เรื่องสั้น บุพเพสันนิวาส ตอนที่ 2

กระทู้สนทนา
เรื่องสั้นเรื่องนี้จบที่ 3 ตอนค่ะ จขกท. ต้องขออภัยไว้ ณ กระทู้นี้ หากเรื่องราวมันไปตรงกับชีวิตของใคร จขกท. ไม่มีเจตนาใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ กรุณาอ่านด้วยใจเป็นกลาง
——————————————————————

          ผมรู้จักกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้านเหล้า ไม่ใช่เด็กสิ เธอบรรลุนิติภาวะไปแล้ว น่าจะเป็นวัยทำงานนะ ผมประเมินคร่าว ๆ ด้วยสายตา รูปร่างหน้าตาของเธอสวยสดงดงามไม่น้อย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอไม่โสดแน่นอน แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ ทำไมเธอมานั่งร้านเหล้าคนเดียว เพื่อน ๆ ไปไหน เธอควรจะมากับแฟน หรือเธอไม่มีแฟน ยิ่งคิดผมก็ยิ่งใจเต้นรัวครับ บอกก่อนว่าผมชายโสดนะครับ โสดมานานหลายปีมากถึงมากที่สุด

          ผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง มีความรู้สึกเหมือนกับทุกคน ผมเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง กับผู้หญิงที่ผมคิดว่าเขารักผมที่สุด ยังไม่ทันได้มีโซ่ทองคล้องใจเลยครับ เธอก็ทิ้งผมไปกับคนที่คิดว่าใช่มากกว่าผม เธอบอกว่าผมไม่ค่อยมีเวลา ทำแต่งาน มันก็จริงนั่นแหละครับ ผมไม่โกรธเธอ ปล่อยเธอไปตามทางของเธอ ส่วนผมก็กลับมาทำงานไปวัน ๆ อย่างเดียว พอผมทำใจได้กับการแยกทาง ผมก็เที่ยวเหมือนผู้ชายทั่วไปครับ มีมองผู้หญิงสวยน่ารักบ้าง แต่ก็ไม่อะไร คนพวกนั้นล้วนแล้วแค่หวังได้ทั้งนั้น หวังเงินจากผมนะครับแล้วก็จากไป

          ผมใช้ชีวิตแบบไปวัน ๆ มานานแสนนานแล้วครับ ไม่คิดจะมีใครจริงจัง จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมได้เจอกับเธอ ผู้ที่ทำให้หัวใจของผมเต้นระส่ำระสายไม่เป็นจังหวะ แม้จะรู้ว่าเธอไม่โสดแน่นอน แค่ผมได้นั่งมองก็มีความสุข ก่อนที่แฟนหรือสามีของเธอจะมาถึง ถึงผมจะเป็นไอ้แก่หัวงูผมก็ไม่เล่นกับคนของใครนะครับ ถ้าผมรู้ก่อน!

          ที่ร้านเหล้าใกล้ ๆ ออฟฟิศที่ทำงานของผม เป็นร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะไม่กี่โต๊ะ เป็นร้านธรรมดา และเป็นร้านประจำของผม บางวันผมก็ไปร้านยาดองบ้างสลับกันไป แต่วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมมานั่งร้านนี้ ปกติวันศุกร์ผมจะไปร้านยาดองครับ ผมเลือกนั่งโต๊ะประจำมุมเดิมที่ชอบนั่ง แม่ค้ารู้จักผมดี ผมสั่งเบียร์มากินเล่น ๆ ก่อนหนึ่งขวด ผมไม่ต้องใช้แก้วครับ ผมยกขวดเลยสะใจกว่า สลัดคาบผู้จัดการแผนกมาร์เก็ตติ้งทิ้งไป เหลือแค่ไอ้ขี้เมาแก่ ๆ คนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนี้

