VERSE

กระทู้สนทนา
เป็นเรื่องราวรวมๆไม่เจาะจงเจาะลึก โดยข้อมูลหลักคือนำประสบการณ์ส่วนตัวมาวิเคราะห์นะครับ
หวังว่าคงไม่ว่ากัน เชิญเม้นท์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะเห็นต่างหรือแย้งอย่างไรก็ไม่ว่ากัน ตามอัธยาศัยครับ แต่ขอแบบสุภาพๆนะครับ

เริ่มนะครับ
สมมติถ้าจะสลับช่วงเวลา อดีต-อนาคต คงมีทางเดียว คือหากเป็นไปได้ ต้องมิติที่6 ขึ้นไป หรือ ใช้เทคโนโลยี มิติที่ 4(ตายไม่รู้ตัว) มิติที่ 5 (มีความเสถียรกว่า แต่ก็คือตายไม่รู้ตัว)
การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ก็จะกลายเป็นไทม์ไลน์ใหม่ไปเลย สมมติว่าแต่ละคน คือ ไทม์ไลน์ของตนเอง
โดยสมมติให้อิงรหัสเอกภพ(ไทม์ไลน์,ปัจจุบัน) กับรหัสประชาชน เช่น TH 1 9299 00 XXX XX X พอสร้างเพิ่มโดยแก้อดีต
ครั้งที่1 (รูปแบบที่แก้ Type 1) TH 1 9299 00 XXX XX X A 1
กลับไปแก้ครั้งที่1 หลังจากที่อยู่ใน TH 1 9299 00 XXX XX X A 1
(กำลังใช้ชีวิตใน TH 1 9299 00 XXX XX X A 1 ) แก้อีกก็สมมติเป็น TH 1 9299 00 XXX XX X A 1-1
หรือ ถ้า กลับไป แก้ ก่อนแก้ เป็น A1 โดย เนื้อเรื่องไม่ตาม A1ครั้งก่อน สมมติว่า กลับไปแก้ ก่อนแก้ที่ทำให้เกิด A1 จะได้ NEW A1 แต่ก็เรียกว่า A1 แต่จริงๆ เป็น A2 (Type 2) เพราะมีความทรงจำ(Journey) ใน A1แล้ว
แต่สำหรับมิติที่ไม่เกิน มิติที่ 5 การทำก็จะเป็นแนว วนลูป และ HalfLife (ต้องเสียชีวิตโดยรู้ตัวก่อน)
ซึ่งการลูปจะวนเป็น สปริง คือดึ๋งๆๆไปข้างหน้า มันเหมือนจะวนกลับแต่เป็นการเขียนทับ และ Jouney ต่างๆจะถูกบันทึกไว้(โดยเฉพาะ ใช้หลังจากเสียชีวิต แบบที่คนไทยเรียก "บัญชีหนังหมา" และเส้นสปริงค์(เส้นหลัก)ก็มีมิติซ้อนกันโดยมี(เอาเส้นสปริงค์เส้นยาวมาขดเป็นสปริงอีกที คือเอาเส้นสปริงค์มาขดทำสปริงค์ซ้อนกัน มิติคือเนื้อปริมาตรสปริงค์)สปริงค์เส้นเล็กซ้อนต่อไปเรื่อยๆ แต่มันเป็นอนาคตที่ผ่านไปแล้ว (ประมาณดนตรีทำนองเดิม แตกต่างที่เนื้อร้อง) อารมณ์จะประมาณเล่นเกมแบบเริ่มเล่นใหม่หรือต่อจากเซฟใหม่/ดูหนังเรื่องเดิม โดยที่ความทรงจำจะมีเฉพาะจุดตัด(Event)ที่สำคัญๆ คือจำได้ว่าเคยดู/เห็นตอนนี้แล้ว และอาจเป็นอาการการแจ้งเตือนแบบ เดจาวู (+ลางสังหรณ์) ร่วมด้วย ในขณะที่เจ้าตัวอาจจะจำเรื่องราวบางตอนอื่นๆไม่ได้เลย หรืออาจจำได้ว่าจุดนี้ ต่อไปจะเป็นอย่างไร(เหมือนพบเหตุการณ์ที่เหมือนฝันล่วงหน้า และเหตุการณ์ที่เจอเหมือนในฝัน)

