นิยายผจญภัยแดนภูธร ถิ่นชาวดง "สมิงล้างดง"

กระทู้สนทนา
ขอฝากอีกผลงานด้วยครับ เรื่องนี้ออกเเนวนักเลงภูธร มือปราบชนบท แล้วต้องมาผจญผีสาง ตามสไตล์ เเจ็ค ในสวนถั่ว

............. ดงพญาไฟในยุคนั้น พื้นที่ป่าอันบริสุทธิ์เพิ่งถูกบุกรุกแผ้วถางเพียงเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรมยังชีพกาลเวลาผ่านไปจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ความเจริญได้มาถึง หลวงได้ตัดถนนผ่าน ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น พวกนายทุนหัวใสจึง ต้องการกว้านซื้อเอาไว้เก็งกำไรขายต่อ ปัญหาการกระทบกระทั่งจากการแย่งชิงพื้นที่จึงมีตามมา 

ยุคนั้นแทบจะเรียกได้ว่าจับจองพื้นที่กันด้วยเสียงปืน จนมีประโยคอันลือลั่น อยากรู้อาณาเขตของใครก็ให้ขึ้นขี่หลังควาย วิ่งควบไปให้ไกล จนไม่ได้ยินเสียงปืนนั่นแหละคือสิ้นสุด  ยิ่งผู้มีอิทธิพลมากยิ่งได้ครอบครองพื้นที่มาก แค่ได้ยินชื่อ สส เอย ข้าราชการทุกระดับชั้นยังต้องเกรงใจ 

เมื่อคนมีเงินมีอิทธิพลเบียดเบียนคนจน  ผู้ที่รักสงบไม่อยากรบรากับใคร จึงพากันอพยพเข้าป่าลึก ขยายอาณาเขตการบุกรุกมากขึ้น ใช้เรี่ยวแรงที่มีถากป่าทำไร่ พอว่างเว้นจากฤดูกาลจึงออกหาของป่ามาขาย หรือดำรงชีพเป็นพรานป่าล่าสัตว์ และนั่นเท่ากับว่าได้นำชายคาบ้านและคนในบ้าน เข้าไปเผชิญหน้ากับสรรพภัยร้ายในป่า ทั้งที่มาเป็นตัวตน และไม่อาจมองเห็น ทั้งไม่อาจคาดเดา เเม้ในคราบของคนคุ้นเคย หรือผู้บำเพ็ญพรตในลัทธิต่างๆ  

นายอำเภอสรพงศ์ ข้าราชหนุ่มใหญ่ไฟแรง พึ่งเข้ามารับตำแหน่งในพื้นที่ ด้วยนิสัยไม่กลัวเกรงอิทธิพลตั้งแต่เป็นปลัด แม้พื้นเพเดิมจะเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ทางการได้ส่งไปประจำในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงชนบทบ้านป่า บ้างอยู่ในดงลึกเป็นบ้านเถื่อนอยู่นอกสำรวจสำมะโนครัว ก่อตั้งขึ้นและเคลื่อนย้ายมีได้ตลอด การกระทบกระทั่งจนเกิดการใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน ทั้งจากคนมาใหม่ และเจ้าถิ่นแต่เดิมจึงเกิดขึ้นได้ง่าย

เรื่องการปกครอง สมัยที่ยังเป็นปลัดหนุ่มคางใสผิวบาง แลดูเป็นคนสำอางไม่น้อย ด้วยพื้นเพมาจากตระกูลที่ดีจึงได้รับหน้าที่เป็นปลัดในหัวเมืองใหญ่ทางภาคอีสาน  มักโดนดูแคลนจากนักเลงหัวไม้  มือตีนยังอ่อนนักหาได้กลัวเกรง  แกได้กำราบเสียสิ้น  ด้วยถือตนมีของดีคุ้มครองกายมาจากครูบาอาจารย์สมัยบวช  เมื่อสึกออกมาฝักใฝ่งานราชการ  พอนานปีเข้าด้วยรูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดโค้งเหนือริมฝีปาก ใบหน้าไร้รอยยิ้มจึงดูน่าเกรงขาม 