          ภายในร้านมีลูกค้ามานั่งเต็มทุกโต๊ะ เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ ถัดไปอีกโต๊ะตรงข้ามเยื้อง ๆ กับโต๊ะที่ผมนั่ง มีเด็กผู้หญิงนั่งดืมเบียร์อยู่คนเดียว ผมแอบพิจารณาเธอน่าจะเป็นวัยทำงาน เธอใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่า กระโปรงทรงเอสีชมพูอ่อน สั้นเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อย สยายผมยาวเกือบถึงกลางหลัง นั่งดื่มเบียร์พร้อมก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ ผมแอบมองเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว ผมคิดว่าเธอคงมารอเพื่อน หรือรอแฟนนั่นแหละ แต่ผมก็ชอบแอบมองเธอ ๆ จะมากับใครก็ตาม น่ารักดีครับ เธอน่ารักมาก

          จนแล้วจนรอดเวลาก็ดึกเข้าทุกที ไม่เห็นมีเพื่อนคนไหนมาหาเธอสักคน เธอยังนั่งดื่มเบียร์อยู่คนเดียว หน้าตาเศร้า ขวดเบียร์ตั้งบนโต๊ะของเธออยู่สองขวด นัยตาเศร้าเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ เมื่อผมเจอสาวสวยแบบนี้งูบนหัวก็โผล่ขึ้นมาทันทีครับ ผมหัวเราะให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องราววันนั้น...

          ผมเรียกพนักงานเสิร์ฟให้เดินเข้ามาหา สั่งเบียร์ให้กับเธอไปหนึ่งขวด ให้พนักงานนำไปให้ที่โต๊ะ พนักงานสาวทำตามคำสั่งของผม เดินถือขวดเบียร์ไปให้เธอที่โต๊ะของเธอ ผมสังเกตว่าพวกเธอคุยอะไรกันนิดหน่อย ก่อนที่เธอคนนั้นจะหันหน้ามาทางโต๊ะที่ผมนั่ง ผมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้แต่งูบนหัวสั่งให้ทำ หญิงสาวคราวลูกไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่ เธอหันกลับไปก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง แต่ทว่าเธอก็เทเบียร์ที่ผมซื้อให้ดื่ม แค่นี้ก็ทำเอาผมปลื้มใจมากไม่น้อย ที่ไม่โดนปฏิเสธ ผมไม่ยกเบียร์ถี่ ๆ เหมือนเดิมอีกต่อไป กลัวจะเมาก่อนได้เมียงมองเธอคนนั้น

          ผมสังเกตว่าเบียร์ของเธอน่าจะหมดอีกแล้ว จึงเรียกพนักงานอีกครั้ง สั่งเบียร์ให้เธอไปสองขวดพร้อมคิดเงินกับผมเลย คราวนี้ผมสั่งให้พนักงานขอชื่อของเธอมาด้วย พอพนักงานไปถึงโต๊ะของเธอ ๆ หันหน้ามาทางผม ทำเอาเขินอยู่ไม่น้อย เธอโบกมือให้เป็นสัญลักษณ์ว่าพอแล้ว เธอพอแล้ว พนักงานถือเบียร์กลับมาคืนผมเหมือนเดิม พร้อมกระดาษใบเล็ก ๆ ในนั้นมีชื่อและเบอร์โทรของเธอ ผมยิ้มด้วยความพอใจอยู่ไม่น้อย เด็กคนนี้มีความกล้าแฮะ! ในเมื่อเธอกล้าให้เบอร์ ผมก็กล้าเล่นด้วย เกิดมานานขนาดนี้แล้วจะกลัวอะไร ความคิดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในหัว

          “อย่าหลอกลุงเลย ลุงผ่านมาหมดแล้วเด็กน้อยเอ๋ย”

          ผมยิ้มให้กระดาษใบเล็ก ๆในมือ คิดว่าเธอคงจะเป็นเหมือนพวกสาว ๆ ที่ผ่านมา หลอกพอแล้วก็ไป แต่ทำไมหัวใจมันพองโต เผลอแอบคิดไปไกลกว่านั้นด้วยซ้ำ มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เธอเด็กเกินกว่าที่จะมาคิดจริงจังอะไรกับชายแก่ ๆ คราวพ่อแบบผม

