ภาพเหมือนของสวรรค์ที่น่าทึ่งของ E.L. Trouvelot ในศตวรรษที่ 19

กระทู้คำถาม



"เนบิวลานายพรานปี 1875" ของ Trouvelot NYPL ARCHIVE / WIKIPEDIA COMMONS


ในปี1881 Etienne Leopold Trouvelot ศิลปินและนักดาราศาสตร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองได้ตีพิมพ์ภาพวาดที่สวยงามของปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เขาสังเกตเห็นโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ของตัวเอง, กล้องโทรทรรศน์หอดูดาวของวิทยาลัย Harvard College และกล้องโทรทรรศน์ของกองทัพเรือสหรัฐ

โดยพื้นฐานแล้วนี่เป็นการถ่ายภาพดาราศาสตร์สมัครเล่นรุ่นแรก ๆ  แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเข้าถึงกล้องที่ดีได้ในตอนนั้นก็ตาม  ซึ่งการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์เป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในช่วงชีวิตของเขา และเขาอ้างว่า "กล้องไม่สามารถแทนที่ดวงตามนุษย์ได้" โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพวาดทางช้างเผือกด้านล่างที่ดูเหมือนภาพถ่ายอย่างมาก

การถ่ายภาพกำลังรุกคืบเข้ามาในวงการดาราศาสตร์ แต่ Trouvelot ที่บอกว่าดวงตามีความน่าเชื่อถือมากกว่าซึ่งในสมัยนั้นอาจเป็นเรื่องจริง เป้าหมายที่ได้รับมอบหมายคือผ่านกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงขนาด 15 นิ้วรุ่นใหม่ของ Harvard เพื่อแสดงถึงวัตถุที่น่าสนใจที่สุดในสวรรค์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ส่งผลให้รูปภาพมากกว่า 1,000 ภาพในตอนนั้น ปัจจุบันสูญหายไปจำนวนมาก

ด้วยเครื่องมือขนาด 26 นิ้วที่ทรงพลังกว่าที่หอดูดาวนาวีของวอชิงตัน  ทำให้ Trouvelot ได้สร้างชุดโครโมลิโธกราฟ 15 ชุดซึ่งเป็นความสำเร็จสูงสุดของเขา ตีพิมพ์ในปี 1882  ในนิวยอร์กโดยชุดทั้งหมดมีราคา 125 เหรียญ - เกือบ 3,000 เหรียญสหรัฐในเงินปัจจุบัน โดยมีไว้สำหรับห้องสมุดและนักสะสมที่ร่ำรวย แต่เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีภาพถ่ายทำให้ในไม่ช้าการเรนเดอร์ที่สวยงามจึงล้าสมัย ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่ชุด

“ Radiant Beauty” หนึ่งในชุดเหล่านี้จากภาพข้างล่าง แสดงให้เห็นถึงงานศิลปะเชิงพรรณนาที่น่าทึ่งของ Trouvelot และจินตนาการทางเทคนิคที่ไม่มีใครเทียบได้ในการสร้างดาวเคราะห์และดวงดาวอื่น ๆ ในโลกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ Trouvelot ยังมีความสนใจที่หลากหลาย รวมถึงเรื่องของหนอนไหมซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก นั่นคือ ในระหว่างการทดลองทางวิทยาศาสตร์สมัครเล่นที่เกี่ยวข้องกับการผสมข้ามสายพันธุ์ทางพันธุกรรม เขาได้ปล่อยหนอนผีเสื้อยิปซีตัวหนึ่งออกสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่นำศัตรูพืชป่าที่ทำลายล้างมากที่สุดชนิดหนึ่งเข้าไปในสหรัฐอเมริกา

 
Aurora Borealis


แสงออโรรา Borealis ที่เขาสังเกตเห็นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1872 เวลา 9:25 p.m. ที่เป็นเหมือนแสงไฟเรืองแสงที่ดูเหมือนจะเต้นรำไปทั่วท้องฟ้า
Aurora Borealis เกิดจากการชนกันระหว่างก๊าซในชั้นบรรยากาศโลกกับอนุภาคไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อให้เกิดการระเบิดเป็นลำแสงสีต่าง ๆ กันออกไป ขึ้นอยู่กับแสงนั้นเกิดขึ้นในช่วงชั้นบรรยากาศไหน และเกิดจากก๊าซอะไร 

