ออแพร์เบลเยี่ยม เยี่ยมจริงๆหรือเปล่า

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ เราเป็นออแพร์ไทยในเบลเยี่ยม ใช้ชีวิตอยู่ที่เบลเยี่ยมมาครบ 8 เดือนแล้ว
วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ออแพร์ที่เราประสบพบกับตัวเราเอง ให้คนที่สนใจโครงการออแพร์ได้อ่านกัน
ขอข้ามในส่วนของการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เริ่มแมตช์กับโฮสต์ไปจนถึงการขอวีซ่าเลยแล้วกันนะคะ แต่ถ้ามีใครสงสัยขั้นตอนไหน
สามารถหลังไมค์ หรือสอบถามได้เลยค่ะ ยินดีตอบและช่วยเหลือนะคะ

4 กุมภาพันธ์ 2563 เก็บกระเป๋าบินมาเบลเยี่ยม มาถึงสนามบินบรัสเซลส์ แล้วนั่งรถไฟต่อจากสนามบินมายังอีกเมือง
เนื่องจากโฮสต์มีธุระ ไม่สามารถมารับได้ โชคดีที่การขึ้นรถไฟเองในเบลเยี่ยมครั้งแรก ไม่หลงและขึ้นถูกขบวน อาศัยถามคนอื่นเอา
(ปัจจุบันขึ้นรถไฟได้อย่างชำนาญแล้วค่ะ แหงล่ะ อยู่มาแปดเดือนแล้ว ฮาาาาาา)
ครอบครัวที่เราอาศัยนั้นมีลูกสามคน คนโตผู้ชาย 11 ขวบ คนกลางผู้หญิง 8 ขวบ และคนเล็กผู้หญิง 4 ขวบ
เราใช้เวลาปรับตัวเข้ากับน้องๆนานมาก เนื่องจากน้องๆพูดภาษาดัชต์กัน ส่วนมากงานหลักของเราคือไปรับน้องหลังเลิกเรียน
ซึ่งเวลาเราไปรับน้องก็จะหงุดหงิด และทำเป็นไม่รู้จักเรา ก็ในข่วงแรกอะเนอะ ยังเข้ากันไม่ได้ ปรับตัวกันไป
พาทำกิจกรรมต่างๆนอกบ้าน และพาน้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกวันเสาร์ (ใช่ค่ะ เราทำงานวันเสาร์ด้วย)
เราได้พักกับคุณปู่คุณย่าของน้อง บ้านห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร ครอบครัวนี้ส่งให้เราเรียนภาษาดัชต์
โดยมีจักรยานไฟฟ้าให้เราปั่นไปเรียนในตอนเช้า (ภูมิประเทศเบลเยี่ยมค่อนข้างมีเนินเขาเยอะ ใช้จักรยานไฟฟ้าก็ทุ่นแรงไปได้เยอะ)
ครอบครัวนี้ให้ความดูแลออแพร์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว กินอาหาร ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน
เรื่องหนักใจเรื่องเดียวคือทำยังไงให้เข้ากับน้องได้ และแล้ว 1 เดือนผ่านไป เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเรา

13 มีนาคม 2563 3-4 วันก่อนประเทศเบลเยี่ยมจะปิดเบลเยี่ยมล็อคดาวน์ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19
กิจการของโฮสต์ต้องปิด ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ โรงเรียนหยุด เด็กๆต้องอยู่บ้าน และไม่สามารถเยี่ยมปู่ย่าตายายได้(มาตรการล็อคดาวน์)
โฮสต์ตัดสินใจจะส่งเรากลับไทยคืนนั้นก่อนสนามบินปิด แต่เราเพิ่งมาถึงได้เดือนเดียวเอง ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ยังไม่กลับด้วย 
ตัดสินใจตั้งสติ เอาวะ หาครอบครัวใหม่ รีแมตช์ก็รีแมตช์ ยังโชคดีที่เรายังพอมีโชคเหลืออยู่บ้าง เราได้ครอบครัวใหม่วันถัดมาและย้ายไปบ้านใหม่ได้เลย

