น้ำมะนาว ช่วยให้ผิวหน้าใสได้จริงหรือ??

น้ำมะนาว ช่วยให้ผิวหน้าใสได้จริงหรือ??
 
     ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลผิวหน้าให้เราได้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้า สครับขัดหน้า รวมถึงครีมบำรุงผิวหน้า ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะอุดมไปด้วยสารสกัดชนิดต่างๆ แต่ที่กำลังฮิตติดเทรนด์อยู่ในเวลานี้ก็คือ สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ 
     สาวๆ ที่อยากหน้าใส จึงพยายามหาสารพัดสูตรที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากธรรมชาติมาปรนนิบัติผิว และที่พี่หมอเพิ่งได้ยินมาสดๆ ร้อนๆ เลยก็คือ การนำน้ำมะนาวสดมาพอกหน้า เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสได้ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องวิ่งมาหาหมอแทน เพราะมีอาการแพ้ ระคายเคือง บวมและอักเสบที่ใบหน้า 😖
     อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยครับว่า น้ำมะนาวช่วยให้หน้าใสได้จริงรึเปล่า แล้วทำไมบางคนถึงเกิดอาการแพ้และอักเสบที่ใบหน้าได้ ถ้าอยากรู้ก็ตามพี่หมอมาได้เลยครับ 👇
 
พืชบางชนิดจะมีพิษที่สามารถทำให้เกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังของเราได้ โดยสามารถจำแนกตามอาการได้ดังนี้ 
 
    🍀 พืชที่ก่อให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ เช่น โป๊ยเซียน และพญาไร้ใบ โดยพืชในกลุ่มนี้จะทำให้ผู้ที่สัมผัสเกิดผื่นแดง คัน โดยรูปร่างของผื่นอาจเป็นทางยาวๆ หรือเป็นปื้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการสัมผัส 
    🍀 พืชที่ก่อให้เกิดผื่นหนา คันเรื้อรัง เช่น กรดซิตริกที่อยู่ในมะนาว และสารจากกระเทียม ซึ่งอาจทำให้บางคนมีผิวหนังบริเวณปลายนิ้วแข็ง บาง ลอก และเป็นรอยแตก มักพบในผู้ที่ชอบทำอาหาร
    🍀 พืชที่ก่อให้เกิดผื่นลมพิษ เช่น ตำแยและหมามุ่ย เพราะมีขนพิษซึ่งมีสารอะซีติลโคลีน, ฮีสตามีน และซีโรโทนิน ทำให้ผู้ที่ไปสัมผัสเกิดผื่นลมพิษขึ้นอย่างรวดเร็ว และหายในเวลาสั้นๆ
    🍀 พืชที่ก่อให้เกิดผื่นแพ้แสง พิษจากพืชบางชนิดจะทำปฏิกิริยากับแสงแดดและทำให้เกิดผื่นผิวหนังได้ เช่น สารเบอร์แกพเทน ซึ่งมีอยู่ในมะกรูด มะนาว ผักชีฝรั่ง และแครอท ในรายที่ได้รับสารชนิดนี้เข้าไปมากๆ ก็อาจมีผื่นแดง พอง ในบริเวณที่ถูกแสงแดดได้
น้ำมะนาวสดสามารถนำมาพอกหน้าได้หรือไม่ 
     มะนาว เป็นผลไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่น เพราะมีส่วนประกอบของสารซิโตรเนลลัล, ซิโตรเนลลิน อะซีเตต, ไลโมนีน, ไลนาลูล, เทอร์พีพีนอล รวมถึงกรดซิตริกและกรดมาลิก ซึ่งจัดเป็นกรดผลไม้ (AHA:Alpha Hydroxy Acids) ที่มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกไป และยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา รวมถึงช่วยลดเลือนรอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นให้ดูจางลง 👍
     นอกจากนี้ มะนาวยังอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นที่มาของริ้วรอยบนใบหน้าของเรา และยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่งโดยธรรมชาติ จึงช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส เราจึงเห็นว่าในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมักจะมีสารสกัดจากมะนาวพรือพืชตระกูลซิตรัสผสมอยู่ 
     จึงเป็นที่มาของการใช้น้ำมะนาวสดมาพอกหน้า ที่ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่หลายคนก็เชื่อว่าน้ำมะนาวจะช่วยให้ผิวขาวและกระจ่างใสได้ แต่นอกจากผิวจะไม่ขาวขึ้นแล้ว หลายคนกลับมีอาการคัน แสบ และระคายเคืองที่ใบหน้า 👎
     ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า berloque dermatitis โดยภาวะนี้เป็นอาการของผื่นผิวหนังรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการสัมผัสสารเบอร์แกพเทนที่มักพบในมะกรูดและมะนาว โดยผู้ที่ไปสัมผัสกับสารชนิดนี้บ่อยๆ แล้วไปออกแดดจัดๆ จะมีผื่นดำเกิดขึ้นภายใน 2-7 วัน โดยไม่มีอาการคันหรือแสบนำมาก่อน ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและผิวหนังอักเสบตามมาได้
 