          หลังจากวันนั้นเขากับเธอก็ได้คุยกัน เธอชื่อพรนภา เธอแทนตัวเองว่านภา นภาช่างดูอ่อนโยนแสนหวานเหลือเกิน พูดถึงหน้าตาของเธอนะ แต่พออยู่ด้วยใกล้ ๆ ออกไปทางโก๊ะ ๆ ยังไงไม่รู้ นภาเป็นผู้หญิงที่สดใส มองโลกในแง่ดี โลกของเธอสดใสเสมอ แม้ตอนที่เธอทะเลาะกับแฟนหนุ่ม เธอไม่เคยนำความเศร้ามาระบายกับเขา ถึงเขาพร้อมจะรับฟังแบบเปิดใจก็ตาม เธอทำให้โลกสีหม่นของเขาสดใสขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เขาแอบคิดไปไกลเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ วันที่นภาเธอเดินเข้ามาบอกกับเขาว่า เธอเลิกกับแฟนหนุ่มเด็ดขาดแล้ว พร้อมหลักฐานข้อความในโทรศัพท์ และการกระทำของเธอหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา เขาเชื่อเธอ เธอเลิกกับเด็กหนุ่มที่ชื่อโค้กแล้วจริง ๆ

           ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยเปิดใจให้ใคร นอกจากเล่น ๆ ไปวัน ๆ แต่ทว่าเธอคนนี้ เด็กคนนี้กลับทำให้เขาดูมีชีวิตชีวาขึ้น ทำไมนะทำไมเธอไม่เกิดให้เร็วกว่านี้หน่อย อายุของเธอเรียกเขาว่าพ่อได้สบาย แต่ว่าความสัมพันธ์มันเกิดขึ้นแบบลับ ๆ นภาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอคบกันกับเขา ถึงยังไม่ตกลงว่าคบกัน แต่ว่าการกระทำของเธอมันก็ทำให้เขาคิดไปไกลเกินกู้กลับแล้ว เขายอมรับ! ยอมรับทุกข้อที่พรนภาตั้งกฎขึ้นมา แค่เขาได้มีเธอในชีวิตทุกวันก็พอ

          เมธีดูออกว่าเธอไม่ได้เป็นเด็กป๋ามืออาชีพ เพราะเขาผ่านการเป็นป๋ามาจนชิน สาว ๆ ทุกคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เขายอมรับเขาไม่ได้จริงจังด้วยอยู่แล้ว เขาดูออกทุกคนต้องการแค่เงิน และมองเขาว่าเป็นผู้ชายแก่ ๆ โง่ ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เขาก็ไม่ได้แคร์อะไร และไม่คิดหาคู่ชีวิตใหม่ด้วย พอได้คุยได้คบหาก็ยิ่งรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่หาเงินทางนี้ ยิ่งทำให้เขาแอบคิดเข้าข้างตัวเองไปอีก หรือว่าเธอจะแอบมีใจให้กับเขาเช่นกัน ความสัมพันธ์ของเขากับเธอมันก็เป็นความลับที่ลับมากมาโดยตลอด

          เมธีเข้าใจ เขายอมรับได้เสมอ ขอแค่มีเธอในชีวิต นภาเลิกกับแฟนหนุ่มคนนั้นถาวร เมธีเกิดมานานขนาดนี้ ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าเด็กคนนี้ก็มีใจให้แก่เขา เมื่อนภายืนยันว่าเลิกกับแฟนหนุ่มแล้ว ทำให้เขาตัดสินใจลองเสี่ยงเดินหน้าเต็มที่ ทำเหมือนเป็นแฟนคนหนึ่งที่เขาทำกัน นภาไม่ปฏิเสธ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ลับ ๆ นั่นแหละ

          ยิ่งมารู้ว่าเธอกับเขาทำงานที่ตึกอาคารเดียวกัน ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว อยู่ภายใต้ความสัมพันธ์ลับที่ไม่ลับ พนักงานลูกน้องของเขารู้ว่าเขาคบกับนภา เมื่อเขาไม่พูดลูกน้องของเขาก็ไม่มีใครกล้าแซว นภาไม่ได้ทำงานที่บริษัทเดียวกันกับเขา แค่ใช้อาคารตึกเดียวกันเฉย ๆ ทุกเช้าเขาจะมารอนภาหน้าตึกเสมอ เพื่อเดินเข้าไปพร้อมกัน และแลกบัตรพร้อมกัน เขาอยากไปรับไปส่งเธอเหลือเกิน แต่นภาปฏิเสธ เขาโอเค ยังไงก็ได้เสมอ

...