#HALFLIFE หากถึงคราวที่เป็น HalfLife เช่นเสียชีวิตตอน อายุ 80 ก็สามารถตัดไปตอน 40 ได้(หากมีความต้องการ/ขัดแย้งบางอย่างในใจ) ตื่นขึ้นมาโดยเรื่องก่อนหน้านั้น(อนาคตที่ผ่านไปแล้ว) จะกลายเป็นฝันไป ซึ่งสำหรับคนที่มีพลังงานบวก(บุญ/ตะกอนบุญ)มาก สามารถที่จะข้ามไปตื่นในวันที่ตายได้เลยเช่นกัน เช่น ตายโดยอุบัติเหตุในวันนี้ ก็จะตื่นขึ้นในวันนี้เวลาเดิม และเรื่องที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นฝันไปเช่นกัน(เกิดเดจาวู ณ ช่วงเวลาตายรอบก่อนได้) ซึ่งสามารถเป็นแบบนี้(REPLAYs)ไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะหมดบุญหรือปล่อยวาง(พอใจแล้ว) และสามารถผสานรูปแบบอื่นๆต่างๆได้เช่นกัน(หากอยู่ต่อโดยมีพลังงานบวก(บุญ)มากพอ อาจเล่นเนื้อเรื่องที่อาจพบการทำกายหยาบให้เป็นอมตะได้เลยทีเดียว #แต่จริงๆเป็นการปรับสภาพให้เป็นเป็นกึ่งหยาบกึ่งละเอียด) และ หากไม่กลัวตาย/ผลพวงที่จะตามมาหากตัวเองเสียชีวิต เช่น เป็นห่วงลูกหลาน ห่วงสมบัติ ซึ่งคือทุกข์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เหนี่ยวตัวเองไว้ทำให้วนลูปซ้ำๆได้เป็นอย่างดี เพราะสิ่งที่ได้สร้างไปแล้วมันจะดำเนินต่อใน เอกภพนั้นๆต่อไป แม้จะไม่มีเราอยู่ก็ตาม (ParadoxVerse : MultiVerse) *ซึ่งจุดนี้สำหรับใครหลายคนคงยากที่จะปล่อยวาง

#ซิกแซก(อิสลาม เรียกกรณีนี้ว่า "อาบาดัน หรือ อาบาแด" โดยเฉพาะสำหรับตายไม่รู้ตัว) การตายแล้วดำเนินต่อไปใน AFTERLIFE จะเป็นลักษณะต่างๆได้หลายรูปแบบ ซึ่งหลักๆก็ขึ้นกับความเชื่อ(กฏแรงดึงดูดทำให้เกิดขึ้น #มิติหนึ่งในพหุภพที่มีเป็นอนันต์) บางรูปแบบ ก็เป็นไปในลักษณะโลกคู่ขนาน แต่ก็ยังขึ้นกับความทรงจำและชีวิตที่ใช้มา(กรรม) การไปโผล่โลกคู่ขนานมีหลายแบบ เช่น มิติที่5,6 ขึ้นไป เวลาจะหยุด และสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าไปเล่นต่อในความทรงจำช่วงไหนก็ได้อย่างอิสระ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบโลกก่อน เพราะจะกลายเป็นโลกคู่ขนานอื่นๆ(พหุภพ แต่สามารถเชื่อมต่อให้เกิดเหตุการณ์กันได้) และบางรูปแบบ(หากยึดติดในอดีต) ขณะที่ดำเนินไปในโลกAFTERLIFE ขณะเดียวกันโลกก่อนเวลาจะถอยหลัง(สสารกับปฏิสสาร) เช่น โลกก่อนเสียชีวิตตอน อายุ50 แล้วอยู่ใน AFTERLIFE ต่อไป 10 ปี เวลาโลกก่อนจะย้อนไป 10 ปี หากเสียชีวิตในAFTERLIFE หลังจากที่อยู่ ณ ที่นั่น 10 ปี ก็จะเกิดใหม่ในโลกเดิม ซ้อนกับ ณ ตอนที่ตัวเองในโลกเดิมตอนอายุ 40 ปี (จุดนี้ทำให้ได้สรุปเองเอาว่า(ไม่ได้รับการยืนยัน*คห.ส่วนตัว) ทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่าง คือ 1 เดียวกัน เพียงแต่ต่างภพ ต่างชาติ ต่างวาระเวลา ต่างวาระกรรม *ต่างพฤติกรรมที่ติดเป็นนิสัยจากการปรับตัวในแวดล้อมปัจจุบันนั้นๆ : ส่วนตัวเรียกกรณีนี้ว่า "รูปแบบสรรพสิ่ง" ) และอยู่ร่วมกับตัวเองในโลกเก่า ส่วนความทรงจำ ก็แล้วแต่กรณี(มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง) บางกรณี ที่ละได้ทุกอย่าง เมื่อเข้าสู่AFTERLIFE ก็สามารถไปเล่นด่านอื่นได้ อาจจะสร้างตัวละครใหม่(เกิดใหม่) หรือไปในรูปลักษณ์เดิม(อาบาดัน) เพิ่มเติมคือความสามารถ และความสามารถจากโลกเดิมจะเหมือนบรรจุในWIAZIP แปลงเป็น .exe เพื่อเป็นพรสวรรค์อัตโนมัติ