อาวุธประจำมือได้แก่ไม้กระบองเอาไว้ปราบนักเลงเด็กน้อยที่ชอบต่อยตีกันตามงานวัด หรือร้านรวงต่างๆ สร้างความเดือดร้อนให้คนทำมาหากิน     
หนักขึ้นไปอีกคือพวกลักวิ่งชิงปล้น  ยุคนั้นขโมยลักวัวลักควายมีชุม แทบจะไว้ใจคนแปลกหน้าจากต่างถิ่นต่างชุมไม่ได้เลย บางครั้งพวกนี้จะมาในรูปโจร ที่ใช้กำลังคนและอาวุธปล้นเอาทรัพย์สินของผู้คน  

เพื่อนคู่มืออาวุธคู่ใจเอาไว้ปราบพวกนี้ก็คือปืนลูกโม่ รูเกอร์แบล็คฮ็อค .357 แม็กนั่ม ปลัดหนุ่มคางใสในตอนนั้นคาดเข็มขัดกระสุนกับซองหนังคาดเอวดูโก้เหมือนคาวบอย ในช่วงที่ยังใช้ม้าเป็นพาหนะ  ปืนอีกชนิดที่นานที่ได้ใช้คือไรเฟิล มัลลิเคอร์ .30 – 06 จนได้ฉายามือปืนเจ้าสำอาง ด้วยเป็นคนพิถีพิถันเลือกใช้แต่ปืนชั้นดี ยามว่างจะนำมาทำความสะอาด ให้ปราศจากสนิมและเขม่าดินปืน ทำให้ปืนสวยงามดูใหม่อยู่เสมอ เรื่องจะเกิดเหตุการณ์กระสุนขัดลำกล้องนั้นยิงไม่ออกนั้นไม่เคยมีในประวัติ  เช่นที่เกิดขึ้นกับปืนเกรดทั่วไปที่ชาวบ้านใช้ เมื่อถึงคราวจำเป็นยิงไม่ออก กลายเป็นท่อนเหล็กไร้ค่าเมื่อโจรภัยมาถึงเรือน  เหล่าวายร้ายนึกย่ามใจ คะนองในวิชาอาคมของตนทำให้ปืนยิงไม่ออก    

ด้วยนิสัยไม่ยอมคน ครั้งหนึ่งจึงเคยกระทบกระทั่งกับผู้บังคับบัญชา  แม้จะมีผลงานได้รับการอวยยศและตำแหน่งเป็นถึงนายอำเภอ ยังต้องถูกส่งไปปฏิบัติติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดาร และนี่คือที่มาของนายอำเภอนามว่าสรพงศ์

 ภาพที่ชาวชนบท ได้เห็นในช่วงบ่ายวันหนึ่ง นายอำเภอคนใหม่ได้ลงพื้นที่โดยใช้พาหนะคือ jeep Willy สีเขียวขี้ม้า เป้าหมายแรกคือทำความรู้จักกับเจ้าของพื้นที่ ขุนทองคำกำนันคนดัง อายุหกสิบกว่าแล้ว อดีตแกเป็นนักเลงใหญ่คนหนึ่ง ครอบครองพื้นที่กว้างใหญ่ เลี้ยงวัวส่งขายลงกรุงเทพฯ อย่างเดียวจนร่ำรวย โจรขโมยแค่ได้ยินชื่อไม่กล้ามาแตะปศุสัตว์ของแก ไม่เช่นนั้นจะโดนศาลเตี้ย เป็นผีเฝ้าป่าได้ง่ายๆ  แกครองความเป็นใหญ่อยู่คนละฟากเขากั้นที่มีญาติอีกคนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ชื่อขุนบานเมือง ปัจจุบันอายุห้าสิบกว่า นิสัยเจ้าชู้ แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องฉุดคร่าลูกสาวของใคร รักชอบใครจะเลี้ยงดูเป็นเมียอย่างเปิดเผย   

เมื่อก้าวลงจากรถต้องตะลึง ไม่ใช่ภายในอาณาเขตบ้านไม้หลังใหญ่โอ่อ่าสมฐานะเศรษฐี แต่เป็นหญิงสาวคนที่ยืนหันหลังให้อยู่ เธอกำลังเก็บผักที่ปลูกไว้ริมรั้ว  เสียงเครื่องยนต์ทำให้หันหน้ามา  นายอำเภอหนุ่มได้แต่แลลานกับใบหน้าอันหมดจดไร้ไฝฝ้าของชบา ลูกสาวคนสวยของกำนัน

