สรุปปริศนา Phosphine ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ แบบละเอียด มีสิ่งมีชีวิตจริงมั้ย? (แบบเข้าใจง่าย)

เมื่อวันก่อนมีการยืนยันว่า เราพบสารฟอสฟีนบนดาวศุกร์ ที่อาจะบ่งชี้ได้ว่า บนดาวศุกร์มีสิ่งมีชีวิต

แต่ก็มีคำถามมากมายย้อนกลับมาเหมือนกันว่า จริงหรือที่มันเกิดจากสิ่งมีชีวิต??

ทางspaceth.coที่เป็นเพจให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์จึงมีบทความแบบเจาะลึกมาครับ หากใครสงสัยอะไร คิดว่าบทความนี้คงตอบทุกข้อสงสัย

------------------------
หลายคนอาจได้ทราบถึงข่าวการค้นพบหลักฐานการมีอยู่ของแก๊ส Phosphine (ฟอสฟีน) ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์กันไป ซึ่งทำให้วงการ Astrobiology กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากช่วง CoVID-19 ที่ผ่านมา และได้รับการตีพิมพ์ในชื่อ Phosphine gas in the cloud decks of Venus
Phosphine เป็นสารพิษประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรมควันภายในยุ้งฉาง โกดังเก็บข้าวไว้เพื่อใช้ในการกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูทางการเกษตร จำพวก มอด เนื่องจากสารฟอสฟีนนั้นมีความเป็นพิษสูง สามารถฆ่าแมลงได้ในทุกระยะของการเจริญเติบโต มีความสามารถในการฟุ้งกระจายและแทรกซึมเข้าไปในสินค้าได้ดี ไม่กัดโลหะเครื่องมือเครื่องใช้ ในขณะเดียวกันก็สามารถระบายสารออกจากกองสินค้าได้เร็วเมื่อสิ้นสุดการรม ถึงแม้ว่าจะมีความเป็นพิษสูงแต่ฟอสฟีนนั้นเมื่อใช้งานอย่างถูกต้องแล้วจะไม่มีสารพิษตกค้างเมื่อสิ้นสุดกระบวน
ซึ่งฟอสฟีนนั้น บนโลกใบนี้มีเพียง 2 กระบวนการเท่านั้นที่สังเคราะห์สารตัวนี้ขึ้นมาได้ คือ

1. จากกระบวนการทางอุตสาหกรรม ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไป เนื่องด้วยมนุษย์มีความต้องการในการใช้สารฟอสฟีนเพื่อกำจัดแมลงศัตรูทางการเกษตรในผลผลิต เราจึงมีกระบวนการในการสังเคราะห์ฟอสฟีนในปริมาณที่สูงและรวดเร็ว จากการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา เพราะหากนำสารตั้งต้นมาปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดปฏิกิริยาโดยปราศจากตัวเร่งปฏิกิริยานั้น ไม่มีทางที่จะสังเคราะห์ฟอสฟีนขึ้นมาได้เลย

2. จากแบคทีเรียประเภท Anaerobic (ไม่ใช้ออกซิเจนในการสังเคราะห์พลังงาน) ซึ่งกระบวนการนี้คือกระบวนการเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถสังเคราะห์สารชนิดนี้ขึ้นได้บนโลกนี้ตามธรรมชาติ

ภาพของดาวศุกร์ที่ถ่ายโดยยาน Mariner 10 ในช่วงแรกของการเริ่มต้นสำรวจดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ที่มา – JPL/Caltech

ซึ่งไม่ได้มีแค่โลกใบนี้ที่มีสารฟอสฟีนเพียงดาวดวงเดียว ในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ก็มีองค์ประกอบของแก๊สฟอสฟีนในชั้นบรรยากาศอยู่เหมือนกัน ซึ่งจากการคำนวน วิธีการเกิดของสารฟอสฟีนภายในชั้นบรรยากาศของดาวแก๊สยักษ์เหล่านี้เป็นกระบวนการที่ยากมากที่จะเกิดกระบวนการนี้บนโลกได้ เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องมีปัจจัยของความร้อนและควาามดันที่มหาศาลของชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ซึ่งสำหรับโลก มันยากที่จะมีปัจจัยเดียวกับกลุ่มดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ทำกระบวนการเกิดของแก๊สฟอสฟีนด้วยลักษณะนี้ไม่สามารถเกิดได้บนโลก

