาน ทั้งได้ไปทำหนังกับจีนแผ่นดินใหญ่ และโกอินเตอร์ไปทำงานในระดับฮอลลีวู้ด)
.
3. ทุกปีไม่ว่าวันเกิดหรือวันเสียชีวิตของ เติ้งลี่จวิน เจ้าของเพลง เถียนมีมี่ จะมีจดหมายจากแฟนๆหนังทั่วโลกเขียนมาขอบคุณผู้กำกับ(ลุงปีเตอร์)ที่ทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเสมอ
.
4. แต่ลุงปีเตอร์สารภาพกลางQ&Aว่า "ผมไม่ใช่แฟนเพลงของเติ้งลี่จวินนะ" (เอ้า!! แล้วเพลงมันมาอยู่ในหนังได้อย่างไร และเป็นชื่อหนังได้ไง ลุงเชื่อในงานหรือเปล่า ข้าพเจ้าถามในใจ) ลุงปีเตอร์พูดต่อว่า "ที่นำเพลงนี้มาใช้รวมถึงเป็นชื่อหนัง เพราะระหว่างเขียนบท เติ้งลี่จวินดันเสียชีวิตซะงั้น แล้วพอลองนำเพลงมาร้อยเรียงปรากฏว่ามันเข้ากับเรื่องมากๆ เข้ากับบริบทตัวแทนความเป็นจีน และเป็นเหมือนหัวใจของเรื่องที่เหมาะสมที่สุดที่จะอยู่ตรงจุดนี้ ดังนั้นมันจึงออกมาอย่างนี้"
.
5. ลุงปีเตอร์กล่าวว่า "จริงๆทำหนังนี่มันอยู่ที่จังหวะ อยู่ที่ดวงเยอะเหมือนกันนะ เพราะตอนแรกเรื่องนี้ก็เกือบพับโปรเจคไปแล้ว แต่พองัดมาลุยอีกที บทที่เขียน มันก็เปลี่ยนไปเยอะมากๆระหว่างทาง ดังนั้น อย่ายึดติดกับบทร่างแรกเยอะเกินไป จงหาส่วนที่ควรอยู่ในหนังให้เจอ เผลอๆส่วนพวกนี้อาจเจอตอนตัดต่อด้วยซ้ำ อย่าเอาบทมาครอบวิถีเล่าเรื่องในฐานะภาพยนตร์เกินไป เพราะเราไม่ได้เขียนนิยาย แต่เราทำหนัง จงปล่อยให้หนังมันเกิดflowด้วยตัวมันเอง จนเราในฐานะคนทำเชื่อและคล้อยตามไปกับมัน ถ้าคนทำยังไม่เชื่อ ไม่อิน อย่าไปหวังว่าคนดูจะชอบ
.
6. ตอนแรกลุงอยากให้หนังถ่ายเป็นขาวดำด้วย เพราะฉากย้อนยุคจะจับผิดยากขึ้น แต่ไอเดียนี้ติสไปสำหรับนายทุนเลยโดนปัดตก
.
7. ไอเดียตั้งต้นของหนังดาร์กกว่านี้มาก มีแค่ "เรื่องราวของชายหนุ่มจากแผ่นดินใหญ่มาแสวงโชคในฮ่องกง" และจะมีความเป็นหนังคาวบอย!? (แต่สุดท้ายก็พลิกไปเป็นหนังรักโรแมนติกซะงั้น)
.
8. เถียนมีมี่เป็นผลงานกำกับลำดับที่7ของลุงปีเตอร์ 
ทำให้เริ่มไม่ยึดติด แม้จะมีสิ่งที่ตัวเองไม่ได้อินสุดๆเช่นเพลงเถียนมีมี่อยู่ในหนัง แต่ด้วยความเหมาะสมที่สุด ก็ยอมรับตรงนี้ได้ และหนังก็ออกมาเวิร์คจริงๆ
.