ดูแลตัวเองอย่างไร ถ้าแพ้น้ำมะนาว 
     · เวลาประกอบอาหาร ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมะนาวโดยตรง โดยอาจจะใส่ถุงมือ 🧤 หรือถ้าโดนก็ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด 
     · งดรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของมะนาวหรือพืชตระกูลซิตรัส เช่น ส้มตำ ยำ ต้มยำ หรืออาหารที่มีมะนาวเป็นส่วนประกอบ
     · หลีกเลี่ยงน้ำหอมและเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากพืชตระกูลซิตรัส โดยสังเกตจากรายละเอียดที่อยู่ในฉลากจะมีคำว่า ซิโตรเนลลัล (Citronellal), ซิโครเนลลิล อะซีเตต (Citronellyl Acetate), ไลโมนีน (Limonene) และ ไลนาลูล (Linalool)
     · ทาครีมที่ผสมสารกันแดดที่มีส่วนผสมของ SPF 30 ขึ้นไป เวลาออกนอกบ้าน 
     · หากรอยดำ รอยแดง ไม่หายภายใน 1 สัปดาห์ควรมาพบคุณหมอ เพื่อรับการรักษานะครับ

หน้าใสได้จริง ถ้ามีวินัยในการดูแลผิว 
     · ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง โดยเฉพาะสาวๆที่แต่งหน้า ต้องล้างเมคอัพก่อนนอนเสมอ มิฉะนั้นสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าอาจไปอุดตันรูขุมขน และทำให้เกิดสิวได้
     · ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ☀️ เพราะถึงแม้เราจะอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน แต่รังสี UV ก็ยังสามารถทำร้ายผิวของเราได้ 
     · ดื่มน้ำให้มากๆ สิ่งสำคัญในการดูแลผิวก็คือ การรักษาความชุ่มชื้นของผิว เพราะต่อให้เราใช้ครีมแพงแค่ไหน แต่ถ้าผิวของเราแห้งจากข้างใน ครีมกระปุกเป็นหมื่นก็ไม่สามารถช่วยเราได้ ดังนั้น ควรดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
     · นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 😴 หรือไม่ควรน้อยกว่า 6 ชม. เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     · ออกกำลังกายเป็นประจำ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้เลือดในร่างกายของเราหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะโยคะ แอโรบิค เดินหรือวิ่งเหยาะๆ วันละ 30 นาที ยิ่งทำได้ทุกวัน ผิวของเราก็จะยิ่งสุขภาพดี มีเลือดฝาด เพราะออกซิเจนสามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายได้อย่างเต็มที่
 
              วินัยในการดูแลผิว ฝึกได้ไม่ยาก และถ้าทุกคนทำได้ตามนี้แล้วล่ะก็ พี่หมอรับรองว่า ความฝันที่จะมีหน้าใสไร้สิวอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน 😘😘😘

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ความงาม โรคผิวหนัง โรงพยาบาล สิว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่