 
อันว่าช้างเผือกเกิดอยู่ในป่า ช้างงานั้นมีในดง คงจะได้เปรียบได้กับเธอคนนี้

เธอละมือจากงานที่ทำ ร้องเรียกเด็กในบ้านให้ไปตามพ่อกำนันมาที และเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปนั่งเก้าอี้รับแขก โดยที่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ด้วยท่าทีองอาจผึ่งผายกับมีปืนคาดเอว มากับรถยนต์คันใหญ่  ให้เดาไม่ยากจะต้องเป็นชนชั้นนักปกครองมาติดต่อบิดาของตนเองแน่  คาดว่าน่าจะเป็นปลัดอำเภอ ในเมื่อคะเนอายุไม่น่าจะเกินสี่สิบ  

ขันน้ำทองเหลืองลงหินใบเขื่องถูกยกออกมารับแขก เดินทางไกลมาคงเหนื่อยได้ดื่มน้ำฝนพึ่งตักมาจากโอง ชายหนุ่มมีท่าทีอ้ำอึ้งเอาแต่มองใบหน้าของเธอจนเขินอาย  ด้วยกริยาน่ารักน่ามอง ดูทีวันหน้าจะเป็นแม่ศรีเรือนที่ดี  ในขันยังอุตส่าห์ลอยดอกมะลิไว้ให้รู้สึกหอมชื่นใจ นับเป็นภูมิปัญญาคนสมัยเก่าก่อนโดยแท้ นอกจากความหอมยังแฝงด้วยความห่วงใยให้กับแขกเดินทางมาไกลได้ดื่มกินแบบค่อยจิบ ให้ระวังดอกมะลิ หาไม่จะกระดกดื่มด้วยความกระหายจนสำลักเอาได้ 

“ขอบคุณสำหรับน้ำดื่มครับ ผมชื่อสรพงศ์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ชื่อชบาค่ะ เป็นลูกสาวของพ่อขุนทองคำ ว่าแต่คุณมาขอพบพ่อ เรื่องอะไรคะ”

เขาไม่ตอบแต่รับขันน้ำมาดื่ม ปลายนิ้วสัมผัสกันจนเธอร้องอุ้ยอย่างประหม่า แก้มสาวมีเลือดฝาดขึ้นเมื่อถูกสายตาคมจ้องมอง มันมีความกรุ้มกริ่มอยู่ไม่น้อย ลิ้นตอนนี้ได้รับรสหวานและเย็นชื่นใจจากน้ำฝน ยังรู้สึกแช่มชื่นหัวใจน้อยกว่าได้เห็นหน้าหญิงสาวยิ่งนัก  เขาได้กล่าวแนะนำตนเองอย่างเป็นทางการ มีตำแหน่งหน้าที่อะไร พร้อมกับบอกกล่าวธุระในการมาเยือน  ขณะที่เด็กในบ้านกำลังไปตามพ่อกำนันให้ลงมาพบ  ครู่หนึ่งแกจึงค่อยๆ กระย่องกระแย่งลงบันไดด้วยอาการของโรคเก๊าท์กำเริบ  ทำให้ข้อเข่ามีปัญหาเดินเหินไม่สะดวก ทั้งยังน้ำหนักที่มากตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ชื่อของขุนทองคำที่นายอำเภอได้ยินกิตติศัพท์มา ในความเป็นนักเลงใหญ่ กลับไม่เหลือภาพให้น่าเกรงขามอย่างที่คิดไว้  ในเมื่อแก่และอ้วนเหมือนคนขี้โรค  ผู้อาวุโสด้อยกว่ารีบลุกขึ้นไปยกมือไหว้  และแนะนำตนเองคือนายอำเภอคนใหม่ แม้แกบังเกิดความดีใจแต่สีหน้ายังเคร่งเครียดเห็นได้ชัด  พอนั่งลงกับเก้าอี้แล้วมีชบาคอยบีบนวดขาให้  แกบอกไม่ต้องมันเจ็บ แต่พอชบาจะขอตัวไปทำธุระทางอื่นต่อ พ่อกำนันให้อยู่ช่วยรับแขกด้วยกัน  ในเมื่อรู้มาว่านายอำเภอคนใหม่ยังไม่มีคุณนายเป็นแม่ศรีเรือน หน่วยก้านก็ดี หน้าตานิ่งดูเหี้ยมเหมือน ลี แวนคลิฟ ดาราชาวอเมริกัน ได้ยินมาว่าปราบนักเลงตัวเอ้ สมัยเป็นปลัดมาหลายคน  ตัวแกเองใจจดจ่อเฝ้ารอวันนี้ 