AFTERLIFE อยู่ที่ไหน? ตัวตนอื่นๆ? ภพภูมิที่สูงกว่า? ภพภูมิที่แย่กว่า?
(คห.ส่วนตัว) ร่างกายเราคือโลกธาตุหนึ่ง(เอกภพ,มิติ) เมื่อเราตายจิตที่ใหญ่กว่าก็จะลูปเข้าไปในร่าง(ในเอกภพ,มิติ ในร่าง ที่เนื้อเรื่องเหตุการณ์ถูกสร้างโดยร่วมสรุปกับกรรมที่ได้ทำมาตอนมีชีวิต) และดำเนินไปตามกรรมที่ขยายใหญ่ขึ้น โดยซ้อนกันกับช่วงเวลาตั้งแต่ตอนเกิดรอบเก่า แต่ก็สามารถสร้างใหม่ได้หากเคลียร์ที่ติดค้างได้หมด (โดยเข้าใจกฏ เข้าใจธรรม) หรือละและปลงได้ระดับหนึ่ง นานาจิตตัง คือความหลากหลาย และเราเลือกที่จะสร้างกรรมได้เอง
และจากที่กล่าวมาข้างต้น หากเราสามารถเชื่อต่อกับตัวตนที่สูงกว่า(ร่างที่เป็นเอกภพ,โลกธาตุ,จักรวาล,มิติ ที่เราอยู่ข้างใน*ร่างกายเราคือโลกธาตุหนึ่ง(เอกภพ,มิติ) ) จะเป็นอย่างไรล่ะ??? ตรงนี้คือสิ่งที่น่าคิด และตัวแทนของตัวตนนั้น(ตัวตนที่สูงกว่า/ที่เราอยู่ในร่างนั้น)ในโลกปัจจุบัน ก็คือพ่อแม่(ตัวแทนที่ดีที่ใกล้ที่สุด) เพราะตัวเรามาจากการรวม DNA ของพ่อแม่ ดังนั้นหากต้องการขอ ต้องการสร้างสัมพันธ์ ต้องการสร้างกรรมร่วมกับตัวตนที่สูงกว่า(ตัวเองในมิติที่สูงกว่า) ต้องสัมพันธ์กับพ่อแม่ของตน(หากไม่มีแล้ว ก็จะมี นาอิบ (นอมีนี,ตัวแทน) เช่น พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ญาติพี่น้อง ซึ่งพวกเขาเป็นไมโครโฟน ที่จะเชื่อมต่อเรากับตัวตนที่สูงกว่าได้