          “หนูเมามากมั้ย ให้พี่ไปรับกลับห้องหรือเปล่า”

          ผมส่งไลน์หานภา ที่โต๊ะมุมหนึ่งในผับ ผมแอบตามนภามาครับ ไม่ใช่หึงหวงอะไร แค่เป็นห่วง นภาเป็นผู้หญิงที่ชอบเมาคนหนึ่ง เด็กอะไรขี้เมาชะมัด นภาเคยพาผมมานั่งร้านเหล้า ร้านเดิมที่พวกผมสองคนเจอกัน นภายกแล้วยกอีก ขณะที่ผมยังไม่ทันอะไรเลย แต่เวลาเมานภาน่ารักมากเลยนะครับ เขายิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของแฟนเด็กคนนี้ ดูเหมือนเธอได้เป็นตัวของตัวเอง ได้เห็นอีกมุมของเธอที่ผมไม่เคยเห็น เธอไม่ใช่ผู้หญิงขี้เมา เธอแค่ชอบเมาเท่านั้น

          ผมเห็นนภาเดินไปขอเพลงอะไรไม่รู้ พอนักร้อง ๆ ขึ้นเท่านั้นแหละ ผมแทบสำลักเบียร์ หัวเราะออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะไม่มีใครมองผมอยู่แล้ว ถึงมีผมก็ไม่สนใจครับ ตอนนี้และตลอดไปผมมีน้องพรนภาคนเดียว ผมนั่งฟังเพลงที่เธอขอจนจบและแอบมองเธอด้วยความปลาบปลื้ม แม้คำบางคำในเพลงจะทำให้ผมเขินอยู่ไม่น้อยก็ตาม จากนั้นผมต้องนั่งหัวเราะอย่างคนเป็นบ้าอยู่คนเดียว เมื่อผมเห็นนภาโชว์สเต็บลีลาการเต้น ผมไม่ได้อึ้งหรือตกใจ ผมกลับชอบที่เธอเป็นตัวของตัวเองต่างหาก พรนภาเวลาใส่ชุดทำงานกับพรนภาตอนนี้มันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

          ผมนั่งเฝ้าเธออยู่ห่าง ๆ รอเวลาเธอกลับ ผมไม่ได้จะเข้าไปรุ่มร่ามอะไรกับเธอนะ บอกแล้วว่าผมไม่แหกกฎของเธอถ้าเธอยังไม่อนุญาต แต่ทว่าอาการของเธอเมามาก ๆ เลยครับ ผมชักเป็นห่วงเธอ พรนภาเมาไม่รู้ตัว แถมยังอ้วกเข้าไปอีก ยืนทรงตัวก็จะไม่ไหว ผมตัดสินใจเดินไปหากลุ่มของเธอ แม้ในในจะหวั่น ๆ ว่าเธอจะโกรธ และเลิกคบกับชายแก่ ๆ แบบผมไป แต่ความห่วงมันมาเหนือสิ่งอื่นใดครับ ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหาพวกเธอทันที

          ผมเข้าไปแนะนำตัวกับเพื่อน ๆ ของเธอ ทีแรกพวกเธอก็ไม่ค่อยไว้ใจผมเท่าไหร่ เพื่อนของเธอคนหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปผมเอาไว้ด้วย ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ตามสบายเลย เพราะห่วงเพื่อนผมเข้าใจ สุดท้ายก็ยอมปล่อยเธอไปกับผม หลังจากนั้นพวกเราก็แยกทางกัน

