JJNY : 4in1 เปิดลิสต์สินค้าราคาขึ้น/ชี้ยุค'ไบเดน'แรงกดดันศก.จากปัญหาสิทธิมากขึ้น/สธ.เตือนผู้โดยสาร4เที่ยวบิน/ตรังอ่วม

เปิดลิสต์ 215 สินค้า ขยับราคาขึ้น “หมู – ข้าวแกง” นำโด่ง
https://www.prachachat.net/economy/news-569239

 
เปิดลิสต์ 215 สินค้าขยับราคาขึ้นราคา “หมู-ซี่โครงหมู” นำโด่ง กระทบต้นทุนข้าวแกง สวนทางสินค้ากลุ่มพลังงาน “น้ำมัน-ก๊าซ” ราคาร่วง
 
ผู้สื่อข่าว”ประชาชาติธุรกิจ”รายงาน ความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการในเดือนพฤศจิกายน 2563 จากการสำรวจโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประกอบการจัดทำดัชนีราคาสินค้า 422 รายการ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า มีสินค้าปรับสูงขึ้น 215 รายการ อาทิ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาหารสด วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร เช่น เนื้อสุกร กระดูกซี่โครงหมูมะเขือ พริกสด ต้นหอม กะหล่ำปลี ขิง กล้วยน้ำว้า และเป็นที่น่าสังเกตว่าระดับข้าวราดแกง ก็มีการปรับขึ้นด้วย
 
ส่วนสินค้าปรับราคาลดลง 139 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มพลังงาน อาทิ แก๊ซโซฮอลล์ 91 น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ 95 น้ำมันเบนซิน 95 แก๊โซฮอล์ E20 ก๊าซหุงต้ม ขณะที่สินค้าเกษตรที่ปรับราคาลดลง ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว มะม่วง
 
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคา 68 รายการ
 
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพฤศจิกายน 2563 เท่ากับ 102.19 ลดลง 0.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และเป็นการหดตัวในอัตราน้อยที่สุดในรอบ 9 เดือน
 
โดนคาดคาดว่าเงินเฟ้อทั้งปี 2563 จะติดลบ 0.85% ถึง ติดลบ 0.89% โดยค่ากลางอยู่ที่ ติดลบ 0.87% ภายใต้สมมุติฐานอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ในกรอบ ติดลบ 8.6% ถึง ติดลบ 7.6% น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 35-45 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30.5-32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
 
ส่วน เงินเฟ้อปี 2564 อยู่ที่ อยู่ในกรอบ 1.7-0.7% ค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ภายใต้สมมุติฐานอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อยู่ที่ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30.0-32.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
 
“ผลกระทบที่มีผลต่อเงินเฟ้อในปีหน้ายังคงติดตามปัจจัยเสี่ยงของโควิด-19 ที่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งโลก รวมถึงประเทศไทย เนื่องจากมีผลต่อการใช้จ่ายและภาคผลิต รวมไปถึงเรื่องของวัคซีนโควิด-19 ขณะที่มาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังคงสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายของภาคประชาชน คนละครึ่ง หรือมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายแต่ไม่กระทบเงินเฟ้อต่อราคาสินค้าอย่างไร”
 

 
ชี้ยุค 'โจ ไบเดน' แรงกดดันทางเศรษฐกิจจากปัญหาสิทธิมนุษยชนจะมีมากขึ้น
https://prachatai.com/journal/2020/12/90722
 
'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ชี้ยุค 'โจ ไบเดน' แรงกดดันทางการค้าและเศรษฐกิจจากปัญหาสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยจะมีมากขึ้น ไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้า
 