ตัวอย่างเช่น สีทั่วไป สีเหลืองอมเขียวเกิดจากการชนกับโมเลกุลของออกซิเจน ในขณะที่สีน้ำเงินหรือสีม่วงแดงเป็นผลมาจากการชนกับโมเลกุลไนโตรเจนตามข้อมูลของ Northern Lights Center ในแคนาดา โดยเรียกว่าแสงออโรร่าโบเรียลิสในซีกโลกเหนือ และออโรราออสเตลิสในซีกโลกใต้
Aurora Borealis เป็นภาษาละติน แปลว่า รุ่งอรุณสีแดงแห่งทิศเหนือ ถูกตั้งชื่อโดย Galileo Galilei 



Tangle of Sunspots
กลุ่มของจุดดับบนดวงอาทิตย์ และจุดที่ถูกปกคลุมซึ่งสังเกตเห็นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน  1875 เวลา  7:30 a.m.
เป็นจุดที่เป็นแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ที่ปรากฏในภาพเป็นจุดดำ และมีสนามแม่เหล็กแรงกว่าสนามแม่เหล็กของโลกหลายพันเท่า



Jovial Jupiter
ภาพ chromolithograph (ภาพพิมพ์ทางดาราศาสตร์) ของดาวเคราะห์ดาวพฤหัสบดี ซึ่งสังเกตเห็นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1880 เวลา 9:30 p.m.
ผลงานศิลปะเผยให้เห็นจุดแดงใหญ่ของดาวพฤหัสบดีคล้ายกับพายุเฮอริเคนบนโลก ซึ่งโหมกระหน่ำบนดาวมานานหลายร้อยปี



Mare Humorum 
หรือ Sea of ​​Moisture เป็นหนึ่งในมาเรียทรงกลมขนาดเล็กที่ทอดยาวประมาณ 275 ไมล์ (443 กม.) ทางด้านใกล้ของดวงจันทร์
นี่คือผลงานศิลปะของ Trouvelot จากการศึกษาในปี 1875 ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 275 ไมล์
โดยภูเขารอบ ๆเป็นเครื่องหมายขอบของแอ่งกระแทกเก่าซึ่งถูกน้ำท่วมและเต็มไปด้วย mare lavas ตามรายงานของ NASA



The Red Planet
ดาวเคราะห์ที่ Trouvelot สังเกตเห็น ซึ่งคือดาวอังคาร เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1877 เวลา 11:55 p.m.



Shooting Stars
ดาวหางในเดือนพฤศจิกายนซึ่งสังเกตเห็นได้ระหว่างเที่ยงคืนถึง 5 a.m. ของคืนวันที่ 13-14 พฤศจิกายน 1868


 
 
  Sun Loops
ส่วนที่ยื่นขึ้นมาของดวงอาทิตย์ตามที่สังเกตเห็นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1873 เวลา 9:40 a.m.
โครงสร้างเหล่านี้ก่อตัวจากก๊าซในชั้นบรรยากาศภายนอกของดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า โคโรนา
พวกมันมีอุณหภูมิต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบและสามารถขยายได้หลายล้านไมล์



A Great Comet
ในเดือนมิถุนายน 1881 ดาวหางสุกใสได้พุ่งผ่านท้องฟ้าของซีกโลกเหนือ 
ซึ่ง EL Trouvelot ได้วาดภาพดาวหางใหญ่เมื่อปี 1881 ตามที่เขาเห็น

 
  

Total Eclipse
สุริยุปราคาทั้งหมดของดวงอาทิตย์สังเกตได้ในวันที่ 29 กรกฎาคม1878  ที่เครสตัน รัฐไวโอมิงและแสดงโดย Trouvelot



Saturn's Stunning Light
Trouvelot สังเกตเห็นดาวเสาร์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1874  และได้จัดทำภาพประกอบนี้
  



Cr.ภาพ EL Trouvelot, New York Public Library


(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่