          ผมพานภามาส่งที่ห้องของเธอ ผมจับเธอนอนบนเตียง นภานอนกลิ้งไปกลิ้งมา อยู่ไม่เป็นสุขด้วยอาการเมา บ้างก็รีบลุกไปอ้วกในห้องน้ำ ผมแทบจะหัวเราะออกมา ด้วยความสงสารจึงทำได้แค่มองยิ้ม ๆ ให้ “ก็ยังจะดื่มให้ตัวเองเมาอีกนะน้องนภา” ผมบนเบา ๆ คนเดียว ก่อนจะไปลูบหลังให้เธอ นภาหมดแรงเธอนอนคว่ำหน้ามุดไปกับผ้าห่ม และหลับไปด้วยความเพลียจากการอาเจียน ผมนั่งมองเธอ และนึกขอบคุณอะไรก็ได้ที่ส่งเธอมาให้ผม

          แต่ผมก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่งนะครับ มีรักโลภโกรธหลงเหมือนคนอื่น นภาทำให้ความคิดผมเตลิดไปไกล รวมทั้งปลุกความเป็นชายในตัวผมด้วย ขาวสวยหมวยอึ๋มขนาดนี้ใครจะอดใจไหวล่ะครับ คบกันมาปีกว่าผมมาถึงแค่หน้าหอพัก วันนี้ได้ขึ้นมาห้องทั้งที   ใครจะอดใจไหว คืนนั้นผมมีความสุขกับเธอทั้งคืนเลยครับ

          แต่ว่าเมื่อผมทำทุกอย่างจนพอใจแล้ว ผมกลับรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาดื้อ ๆ ถ้านภาตื่นขึ้นมาแล้วโกรธผม ทิ้งผมไป ผมต้องไม่ให้อภัยตัวเองแน่นอน ผมรักเธอ! รักมากกว่าจะอยากเชยชมเธอเล่น อยากสร้างครอบครัวกับเธอ เหมือนคราวก่อนที่ผมเคยสร้างแต่ล้มเหลว ครั้งนี้กับน้องนภาผมจะไม่ให้มันเป็นแบบนั้น แต่บัดนี้ผมได้ล่วงเกินเธอ ในขณะที่เธอยังไม่อนุญาต ผมได้แต่ภาวนาขอให้เธอไม่โกรธผม ผมพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง ถ้าเธอต้องการ

...

          “พี่เมธีหนูหิวข้าวอ่ะ”

          พรนภาลืมตาตื่นจากที่หลับไหลด้วยอาการเมาตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้ปาเข้าไปบ่ายสามโมงเย็นแล้ว จะไม่ให้เธอหิวได้ยังไง

          เขานั่งมองเธออยู่ห่าง ๆ ด้วยความเงียบ คอยลุ้นว่านภาจะต่อว่าโกรธเขาเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่า หรือนภาไม่รู้สึกตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น เมธีสับสนครุ่นคิดในใจ จะบอกเธอดีหรือเปล่าว่าเขาได้ล่วงเกินเธอไปแล้ว ยังไงเขาก็ยังอยากรับผิดชอบเธออยู่ดี แต่จะเริ่มบอกยังไงดี หากเธอไม่รู้สึกตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่านภาก็ไม่ถามเขาสักคำ ว่าเขามาอยู่ในห้องของตนได้อย่างไร ไม่ถามถึงเรื่องเมื่อคืน ยิ่งทำให้เขาคิดวุ่นวายใจไปอีก หรือว่าเธอรู้! รู้สึกตัว และรู้เรื่องราวเมื่อคืนที่เขาเป็นคนมาส่ง นภารู้สึกตัวทั้งหมดตั้งแต่เริ่มแรก เมธีก็ยังไม่กล้าพูดเหมือนเดิม

          “พี่ไม่หิวเหรอ” เธอมองหน้าเขา ลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน เขานั่งที่โซฟาตัวเล็ก ๆ มองเธอด้วยจิตใจเป็นกังวล โดยที่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ากังวลเรื่องอะไร “หนูขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”

          “ครับ” เขาตอบสั้น ๆ เพียงคำเดียว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่