(บทความ) "คาซู" ตำนานวัย 53 ปี ที่ยังค้าแข้งในเจลีก

กระทู้สนทนา
ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ปี 1967 สโมสรอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยได้แชมป์ยุโรปสักครั้ง

ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ยังไม่ก่อตั้งทีม

ยอดโค้ชอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังไม่ลืมตาดูโลก

แต่นั่นคือวันเกิดของเด็กชาย คาซูโยชิ มิอุระ ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นตำนานนักเตะอมตะของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น



“คิง คาซู” เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดตลอดกาล ที่ได้ลงสนามในเกมลีกสูงสุดของญี่ปุ่น เมื่อถูกส่งลงตัวจริงให้กับ โยโกฮาม่า เอฟซี ในเกมที่ทีมบุกแพ้ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ 3-2 เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

มิอุระ ลงสนามด้วยวัย 53 ปี 6 เดือน 28 วัน ทำลายสถิติเดิมที่เคยเป็นของ มาซาชิ นากายามะ ที่เคยลงสนามนัดสุดท้ายให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เมื่อช่วงปลายปี 2012 ด้วยวัย 45 ปี 2 เดือน 1 วัน ลงเรียบร้อยแล้ว

คือในช่วงที่ผ่านมา คาซู ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ โยโกฮาม่า เอฟซี ยังเล่นแค่ในระดับเจทูเป็นเวลานานถึง 12 ปี นั่นทำให้เขาไม่ได้ปรากฏตัวในเกมลีกสูงสุด

ครั้งสุดท้ายก่อนหน้านี้ที่อดีตศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่นลงเล่นในเกมเจลีก ดิวิชั่น 1 คือเกมที่ โยโกฮาม่า เอฟซี เปิดบ้านชนะ อุราวะ เร้ด ไดมอนด์ส 1-0 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2007
___________________________

คาซูโยชิ มิอุระ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบเรื่องราวให้นักเตะชื่อดังในโลกการ์ตูนอย่าง “กัปตันซึบาสะ” เพราะสโมสรแรกในอาชีพของ มิอุระ ไม่ใช่ทีมในญี่ปุ่น แต่เป็นการไปเล่นที่บราซิล

ในปี 1982 มิอุระในวัย 15 ปี เดินทางไปหาความท้าทายที่ดินแดนแซมบ้าเพื่อล่าฝันในการเป็นนักเตะอาชีพ เพราะในตอนนั้นเจลีกยังไม่ก่อตั้ง

เขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของ คลูเบ อัตเลติโก ยูเวนตุส ทีมในเมือง เซา เปาโล เมื่อปี 1982 ก่อนค้าแข้งระดับอาชีพครั้งแรกกับ ซานโตส ในปีเดียวกัน

เขาเล่นฟุตบอลอาชีพในดินแดนที่ผู้คนบ้าคลั่งเกมลูกหนังมากที่สุดในโลกจนถึงปี 1990 แล้วจึงกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดกับทีม เวอร์ดี้ คาวาซากิ



ถ้าจะบอกว่า คาซูโยชิ มิอุระ คือผู้เล่นที่มีความสำคัญกับการก่อตั้งฟุตบอลลีกอาชีพในญี่ปุ่นก็คงไม่ผิดนัก เพราะกว่าที่ศึกเจลีก จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็รอจนถึงช่วงต้นปี 1993 โดยเริ่มต้นด้วยการมีสโมสรเพียง 10 ทีม

ในฤดูกาล 1994-95 คิง คาซู กลายเป็นนักเตะจากแดนปลาดิบคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้ไปค้าแข้งในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือเป็นยุคทองของฟุตบอลลีกอิตาลี โดยเซ็นสัญญาเล่นกับ เจนัว ด้วยสัญญายืมตัว

หลังจากนั้นก็เคยมีช่วงที่ไปเล่นในโครเอเชียกับ โครเอเชีย ซาเกร็บ เมื่อปี 1999 แต่ช่วงเวลาแทบทั้งหมดหลังจากเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียมเป็นต้นมาคือการเล่นที่ญี่ปุ่น โดยเคยมีช่วงไปเล่นกับ ซิดนีย์ เอฟซี ที่ออสเตรเลียแบบสั้นๆ ด้วยสัญญายืมตัวในปี 2005

คาซูโยชิ มิอุระ ยังได้รับการบันทึกชื่อว่าเป็นเจ้าของสถิตินักเตะอายุมากที่สุดในโลก ที่เล่นฟุตบอลระดับอาชีพ

