รีวิวชีวิตหนีความวุ่นวายจากในเมืองใหญ่มาอยู่ชนบทท่ามกลางธรรมชาติที่แสนงาม

ตามหัวข้อเลยก็คือจะมาแชร์มารีวิวชีวิตหลังจากหนีความวุ่นวายจากในเมืองใหญ่​ ออกมาใช้ชีวิตที่ต่างอำเภอท่ามกลางธรรมชาติบ้านๆ​ 
เข้าเรื่องเลยก็คือผมมาซื้อที่สร้างบ้านที่ต่างอำเภอของจังหวัดใหญ่ๆแห่งหนึ่งในภาคอีสาน​ เป็นที่นาวิวสวยมาก​เนื้อที่เกือบ2ไร่ ที่นี่เวลาข้าวเขียวคือสวรรค์มากเลยครับ​

สิ่งที่ผมค้นพบหลังออกมาใช้ชีวิตที่นี่ได้​ 1​ ปี​ครึ่ง
ขออนุญาตเปรียบเทียบดังนี้ครับ

ชีวิตเมื่อตอนอยู่ในเมือง...
1.รถติด​ คนเยอะ​ ค่อนข้างวุ่นวาย

2.สะดวกสบาย​กว่าชนบท ห้าง​ สนามกีฬา​ รพ.​ ร้านอาหาร​  อื่นๆ​บลาๆ

3.สังคมเพื่อนบ้านที่เคยอยู่ค่อนข้างดี​ เหมือนว่าผู้คนค่อนข้างมีมารยาทเคารพซึ่งกันและกันพอสมควร​ คุยกันรู้เรื่อง​  ตอนนั้นสังคมที่อยู่ค่อนข้างโอเคเลยครับ
ติดอย่างเดียวขนาดพื้นที่บ้านเล็กเกินไป​ ถ้ามีพื้นที่กว้างๆคงจะดี​ นี่คือเหตุผลที่อยากออกมาอยู่ที่ต่างอำเภอเพราะที่ดินราคาถูกกว่าในเมือง

ชีวิตหลังออกมาอยู่ชนบทได้​ 1​ ปีครึ่ง

1.บรรยากาศดีมาก​ คือดีมากจริงๆ​ เหมือนชีวิตได้พักผ่อน​ ชอบมาก

2.วิวสวยมาก​ ตรงนี้เป็นที่นา​ ช่วงที่ชาวบ้านทำนาข้าวสีเขียวคือสวยมากๆ

3.สังคมก็ชาวบ้านทั่วๆไป​ครับ​ ตรงนี้อาจรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย​ เพราะมีความรู้สึกว่าผู้คนจะค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกินไป​ เหมือนในละครเลย​
เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวแบบอยู่ในเมืองเท่าไหร่.

4.ข้อเสียของที่นา​คือ​ เผาฟาง​ พ่นยาบ่อย​กลิ่นเเรง เคมีเยอะ

5.อันนี้หนักสุดในเเต่ละวันข้างบ้านจะนำปืนออกมายิงนก​เสียงปานระเบิด55​ เช้า​ กลางวัน​ เย็น​ เกือบทุกวัน​ ยิงทีสะดุ้งที​ เสมือนว่าอาหารในเเต่ละมื้อของเขาคือนกเพียงเท่านั้น​ ยิงเสร็จก็สุมไฟย่างกันตรงนั้นเลยย​  อันนี้ไม่ติดอะไร​ ติดตรงที่บ้านผมเป็นร้านอาหาร​เล็กๆเสียงปืนดังทีลูกค้าสะดุ้งที​ จนบางท่านกลัวจนต้องรีบกลับก็มี

6.ข้อเสียอีกอย่างคือไกล​ ไม่สะดวกสบายแบบเมื่อก่อน​ แต่มีข้อดีคือบรรยากาศดีกว่าในเมืองมาก​ หรือก็แล้วแต่คนชอบครับ...