#ตัวตนอื่นๆของเราในต่างมิติความถี่ แล้วจิตวิญญาณล่ะ??? ข้อสงสัยคือ ดวงจิตที่อยู่ข้างในนั้นคือใคร หรือจะเป็น เซลล์อสุจิ ของเราที่ปั๊มและกระจายตัวอยู่รอบๆ และที่ตัดไปไม่ได้ คือ บรรพบุรุษเดิม ไปไหน??? หาใช้รูปแบบ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ก็เป็นไปได้ว่า บรรพบุรุษอาจอยู่ในร่างใดร่างที่เหมือนเรา และเป็นโลกคู่ขนาน เพราะหากเป็นบรรพบุรุษ แน่นอนว่าย่อมมีกรรมสิทธิในตัวเรา แล้วมีกี่คน??? คนอื่นๆอาจไปในร่างลูกหลานคนอื่นๆของตนก็ได้ ในเมื่อเขามีกรรมสิทธิในตัวร่าง และบรรพบุรุษอาจแฝงอยู่ตามคนรอบๆตัวเพื่อคอยปกปักดูแลรักษาลูกหลาน เขาอาจอยู่ใกล้ อาจแฝงเป็นเพื่อนในห้องเรียน เพื่อนในที่ทำงาน แม้แต่คนข้างบ้านที่ดีต่อเราเกินความจำเป็น 
   *ซึ่งหากใช้เกณฑ์การหักเหของแสง ที่เราเห็นหลอดในแก้วที่ใส่น้ำไว้มันเอียงผิดไปจากความเป็นจริง ตัวตนต่างมิติ/เอกภพของเรา เราอาจเห็นโดยกำลังหักเหให้เราเห็น(ตัวเองจากต่างต่าง ไทม์ไลน์-ต่างมิติ *อีกตัวตนหนึ่ง) เป็นคนอื่นๆต่างๆรอบตัวก็เป็นได้ *จินตนาการ X ความน่าจะเป็น X กฏฟิสิกส์ *ถ้าเป็นตามนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเราทุกคนและหรือทุกสิ่งทุกอย่างคือหนึ่งเดียวกัน(เป็นคนก็คนคนเดียวกัน อาจจะต่างภพต่างชาติต่างเวลา) ภายใต้ดวงจิตดวงเดียวกัน/ที่มาคือที่เดียวกัน และอาจเป็นบทสรุปของ "ทฤษฏีสรรพสิ่ง" ซึ่งทั้งหมดนี้ต่อไปในอนาคต เราเราอาจจะเข้าใจได้ดีขึ้น โดยพึ่งเทคโนโลยีควอนตัม(ต้องเต็มขั้น) และเข้าใจกฏสรรพสิ่ง

    และการตาย อาจเป็นเพียงการสละร่าง(ยานพาหนะ/ที่อยู่) ไม่ต่างกับการลอกคราบแบบแมลง-งู (สุดแล้วแต่กรรม *สำหรับบางคนบางกลุ่มก็โดนหักกรรม ไปจนถึงโดนดักตีที่จุดเกิด(แท้ง))   #ความตาย  https://pantip.com/topic/39920300
อาจเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ในเนื้อเรื่องใหม่/เล่นต่อในด่านต่อไป
เพียงแต่จิตสำนึกเราจะไปผุดไปโผล่ เอกภพความถี่ไหน(อาจเป็นภพภูมิอื่น)ต่อไปก็เท่านั้น และจะทำอะไรต่อไปก็อีกเรื่องหนึ่ง
(อิสลามมีเรื่อง "อบาดัน" เกี่ยวกับจิตที่เดินหน้าต่อ ประมาณว่าตายไม่รู้ตัว และดำเนินสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป)
แต่การจะย้อนกลับไป ก็จะเจอเพียงเงาเหตุการณ์ แต่ละจิตก็มีปัจจุบันของตัวเอง
(รอบๆตัวล่ะ?? #ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง ญิน กอรีน/นาอิบ ในโซนคำสอนของ อิสลาม)
# สิ่งที่อาจจะได้พบในชีวิตหลังความตาย(Afterlife) อาจขึ้นกับความเชื่อ(ส่วนตัว) + อารมณ์สุดท้าย และกรรม เป็นตัวแปรพาไป แต่หากเป็นธรรมดา ก็คงต้องไปตามแคลนตามสายเลือด(มิติที่3 เช่นสัตว์ที่วิวัฒนาการไม่มาก แม้แต่มนุษย์ก็สามารถเลือกรูปแบบนี้ไว้ใช้ได้) หรือหากอีกรูปแบบหนึ่ง ในลักษณะ ที่มีสสารแล้วต้องมีปฏิสสาร ก็อาจเป็นไปได้ว่า โลก เวลาเดินหน้า โลกหน้า(โลกคู่ขนาน)เวลาถอยหลัง เมื่อเราไปโลกหน้าแล้วอยู่ไปสัก 20 ปีแล้วตายในโลกหน้า (ขณะที่เสียชีวิตจากโลกก่อนตอนอายุ40) เราอาจกลับไปเกิดในโลกเก่า ซ้อนกับ(โดยอยู่โลกเดียวกับร่างเก่า) คือไปเกิดใหม่โดยที่อยู่ร่วมโลกกับตัวเองในชาติก่อน ซึ่งไปเกิดใหม่ตอนที่ตัวเองในชาติก่อนอายุ 20 ปี ซึ่งก็เป็นไปได้
*อาจพบเจอกันตามความเชื่อส่วนตน ดั่งที่ว่า หมกหมุ่น/เชื่อ/ใฝ่ อะไรก็ได้อย่างนั้น ทั้งนี้อาจจะเพราะเพื่อให้เกิดความหลากหลายขึ้นในธรรมชาติโดยธรรมชาติ
ส่วนตัวเชื่อว่าทุกความคิดทุกจินตนาการมีครบหมดในเอกภพ อาจจะแปลกจนที่อาจจะมีเพียง 1 เดียว ในดาว 1เดียว ในภพนั้นๆ 1 เดียว ในระบบสุริยะ
หรือแม้แต่ 1 เดียว ในแกแล็กซี่ จนถึง 1 เดียวในเอกภพนั้นๆ หรือแม้แต่ 1 เดียวในพหุภพที่มีเป็นอนันต์