16 มีนาคม 2563 เราเริ่มสัญญาออแพร์ใหม่กับอีกบ้าน เป็นครอบครัวอเมริกันในเบลเยี่ยม แม่เลี้ยงเดี่ยวและลูกสาวอายุ 8 ขวบ 1 คน
เราเข้ากับน้องได้เร็วมาก อาจจะเพราะน้องพูดภาษาอังกฤษ เลยไม่ต้องปรับตัวกันมาก เราใช้เวลากับน้องเยอะมากในช่วงล็อคดาวน์
บ้านนี้ค่อนข้างให้อิสระเราเยอะมาก ต่างคนต่างอยู่ หมดเวลางานหรือวันหยุดไม่เคยให้น้องมายุ่ง เราอยากจะทำอะไร ไปไหนก็ทำไม่ต้องบอกโฮสต์
เพราะต่างคนต่างอยู่ จ้างเราดูลูกโดยแท้จริง บ้านนี้ไม่ส่งให้เราเรียนภาษา ถ้าหากจะเรียนจะต้องจ่ายเงินเอง เรามีโอกาสได้เรียนภาษาฝรั่งเศส 1 คอร์ส
ด้วยเงินเราเอง ยากมาก ภาษาดัชต์ง่ายกว่าเยอะเลย หลังจากอยู่บ้านนี้ได้ 3-4 เดือน เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกรอบ!!!
โฮสต์เรียกเราไปคุยว่าไม่สามารถจ้างเราต่อได้แล้ว ไม่มีเงิน ขณะนั้นเราเหลือวีซ่าอีกตั้ง 6 เดือน!! แต่ออแพร์เบลเยี่ยมสามารถรีแมตช์ได้เพียงแค่ครั้งเดียว
เราเสียใจมากที่ไม่สามารถอยู่เบลเยี่ยมจนจบปีครบโครงการได้ แต่ทำใจยอมรับและเดินหน้าต่อ
เราตัดสินใจหาโฮสต์เพื่อไปต่อ คราวนี้เราแมตช์กับโฮสต์ที่ประเทศลักเซมเบอร์ก ระหว่างดำเนินเอกสาร รอ authorities to stay ที่ลักเซมเบอร์ก
โฮสต์ปัจจุบันก็ยังให้เราทำงานอยู่จนกว่าจะได้วีซ่า นับว่าใจดีมากที่ไม่เตะเราออกจากบ้าน แต่ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย
เช่น วันหยุดเราจะขอให้เราออกจากบ้านเนื่องจากต้องการเวลาส่วนตัวของครอบครัว ขอให้เราปิดห้องเราเพราะเค้าเข้านอนไว(มีแสงรอดออกมาจากกระจกบนเพดานห้อง) ขอให้เราไม่คุยโทรศัพท์หรือเปิดเพลงในห้องเนื่องจากห้องติดกัน ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เป็นช่วงซัมเมอร์ที่นี่
เด็กๆส่วนใหญ่ออกไปค่าย ไปเล่นกีฬากัน ชั่วโมงงานเราลดน้อยลง และโฮสต์ลดเงินเราเช่นกัน ซึ่งผิดกฎหมาย!!(เราพูดคุยด้วยเหตุผลไปแต่นางพูดเพียงแต่ว่าถ้าเรารายงานนาง ก็ออกจากบ้านนางไปนะ ซึ่งแน่นอนว่าเราได้ดำเนินการ report เรื่องที่ไม่เป็นธรรมนี่กับหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือออแพร์ในเบลเยี่ยมไปแล้ว) และในที่สุดเราก็ได้ authorize to stay ของประเทศลักเซมเบอร์ก เราเก็บกระเป๋าเตรียมจะไปเรียบร้อย และได้แจ้งให้โฮสต์ทราบ 
แต่แล้วโฮสต์กลับขอให้เราอยู่จนครบสัญญา ยกเลิกการรีแมตช์ของเรา แต่เราตัดสินใจเดินหน้าไปต่อ 4 ตุลาคม 2563 จะครบ 9 เดือนที่เราใช้ชีวิตเป็น
ออแพร์ในประเทศเบลเยี่ยม และชีวิตออแพร์ในประเทศลักเซมเบอร์กของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ววันนี้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่