บุหรี่มวนแรกถึงจุดสูบขึ้น กรุงทอง85 ราคาซองละหกบาทในยุคนั้น  นายอำเภอส่งมวนแรกให้กำนันก่อน พร้อมกับดีดฝาซิปโป้จุดไฟลนให้ ด้วยมิตรภาพเล็กๆ มีมอบให้แก่กัน กำนันขนาดนั่งอยู่เฉยๆ ยังมือสั่นด้วยเป็นนักสูบตัวยงคนหนึ่ง สูบวันละสามซอง วันนี้พึ่งได้มวนแรกทำให้สีหน้าห่อเหี่ยวดูแช่มชื่นขึ้น มองดูการแต่งตัวของนายอำเภอ เสื้อผ้าเป็นมันระยับ ของใช้มีแต่ของดีๆ มีระดับ สมกับเป็นมือปืนเจ้าสำอางตามที่ได้ยินเล่าลือมา

“นายอำเภอมาก็ดีแล้ว ผมมีเรื่องร้อนใจ ในเมื่อหาคนมาปรามกลุ่มของไอ้เดื่อไม่ได้แล้ว มันชักกำเริบหนักข้อขึ้นทุกวัน  ตอนนี้ได้ไอ้ผาดญาติผู้พี่ของมันก็กลับมาจากซาอุ มาสมทบอีกคน”

“หรือกำนันเกรงว่าคนพวกนี้ จะไปเข้าพวกกับพรรคคอมมิวนิสต์  ตอนนี้ผมทราบข่าวมาว่าได้ขยายงานรุกเข้าเขาค้อ เพื่อเตรียมสถาปนาเขาค้อให้เป็นฐานที่มั่นในการรุกต่อไป” 

พอได้ถามถึงต้นสายปลายเหตุ กำนันถอนหายใจยาว อาจจะด้วยอาการความดันขึ้นสูง หรือความอึดอัดคับข้องใจมีมานานคู่สนทนาไม่อาจรู้ได้  แกเอนหลังกับเก้าอี้ท่าทีเหนื่อยใจ ก่อนจะเริ่มด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เล่าว่าเหตุเกิดเมื่อเดือนก่อน  ขุนบานเมืองญาติผู้น้องของตนได้มาเยี่ยมเยือน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาญาติ อาการของตนมันก็ยังทรงๆ ทั้งโรคเก๊าท์และเบาหวาน ทำให้ใช้ชีวิตโลดโผนเหมือนวัยหนุ่มไม่ได้อีกแล้ว ลูกบ้านพอรู้ว่าป่วยเลยไม่ค่อยเกรง  ต้องขอให้ขุนบานเมืองมาช่วยปรามๆ ทางนี้หน่อย พอเลยเที่ยงวันกินข้าวปลาเสร็จ นายมันก็พาลูกน้องมือดีที่ติดสอยมาด้วยหลายคนขึ้นรถ  

แกได้เตือนไว้ด้วยรู้นิสัยเจ้าชู้ดี อย่าคิดไปติดพันลูกสาวของเฒ่าก่ำ นักเลงรุ่นพี่ที่ไปบุกเบิกตั้งชุมใหม่ในดงลึก หวายดงชุมเสือผ่าน ถิ่นนี้เสือยังมีไม่น้อยแต่คนไม่เคยเกรง  ถึงแก่แล้วแต่ยิงปืนยังแม่น จัดว่าเป็นพรานใหญ่คนหนึ่ง พวกเครือญาติได้อพยพไปอยู่ด้วยสิบกว่าหลังคาเรือน  มีลูกชายกับลูกสาวอยู่สองคน ผู้ชายชื่อไอ้ผาด ผู้หญิงชื่อรำพึง อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับชบา ใครก็ลือว่าสวยนักหนา แต่กำนันคุยข่มว่ายังไม่สวยเท่าชบาลูกสาวของแกหรอก