เขาทำลายสถิติเดิมที่เคยเป็นของ เซอร์ สแตนลี่ย์ แม็ทธิวส์ อดีตตำนานทีมชาติอังกฤษ ที่ครองไว้ตั้งแต่ปี 1965 ด้วยการลงสนามในเกมระดับดิวิชั่น 2 ของญี่ปุ่นให้ โยโกฮาม่า เอฟซี นัดที่เสมอกับ วี-วาเรน นางาซากิ 1-1 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2017

อาจมีบางคนเถียงว่า คนที่เป็นเจ้าของสถิติโลกที่แท้จริงต้องเป็น “น้ามัน” อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์ ต่างหาก ซึ่งปัจจุบันในวัย 55 ปี ยังมีชื่อเป็นผู้เล่นของทีม สุราษฎร์ธานี ซิตี้ ในลีกระดับ T3 ของไทย

แต่ด้วยความที่ฟุตบอลเจลีกมีมาตรฐานสูงกว่า และได้รับการยอมรับว่ามีการจัดการอย่างเป็นมืออาชีพมากกว่าลีกล่างๆ บ้านเรา ที่ยังไม่ได้มาตรฐานระดับสากลมากนัก ทำให้ “คิง คาซู” ยังคงครองสถิตินั้นอยู่ และไม่น่าจะมีใครไปทำลายสถิติของเขาได้อีกแล้ว
___________________________



สำหรับผลงานในระดับทีมชาติ ถือว่า มิอุระ คือรองดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมซามูไร ด้วยการยิงให้ทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ไป 55 ประตู จากการลงสนาม 89 นัด เป็นรองแค่ คูนิชิเงะ คามาโมโตะ ที่เคยยิงไป 75 ประตูคนเดียวเท่านั้น

ตำแหน่งแชมป์ เอเชียน คัพ สมัยแรกของทีมชาติญี่ปุ่นในปี 1992 ก็มีเขานี่แหละเป็นกำลังสำคัญ โดยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

แต่น่าเสียดายที่นักเตะระดับคาซู ซึ่งถือเป็นผู้เล่นที่บุกเบิกตลาดนักเตะญี่ปุ่นในต่างแดน จะไม่เคยมีประสบการณ์ในเวทีระดับฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแม้แต่ครั้งเดียว

ในศึกฟุตบอลโลก 1998 กุนซืออย่าง ทาเคชิ โอกาดะ ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเข้าใจ เมื่อตัดชื่อเขาออกจากรายชื่อนักเตะ 22 คนที่ส่งทำศึกใหญ่ที่ฝรั่งเศสอย่างเซอร์ไพรส์ ทั้งที่ มิอุระ ยิงในรอบคัดเลือกไปถึง 14 ประตู และไม่ได้มีอาการบาดเจ็บ

ซึ่งหลังจากนั้น ถึงแม้ “คิง คาซู” ยังไม่แขวนสตั๊ด แต่เขาก็มีอายุมากเกินไปที่จะรับใช้ชาติแล้ว

อย่างไรก็ตาม การดูแลสภาพร่างกายได้เป็นอย่างดี และไม่เคยหมดไฟในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำให้เขายังคงได้รับการเคารพอย่างมากในวงการ แม้ว่าด้วยวัยของเขา จะเหมาะกับการหันไปเอาดีทางด้านงานโค้ชมากกว่าก็เถอะ
___________________________

สำหรับ โยโกฮาม่า เอฟซี ต้นสังกัดของคาซู ถือเป็นทีมที่ให้โอกาสนักเตะอายุมากได้โชว์ฝีเท้า

เพราะนอกจาก มิอุระ วัย 53 ปีแล้ว พวกเขายังมี ชุนซูเกะ นากามูระ อดีตเพลย์เมกเกอร์จอมปั่นฟรีคิกคนดังของ กลาสโกว์ เซลติก ค้าแข้งอยู่ในทีมด้วยวัย 42 ปีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเล่นฟุตบอลอาชีพในวัย 53 ปี แน่นอนว่า คิง คาซู ไม่สามารถรักษาระดับความฟิตได้เท่ากับนักเตะวัยหนุ่มๆ

ในรอบ 3 ปีหลังสุด มิอุระ ไม่เคยถูกส่งลงสนามเกินฤดูกาลละ 12 นัด แถมส่วนใหญ่มักได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองอีกต่างหาก

ฌอน แคร์โรลล์ ผู้สื่อข่าวฟุตบอลชาวอังกฤษ ที่ทำงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเคยเขียนวิจารณ์เขาเมื่อปี 2019 ตอนที่ โยโกฮาม่า เอฟซี ยังไม่เลื่อนชั้นกลับลีกสูงสุดเอาไว้

“เกมระดับเจทูไม่ใช่ระดับต่ำ แต่คุณสามารถบอกได้ว่าเขาวิ่งแทบไม่ไหวแล้ว”