สรุปเหตุผลที่อยากมาแชร์​ ก็คือเผื่อว่าเรื่องราวของผมจะเป็นประโยชน์ต่อพี่ๆน้องๆที่มีความคิดคล้ายๆผมที่อยากออกมาอยู่มาใช้ชีวิตในชนบท
ถ้าให้แนะนำถ้าอยากมีบ้านสวนจริงๆอยากให้ซื้อที่ไร่​ เลือกทำเลสังคมดีๆ​ ปัญหาจะน้อยกว่าที่นาครับ

สำหรับผมตอนนี้ถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ย้ายออกมาครับ​ อยากอยู่แบบเดิมดีกว่าา​ ยิ้ม)
ในแต่ละสภาพสังคมไม่มีผิดถูกไม่ได้ตำหนิใครเลย​ เพียงแค่เราอยากอยู่แบบไหนก็เลือกแบบนั้น​ ศึกษาให้ดี​ 

ตรงนี้คงเป็นบทเรียนให้กับผมพอสมควร​ครับ​ 
รอวันหวนกลับสู่จุดเดิม​ วันนึงคงจะย้ายกลับเข้าเมืองเช่นเดิมครับ​ ยิ้ม)​  ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ​ผม
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
คนเรานานาจิตตัง แล้วแต่โซนที่เราอยู่
ผมก็มีแบบเตรียมไว้ ปัญหากับชุมชนมีไหม มี เพราะในชุมชน เขาตื่นกันแต่เช้า เช้ามากๆๆๆๆ ดังนั้นบางที 6 โมงเช้า เสียงตามสายมาแล้ว
คนเคยอยู่ในเมือง จะตื่นสาย อยากนอนสบายๆ ชอบความเป็นส่วนตัว อันนี้ก็ต้องปรับตัว
       อย่างตรงแปลงนา บ่อปลาผม ก็ทำได้

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
       ผมมีบ่อปลา และก็เลี้ยงไว้ ทำกินอยู่บ่อยครับ

       อาหารก็ทำกินง่ายๆ

      บางมื้อก็ทำหรูหน่อย ==> https://pantip.com/topic/39625942 , https://pantip.com/topic/39113856 , https://pantip.com/topic/39193864
อย่างที่ ริมปิง ผมจะทำร้านอาหารสุขภาพ ทำคาเฟ่ นี้ก็หลวงมาทำเขื่อนให้ เพื่อนข้างที่ผม เดิมก็มีปัญหามาก แต่ก็ทำความเข้าใจปรับกันไป เดียวนี้เหมือนญาติ ช่วยดูผลประโยชน์ให้ นี้ผมก็รอหลวงทำให้เรียบร้อย มันก็มีสุขตามพฤติกรรมมนุษย์อะนะ





นี้หลวงมาทำเขื่อนให้





ยังไม่เสร็จดี แถมทางหลวงท่านยังมาทำ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อยู่ใกล้ๆ ที่ เดินไปสัก 500-600 เมตร


มันก็อะนะ นานาจิตตัง ตามจังหวะโอกาส ตามจริตแต่ละคน บางคนจะทำเกษตร ก็ไม่เข้าใจว่า ต้องตื่นเช้า ออกจากบ้านแต่มืด แดดออกแล้วก็กลับเข้าร่ม กินข้าว เที่ยงๆ บ่ายๆ นอนพัก แดดร่มบ่ายกว่าๆ ก็ออกสวนนาอีกที
     คนเมือง หลายคนไม่เข้าใจ คือ ติดทำงาน Office คือ เช้าตื่นกินอาหาร สายๆ ออกสวน นาไร่ ก็ร้อนสิ คือ บ่ายแดดเปรี้ยงๆ  จะทำสวน ก็หมดแรง ซึ่งต้องปรับนะครับ แดดแรงๆ ก็เลี่ยงไปเลี้ยงเป็ดไก่ ให้น้ำให้อาหาร สลับแบบนี้นะครับ
      อย่างลงนา ไถ่หว่าง ผมทำเองได้ แรกๆ ก็จ้างชาวบ้านเก่งๆ มาสอนและทำกับเรา เทรนเรา เปิดน้ำเข้านา ไม่ต้องจ้าง จ้างอีกทีช่วงเกี่ยว อะไรแบบนั้นนะครับ
            ก็เข้าใจ เห็นใจ ปรับตัวได้ก็ดีครับ มีความสุข ปรับตัวไม่ได้ ฝืนไป ก็มีความทุกข์ เอาใจช่วยนะครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่