  
เฒ่าก่ำเป็นคนสมถะ วันๆ หาของป่า นานทีจึงจะรวบรวมใส่เกวียนออกมาขาย พักหลังได้ขัดแย้งกับขุนบานเมืองในเรื่องที่มาติดพันลูกสาว ยิ่งเป็นนักเลงรุ่นน้องมาติดพันด้วยแล้ว จะเอาไปเป็นเมียน้อย แกยิ่งไม่เอา คนบ้านนั้นมีมือดีก็หลายคน ไม่ใช่จะไปรังแกได้ง่ายๆ ทว่าคนฝ่ายตนไม่ยอมเชื่อฟังคำ  และจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ข่าวของญาติผู้น้องคนนี้อีกเลย  นึกสังหรณ์ใจไม่ดีว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น แต่ข่าวกลับตรงข้าม ในเมื่อชุมชนหวายดงได้ร้างเสียแล้ว โดยญาติของเฒ่าก่ำซึ่งเป็นลูกบ้านนี้  ได้กล่าวหาขุนบานเมืองได้ขนคนไปฉุดรำพึง ทำให้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น แม้แต่เด็กเล็กกับคนแก่ยัง่ไม่เว้น    

“ฉันรู้ข่าว ไอ้เดื่อหลานชายตาก่ำ ลูกบ้านฉันเองมันกำลังรวบรวมคนกับอาวุธ  ไอ้ผาดลูกชายตาก่ำที่ไปทำงานไกลถึงซาอุก็ได้กลับมาสมทบแล้วด้วย  รวบรวมพรรคพวกมาได้หลายคน  ถ้าไม่ใช่เตรียมไปถล่มขุนบานเมืองก็ต้องหันกระบอกปืนมาทางฉัน นายอำเภอดูสิ บ้านฉันมันมีแต่คนแก่กับผู้หญิง จะไปสู้รบตบมือกับใครได้”

“วางใจเถอะพ่อกำนัน ผมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”

“ช่วยด้วยนะจ๊ะนายอำเภอ ช่วยสะสางเรื่องนี้ให้ที เรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด อาขุนบานไม่ได้ใจคอโหดร้ายปานนั้นจะฉุดรำพึงและฆ่าทุกคนได้  ฉันไม่อยากให้พี่เดื่อต้องมาเป็นศัตรูกับพ่อ  ในเมื่อเรื่องราวมันยังไม่กระจ่าง”

“เรียกพี่สรพงศ์ก็ได้ครับน้องชบา  ผมรับปากจะไกล่เกลี่ยให้ วันนี้เลยละกัน ให้คนไปตามพวกนี้มาที”

“มันไม่มาหรอกครับ ผมให้คนไปเรียกหลายครั้ง กลับใช้ปืนยิงขู่จนกระเจิงกลับมา ชักจะกำแหงขึ้นทุกวัน”  

“ถ้าเช่นนั้น ผมจะไปเยือนถึงเรือนนายเดื่อเอง”

“ผมจะไปกับนายอำเภอด้วย จะไม่ยอมหดหัวเป็นเต่าในกระดอง ให้ไอ้นักเลงรุ่นหลัง มันมาหยามอีกแล้ว ชบาเอ๊ย ให้เด็กไปตามไอ้เยื้องกับไอ้อ่วมมาด้วย”

“ให้ฉันไปด้วยนะจ๊ะพ่อ พี่เดื่อจะยิงฉันอีกคนก็ให้มันรู้ไปสิ”  ไม่พูดเปล่า เธอยังไปเอาปืนของพ่อมาด้วย นับว่าชบาเป็นคนใจเด็ดสมกับเป็นลูกสาวกำนัน นายอำเภอยิ่งชื่นชม  ในใจนั้นคิดไปด้วยคู่กรณีคือขุนบานเมืองจะมาพาลหาเรื่องทางนี้ไม่ได้  ใบหน้าภายใต้หนวดโค้งใช้ความคิดไปด้วย 

เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำจะสรุปน้ำหนักของความผิดถูกไปทางฝ่ายฝ่ายหนึ่งไม่ได้  ตัดสินใจจะไปพบกลุ่มของนายเดื่อโดยไม่ชักช้า เพื่อเรียกมาพูดคุยสะสางปัญหาคาใจ  รวมทั้งต้องเดินทางไปยังชุมชนดงหวายของเฒ่าก่ำในเร็ววัน  จะต้องมีร่องรอยให้สืบได้แน่ แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าหนึ่งเดือน  ชาวบ้านอาจละทิ้งถิ่นตามประสาคนดง ไปหาที่อยู่ใหม่ ตนจะทิ้งข้อสันนิษฐานนี้ไม่ได้เช่นกัน   แต่ถ้าหากขุนบานเมืองได้กระทำเรื่องป่าเถื่อนจริงตนเองเห็นจะไม่เอาไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่