“ถ้าหากเขาเล่นแค่การจ่ายบอลง่ายๆ และไม่โดนเพรสซิ่งหนักอะไร คุณจะเห็นว่าเขายังคงเล่นไหว แต่ในแง่ของการเล่นด้วยสปีด และใช้สภาพร่างกายในการดวลระหว่างเกม เขาไม่อยู่ในระดับที่เขาต้องการอย่างแท้จริง”

ฤดูกาล 2019 มิอุระ ได้โอกาสลงเล่นเกมระดับดิวิชั่น 2 เพียงแค่ 3 นัด และยิงประตูไม่ได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น การที่มีอายุเข้าใกล้วัยเกษียณของคนทำงานประจำหลายๆ คน ทำให้สภาพร่างกายของเขาต้องใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่าผู้เล่นคนอื่น ถ้าเจอปัญหาบาดเจ็บ หรือกล้ามเนื้อมีอาการล้า



สาเหตุที่ โยโกฮาม่า เอฟซี ยอมต่อสัญญาให้เขาเพิ่มอีก 1 ปีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา น่าจะเป็นเพราะต้องการช่วยให้นักเตะผู้จงรักภักดีกับทีมคนนี้ ทำลายสถิติที่ยังมีความเป็นไปได้ให้ถึงที่สุด

คาซูโยชิ มิอุระ ที่ค้าแข้งกับโยโกฮาม่านานถึง 15 ปี ยังมีโอกาสทำลายสถิตินักเตะอายุมากที่สุดที่ยิงประตูได้ในเจลีกอีกด้วย

ปัจจุบันสถิติผู้เล่นที่ยิงประตูในเจลีกด้วยความสูงวัยที่สุดตลอดกาล ยังคงเป็นของ ซิโก้ อดีตตำนานทีมชาติบราซิล ที่ยิงให้ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในเกมพบ จูบิโล่ อิวาตะ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1994 ด้วยวัย 41 ปี 3 เดือน 12 วัน

โยโกฮาม่า เอฟซี ยังมีโปรแกรมเจลีกเหลืออีก 16 เกมในซีซั่นนี้ น่าสนใจเหมือนกันว่าเขาจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตัวของ มิอุระ ไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขามีแผนจะแขวนสตั๊ดตอนไหน เจ้าตัวรู้แค่ว่าเขายังคงมีความสุข กับการที่มีสถานะเป็น “นักฟุตบอลอาชีพ” มานานถึง 4 ทศวรรษ
___________________________

Bleacher Report สื่อกีฬาเจ้าดังของโลก เผยว่า เคล็ดลับในการดูแลสังขารตัวเองของ คิง คาซู คือการขยันเข้ายิมอย่างสม่ำเสมอ และจะพาโค้ชฟิตเนสไปรีแล็กซ์ที่เกาะกวมทุกครั้ง เมื่อจบฤดูกาล

แต่เหนือสิ่งอื่นใดยิ่งกว่าเรื่องของร่างกาย ก็คือการยังคงสนุกกับฟุตบอลเสมอ

“แพชชั่นที่ผมมีต่อฟุตบอลไม่เคยเปลี่ยนไปเลย นับจากวันที่ผมกลายเป็นนักฟุตบอลอาชีพตอนที่อายุ 18 ปี แถมผมรู้สึกว่ามันยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ”

“ผมยังคงสนุกกับฟุตบอลในทุกๆ นาที และผมกำลังสนุกยิ่งกว่าตอนที่ผมยังเล่นอยู่ที่บราซิลจริงๆ นะ”

“เมื่อผมเดินลงสู่สนาม ผมรู้สึกได้ถึงความปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำหน้าที่ของผมให้ดี และควบคุมความรู้สึกของผู้คนผ่านปลอกแขนกัปตันทีม”



ในโลกของฟุตบอล นักเตะที่อายุมาก มักโดนมองข้ามซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังในเรื่องผลงาน และจังหวะการเล่นที่ทีมต้องการได้

แต่ คาซูโยชิ มิอุระ ทำให้เห็นว่า ตราบใดที่เขายังสนุกกับการเล่นฟุตบอล และไม่เคยหมดไฟกับมัน…
ใครก็ถอดสถานะ “นักฟุตบอล” ออกไปจากเขาไม่ได้
___________________________

ติดตามบทความฟุตบอลดีๆ โดยไม่แบ่งแยกทีมเชียร์ได้ที่เพจ "เสียบสามเหลี่ยม" https://www.facebook.com/seabsamliam
หรือใน Blockdit ที่ https://www.blockdit.com/seabsamsliam
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่