เคยไหม นอนกลางคืน

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
#คืนสยอง...
...สุดยอดเลยเพื่อนเรื่องกลัวผีมั้ย กับเรื่อง ส่วนที่หายไปของพวกนาย ทั้งสองคนเล่ามาสนุกดีว๊ะ ทั้งสนุกทั้งมีคติเตือนใจด้วย สนุกว๊ะเพื่อน...เพื่อนทั้งสองยิ้มไม่หุบ ก่อนที่จะพูดว่า เฮ้ แล้วเรื่องที่นายจะเล่าล่ะ เริ่มได้ยัง...เฮ้ๆๆ ใจเย็นๆสหาย นานๆจะได้มาเจอกันทีอยู่คุยกันนานๆหน่อยสิว๊ะ ไอ้หนุ่มอีกคนพูด ก่อนที่จะเริ่มเล่า....
.....เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสมุทสาคร  ช่วงนั้นเราก็ได้ทำงานเป็น รปภ.ในโรงงานป็นโรงงานขนาดใหญ่เนื้อที่เกือบร้อยไร่....  
.... เริ่มงานวันแรกนี้โด รับน้องเลย หัวหน้าพาเราพากูซ้อนจักรยานเก่าๆเสียงลูกปืนที่ล้อดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ตลอดระยะทาง จนมาถึงจุดหมาย นั้นคือป้อมยามท้ายโรงงานที่สุดแสนจะเงียบเหงาวังเวง...เอิ่ม ถ้าเกิดได้ยินอะไรหรือเห็นอะไรแปลกๆ เอ็งอย่าไปทักหรือโวยวายน่ะ เงียบๆเข้าใว้ นอนหลับได้รีบหลับเลย หัวหน้าพูดก่อนจะขึ้นคร่อมจักรยานจะจากไป...ทำไมเหรอครับหัวหน้าเราถามด้วยความข้องใจ...ฮึๆๆ ก็ที่นี้มันมี มันมี  เอิ่ม ไม่มีอะไรหรอก หัวหน้ารีบกลบเกลื่อนก่อนที่จะรีบปั่นจักรยานออกไปทันที มิวายตะโกนสำทับให้เขาทำตามที่บอกก็แล้วกัน...
...ลมพัดกรรโชกจนป้อมยามสั่นตามแรงลม ไฟในป้อมกระพริบถี่ๆ ก่อนที่มันจะดับสนิทมิดจี่รี ในท่ามกลางความมืด เรานั่งสำรวจรอบๆป้อมอยู่เงียบๆ ความจริงจะเรียกว่าป้อมยามก็ไม่ถูกนัก มันคล้ายศาลาพักร้อนมากกว่า ตีฝ้า ภายในป้อมเปิดช่องด้านหน้า ส่วนประตูอยู่ด้านหลังอยู่ในป้อม ภายในมีโต๊ะทำงานถัดออกมาแคร่เก่าๆตั้งอยู่มุมห้อง อันมืดมิด...
....ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องโครมคราม ฟ้าแลบแปล๊บๆ อย่างน่ากลัว ไอ้เราจะทิ้งจุดไปป้อมหน้าก็ไปไม่ถูกเนื่องจากเป็นเด็กใหม่ เนื้อที่โรงงานเป็นร้อยไร่ จะทำให้เราออกไปใหนได้เล่า จึงทำได้เพียงนอนขดตัวนิ่งๆ อยู่บนแคร่เล็กๆภายในป้อม  ได้แต่ภาวนาให้ถึงพรุ่งนี้เช้าไวๆ...
...ขณะที่เรานอนกำลังเคลิ้มๆอยู่ในป้อม เราก็รู้สึกได้ว่ามีร่างดำถมึน นอนข้างๆเรา ร่างนั้นส่งเสียง ครางอื่อๆอย่างน่ากลัว เรานอนหลับตาปี้เพราะไม่กล้าลืมตามองเจ้ามัจจุราชร้ายตนนั้น...
...สักพักร่างนั้นก็ขึ้นนั่งคร่อมเรา น้ำหนักอันหนักหน่วงกดทับเราจนเราชาไปทั้งตัว  นี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่า ผีอำเราคิดในใจ...เราพยายามกัดฟันหลับตาหลับต่อไป แต่เจ้าผีร้ายตนนั้นก็เริ่มรุกรานก่อกวน เราอย่างหนัก  จนเราสุดทนไหว ด้วยความกลัวสุดขีดจึงบังเกิดให้กลายเป็นความกล้าเราจึงกำปั้นแน่นก่อนที่จะต่อยไอ้ผีตนนั้นสุดแรงเกิด   ทั้งที่เรารู้อยู่แกใจ ว่าการต่อยมันออกไปมันก็คงเป็แค่ธาตุอากาศแค่นั้นเอง...
...พลั๊ก โอ้ย ผีตนนั้นร้องเสียงดังลั้น ก่อนที่เราจะใช้ขาถีบหน้าอกผีตนนั้นไปสุดแรง จนร่างของมันปลิวตกลงไปข้างเเคร่ทันที...ห่ะ นายกระทืบผี!!!!!.  เพื่อนทั้งสองร้องเสียงหลง....ผีห่าเหวที่ใหนว๊ะ มันเป็นไอ้กระเทยควาย ที่ไอ้หัวหน้ายิ้ม ขายกูให้มัน ดีที่กูฮึดสู้ ไม่งั้นตูดกูคงบานเป็นกลีบมะไฟไปแล้ว ผมบอกหน้ามุ่ย เรียกเสียงฮา ของเพื่อนทั้งสองดังลั่นห้อง...แล้วไอ้หัวหน้าตัวนั้น นายจัดการมันยังไงว๊ะเพื่อนถามอย่างใฝ่รู้...คืนนั้นเราก็ไปกระทืบมันจนน่วมคาตีนให้สมแค้นน่ะสิว๊ะ 5555 เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง.....
....นั้นไงหัวหน้า เสียงหัวเราะดังขึ้นจากห้องนั้นอีกแล้ว ชายร่างผอมเกร็ง พูดอย่างหวาดผวา...เหลวไหลน่า มันจะมีคนหัวเราะในห้องนั้นได้ไงเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว หัวหน้าตำหนิลูกน้องก่อน ที่จะเดินนำหน้าลูกน้องตรงไปยังห้องดับจิต พลางเปิดประตูให้ลูกน้องดูให้เต็มตา เป็นไงล่ะในห้องนี้จะมีอะไรนอกจากศพไอ้เด็กแว้น3ตัวนั้น หัวหน้าพูดพร้อมกับมองเข้าไปด้านใน....มาฟังเรื่องสนุกๆ ด้วยกันมั้ยกำลังสนุกเลย เด็กหนุ่มแขนร่องแร่งๆคอพับไปข้างหลัง หันมาชวน เหอ เหอ เหอ.....
....จบล่ะ   สะบายดี...
...เรียบเรียงเรื่องเล่า  ครูกุลชญา ศิริไทย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่