9. สมัยนั้นถ่ายหนังทีงบไม่เยอะขนาดนี้ โชคดีที่การจัดการเวลาถ่ายในพื้นที่ที่มีผู้คนเช่นกลางถนน หรือจุดใหญ่ๆในเมืองยังทำกันได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากวุ่นวายเหมือนในปัจจุบันตอนนี้ โดยเฉพาะกองหนังในอเมริกา สมัยตอนนั้นที่ถ่ายเรื่องนี้ กับพักหลังที่ไปถ่ายเรื่องอื่น ลุงปีเตอร์บอกว่าเดี๋ยวนี้เข้มงวดกันมากกว่าเดิมเยอะ ถ้าเจอทีมที่ไม่ให้ความร่วมมือที่ดีกับเรา ถือว่าซวยมาก (อันนี้อยู่ที่โชคด้วยว่าจะได้ทีมประสานงานเก่งแค่ไหนมาทำงานด้วย)
.
10. ลุงปีเตอร์บอกว่า บทหนังแกที่สามารถส่งตัวละครในหนังเรื่องต่างๆให้ออกมามีเสน่ห์ เป็นธรรมชาติ น่าเอาใจช่วย เพราะทุกครั้งก่อนทำงาน จะต้องนำบทมาเทียบเคียงตัวจริงของนักแสดงบทนั้นๆแล้วปรับคาแรคเตอร์ให้relateกับตัวจริง (แกยกตัวอย่างเคสฮอร์โมนเดอะซีรี่ส์ ที่ปรับบทตามความถนัดของนักแสดง ทำให้งานออกมาดูจริงและเป็นธรรมชาติมากๆ) 
.
11. ลุงปีเตอร์ไม่ได้ทำหนังมาปีนึงแล้ว และอยากทำหนังเล็กๆบ้าง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าจะมาถ่ายที่ไทย (แกบอกว่ามีสคริปในมือสองเรื่องกำลังพิจารณาทำในตอนนี้) 
.
12. ด้วยความเป็นนักเดินทางมาตลอดชีวิต เกิดที่ฮ่องกง มาเติบโตที่ไทย ไปทำหนังที่ฮ่องกง + จีนแผ่นดินใหญ่ + ฮอลลีวู้ด ทำให้เห็นโลกในมิติต่างๆจนมาเล่าเรื่องลึกซึ้งกินใจแบบเถียนมีมี่ได้ ขณะเดียวกัน ลุงก็บอกว่า ถ้าได้ไปทำหนังในที่ที่มีความพร้อมเรื่องอุตสาหกรรม และเงินทุนมากกว่า งานที่ได้มาก็จะยิ่งมีคุณภาพมากกว่า (อันนี้จริงมาก ถามลุงไม่ทันว่าทำยังไงถึงจะได้ไปถึงตรงนั้นนะ ก็คิดเล่นๆ วันนี้ดูอย่างหนังOne for the Road ของพี่บาสxลุงหว่องกาไว หรือหนังร่างทรงของพี่โต้ง×นาจินโฮ ก็คงเป็นโมเดลที่คนทำหนังไทยจะได้เติบโตไปในเวทีโลกได้บ้าง แต่กว่าจะถึงจุดนี้ก็ต้องมีงานพิสูจน์ฝีมือและเครดิต ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกยาวไกล)
.
.
สิ่งที่จำแม่นที่สุดในวันนี้
"ทำหนังโดยคำนึงถึงคนดูและการตลาดก็สำคัญ
แต่มากกว่านั้น อย่าลืมว่าที่เรามาทำหนัง
มันต้องเป็นเรื่องที่มาจากหัวใจเราเอง" 
.
.
ขอบคุณลุงปีเตอร์ ชาน มากครับ 
คุณลุงอาจไม่ทราบว่าครั้งหนึ่ง
ผมเคยเกาะขอบพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์ตอนม.5
เพื่อมองลุงจากที่ไกลๆ ดีใจที่วันนี้ได้เข้าใกล้และรู้จักคำว่า
"ภาพยนตร์" จากคุณลุงมากขึ้นนะครับ 
.
.
ปล. เอ้อ ทุกคน หนังเถียนมีมี่จะมาฉายในโรงHouse Samyan 4วัน ตั้งแต่ 25 - 28 มีนาคม กรุณาเช็ครอบกันน้อ
และเพื่อนๆคนไหนเคยดูหนังเรื่องนี้แล้ว มีความทรงจำอย่างไรกับหนังบ้าง มาแชร์ความรู้สึกกันได้นะฮะ 



โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่