6 ธ.ค. 2563 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต และ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์  ประเมินว่าประเทศไทยรวมทั้งประเทศอาเซียนบางประเทศอาจได้รับแรงกดดันทางการค้าและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความไม่เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นในระยะสี่ปีนับจากนี้หลังจากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาในสหรัฐอเมริกา 9 ท่านนำโดยบ็อบ เมเนนเดซ กมธ.ต่างประเทศ เสนอข้อมติวุฒิสภาเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในประเทศไทย แทมมี ดักเวิร์ธ ส.ว. เชื้อสายไทย ขอให้ผู้นำไทยรับฟังประชาชนและเคารพหลักการประชาธิปไตย นอกจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโจ ไบเดน น่าจะมีการนำเอาประเด็นทางด้านสิทธิแรงงานและด้านสิ่งแวดล้อมมาอยู่บนเวทีเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น 
 
กระบวนการโลกาภิวัตน์ภายใต้ยุคสมัยโจ ไบเดนจะแตกต่างไปจากสมัยโดนัล ทรัมป์ โลกควรจะมีกติกาการค้าที่เป็นธรรมและให้ความสำคัญกับมาตรฐานประชาธิปไตย มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงานมากขึ้น น่าจะมีการขยายความเชื่อมโยงประเด็นทางด้านการค้ากับประเด็นสิ่งแวดล้อม แรงงานและสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นอีกซึ่งไทยต้องรับมือให้ดี ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบสากลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าอันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกของไทย หลักการค้าเสรีสามประการจะกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็น หลัก Rule-based system (เปลี่ยนไปเป็นระบบ Deal-based system สมัยทรัมป์) หลักการค้าต้องไม่เลือกปฏิบัติ Non-Discrimination หลักปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ (National Treatment) 
 
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯภายใต้ “รัฐบาลโจ ไบเดน” น่าจะใช้ Non-Tarriffs Barriers หรือ ข้อกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีในการตอบโต้ต่อจีนและประเทศเอเชียบางประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานและปัญหาสิ่งแวดล้อม แนวโน้มด้านสงครามการค้าโดยรวมย่อมผ่อนคลายขึ้นแต่ไม่หมดไป เพราะสหรัฐฯ ยังต้องการจำกัดการขยายอิทธิพลและบทบาทจีนในภูมิภาคและในโลก รวมทั้ง บารมีของสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้นำโลกทางเศรษฐกิจและการเมืองจะกลับคืนมาพร้อมกับบทบาทของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ ลิบรา (Libra) หรือ Diem โดยเฉพาะบทบาทของ Libra หรือ Diem ที่เป็นเงินดิจิทัล (Digital Money) จะพลิกโฉมระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่มีธนาคารกลางเป็นเสาหลัก ความวิตกกังวลของผู้กำหนดนโยบายการเงินทั่วโลกลดลงเมื่อ Diem ต้องผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น Stable coin และทำให้ Diem (Libra) ใช้แทนเงินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและเงินสกุลหลักอื่น ๆ เช่น ยูโรหรือเยน ได้ การเปิดตัวเพื่อนำมาใช้ในเดือน ม.ค. 2021 แม้นจะอยู่ในรูปแบบจำกัด แต่ย่อมส่งผลต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจโลก ในส่วนของไทยนั้น เราควรพิจารณาศึกษาดูว่า ไทยควรจะจัดเก็บ Equalization Tax กับ บริษัทไฮเทคต่างชาติที่ขายบริการดิจิทัลและบริการทางการเงินในประเทศไทยหรือไม่ แต่ต้องป้องกันไม่ให้ภาระภาษีถูกผลักไปที่ผู้บริโภค
 
นายอนุสรณ์ วิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ส.ว. ในสหรัฐฯ นำโดย ส.ว. บ๊อบ เมเนนเดซ ว่า ส.ว. เมเนนเดซนั้นมีบทบาทอย่างมากในการเสนอให้มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศละตินอเมริกาหลายประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของสื่อมวลชน อย่างล่าสุด ส.ว.บ๊อบ เมเนนเดซ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์กดดันรัฐบาลประเทศเอลซัลวาดอร์ที่มีการละเมิดต่อหลักการประชาธิปไตยและหลักการปกครองโดยกฎหมาย  (Rule of Law)
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่