แนวคิดชีวิตบนดาวศุกร์

คำถามหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาตินั้นคือ เราอยู่เพียงตัวคนเดียวในเอกภพนี้หรือไม่ เพราะตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันที่วิทยาการเราสูงขึ้น เราก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าพบชีวิตที่นอกเหนือดาวเคราะห์โลกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงกระนั้นเราก็เรียนรู้และสร้างสรรค์กระบวนการในการเสาะแสวงหาชีวิตอยู่อย่างเสมอ
เราเคยคิดว่าบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ นั้นก็น่าจะมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกับโลกของเรา แต่จากการส่งเหล่ายานอวกาศอย่างมากมายเพื่อทำการพิสูจน์เรื่องแนวคิดนี้ ก็ยังไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตในแบบที่เรารู้จักเลยแม้แต่ครั้งเดียว
จากการส่งยานไปสำรวจดาวศุกร์ในช่วงปี 1960 นั้นทำให้เราพบว่าชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นมีความเป็นพิษสูงและไม่เหมาะสมกับการอาศัยของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งอุณหภูมิพื้นผิวของดาวศุกร์นั้นร้อนเกินกว่าที่ชีวิตที่เรารู้จักบนโลกจะสามารถอยู่อาศัยได้ อีกทั้งข้อมูลจากยานที่ลงจอดบนพื้นผิวดาวศุกร์ของโซเวียตก็ให้ข้อมูลภาพถ่ายกลับมาคือผืนดินที่แห้งแล้ง ภูเขาไฟ แก๊สพิษ ลาวา และมีแต่ความร้อนระอุ หากจะเปรียบกับนรกก็ดูเหมือนจะเป็นคำเปยที่ดีที่สุดแล้ว


 ภาพถ่ายชุดเดียวจากยานชุด Venera ที่สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จในการลงจอดบนดาวศุกร์ ในช่วงยุค 1980 ที่มา – Roskosmos Archive

ด้วยสภาพพื้นผิวรวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ของดาวศุกร์ที่เป็นสภาพนั้นหากจะตีความตามความเข้าใจของเราในปัจจุบัน ก็ไม่ผิดเสียทีเดียวหากเราจะพูดว่า ดาวศุกร์นั้นปราศจากชีวิต
ในปี 1967 Carl Sagan และ Harold Morowitz ได้ตีพิมพ์บทความลงในวารสาร Nature เรื่อง Life in the Clouds of Venus? ซึ่งบทความนี้ถูกตีพิมพ์ก่อนที่โซเวียตจะสามารถส่งยานไปลงจอดบนพื้นผิวของดาวศุกร์ได้สำเร็จ (1967 ยาน Venera 4 สามารถเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้สำเร็จแต่ไม่ขาดการติดต่อกับยานเมื่อทำการลงจอดลงบนพื้นผิว) ซึ่งบทความนี้ได้อธิบายถึงความเป็นไปได้ของการจะมีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในกลุ่มเมฆชั้นสูงในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์เนื่องด้วยชั้นบรรยากาศในระดับพื้นผิวของดาวศุกร์นั้นร้อนจัดและความดันสูงถึง 60 เท่าของความดันบรรยากาศโลก แต่หากเปรียบเทียบกับชั้นบรรยากาศระดับความสูงเกือบ 50 กิโลเมตรจากพื้นผิวแล้ว ความดันบรรยากาศบริเวณนั้นใกล้เคียงกับบรรยากาศโลกอีกทั้งอุณหภูมิก็อยู่ที่ประมาณ 210-280 K จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตที่อาศัยล่องลอยอยู่ในกลุ่มเมฆได้ ซึ่งความเป็นไปได้ของแหล่งอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจมาจากฝุ่นละอองที่ล่องลอยมาจากการระเบิดของภูเขาไฟบนพื้นผิวและไอระเหยของบรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นผิวที่ระเหยขึ้นมาควบแน่นบนก้อนเมฆ และสร้างพลังงานโดยอาศัยการสังเคราะห์แสง

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่