# ส่วน นรก สวรรค์ นั้น จะว่าตามความรู้สึก ณ ปัจจุบันเป็นหลักก็ได้(สวรรค์ในอก นรกในใจ)
แต่ที่ว่ากันเป็นดินแดน เป็นชาวนรก(นิรยชน) ชาวสวรรค์ สัตว์นรก อสูร ต่างๆ ก็สามารถเป็นเพียงมนุษย์ต่างดาว/ต่างมิติ(กาลเวลา/เทคโนโลยี)ได้ด้วย และมักจะอ้างกับพวกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพียงเพื่อล่อลวงให้ตนได้ผลประโยชน์ได้เช่นกัน เช่น ลักพาสาวๆไปเพื่อสนองความต้องการก็มีด้วย
แต่นรก(ของจริง เช่น เรือนจำ)ก็เป็นการปกครองท้องถิ่นที่บริหารกันแบบเรือนจำ โดยมีวัตถุประสงค์ให้คนบาปสำนึกผิด(และประวิงเวลาไม่ให้ผู้ก่อเหตุกับโจทก์ทำกันไปทำกันมา แบบการแยกคู่ที่ทะเลาะกัน) ให้ได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันในสวรรค์(รวมถึงโลกมนุษย์)ได้
การพบเจอเหตุการณ์ นั่นเกิดจากการสะท้อนกลับของพลังงานที่ตนเองได้ปล่อยออกไปเอง ในกฏธรรมชาติ(ฟิสิกส์) f< = f> (กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง) https://pantip.com/topic/39920300

"จักรวาล" ในความหมายของพุทธศาสนานั้น หมายถึง "แกแล็กซี่" และพุทธเองก็มีสอนในเรื่องโลกธาตุ
ส่วน cosmos ที่กล่าวถึง นั้นคือ เอกภพ,กาลอวกาศ (Space-Time : พื้นที่-เวลา)
โดยที่คนส่วนใหญ่มักเรียกกันมาตามๆกันและเข้าใจกัน แล้วมักเรียก "เอกภพ" ว่า "จักรวาล"
เอกภพ (Space-Time) หากนึกไม่ออกก็ขอให้นึกถึง ของวิเศษของโดเรม่อน "ห้องส่วนตัว/พื้นที่ส่วนตัว" ที่เป็นพื้นที่ว่างเป็นอนันต์ โดยมีทางเข้าเป็นเหมือนประตูทุกหนทุกแห่ง(ประตูไปที่ไหนก็ได้,อาจจะเกี่ยวกับหลุมดำ)
เอกภพก็เป็นเหมือน Drive-Folder โดยส่วนที่เป็นจักรวาล(ภาษาพุทธเรียกจักรวาลหมายถึงแกแล็กซี่),ระบบสุริยะ เป็นเหมือน CD/DVD/HardDisk เทียบ โดยสมมติ ให้ระบบสุริยะเป็นแผ่นดิสก์ แล้วมีโลกเป็นหัวอ่าน

กระทู้นี้ กล่าวคือ ต้องการสื่อถึงย่านคลื่นที่พวกเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อปกติด้วยครับ (ความเชื่อส่วนตัว)
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่