JJNY : 4in1 วรรณสิงห์ยกมือไหว้เสื้อแดงกลางเสวนา ขอโทษปมอดีต/ปิยบุตรซัดอดีตส.ส.งูเห่า/พะเยาแล้ง/แบงก์ผวาลูกค้าจ่ายไม่ไหว

'วรรณสิงห์' ยกมือไหว้ 'เสื้อแดง' กลางวงเสวนา ขอโทษปมอดีต รับไม่ได้ 'วันเฉลิม' ถูกอุ้ม
https://www.matichon.co.th/politics/news_2226992
 

 
‘วรรณสิงห์’ ยกมือไหว้ ‘เสื้อแดง’ กลางวงเสวนา ขอโทษปมอดีต รับไม่ได้ ‘วันเฉลิม’ ถูกอุ้ม
 
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘อุ้มหาย….แล้วไง?’ โดยกลุ่มคณะประชาชนเพื่อเสรีภาพ (คปอ.) ดำเนินรายการโดยนาวสาวณัฏฐา มหัทธนา
 
ในตอนหนึ่ง นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเขียน นักสารคดี กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ถูกอุ้ม ตนรู้สึกใจหาย เพราะรู้จักเป็นการส่วนตัว ก่อนหน้านี้เมื่อทราบข่าวคนหาย บางทีรู้สึกโกรธ แต่เมื่อเป็นคนที่เรารู้จัก ก็ใจหาย แม้แต่คนที่ไม่รู้จักนายวันเฉลิมก็รู้สึกมีส่วนร่วม เพราะเป็นเรื่องหลักการ เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องความอยุติธรรม ปกติตนทำงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่ที่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะเป็นหนึ่งในคนที่มีกระบอกเสียงอยู่บ้าง ก็อยากช่วยกระพือต่อ เพราะเห็นมาหลายรอบแล้วว่าเดี๋ยวเรื่องก็หายไป ยอมรับว่าไม่ได้ตื่นตัวในทุกคดีของการถูกอุ้ม แต่ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้
 
นายวรรณสิงห์กล่าวว่า สำหรับคนในแวดวงบันเทิง ตนมองว่า ควรออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่รวมถึงประเด็นสาธารณะที่สามารถช่วยให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นได้ แต่บางครั้งหากแสดงความเห็นแล้วนำมาซึ่งการปะทะด่าทอระหว่าง 2 ฝั่ง คิดว่าควรหยุดก่อน แต่ถ้าพูดเพื่อให้เรื่องไม่เงียบหายจากสังคม ทำให้เกิดการแก้ปัญหา ควรมีความรับผิดชอบในฐานะคนในพื้นที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครแสดงความเห็นได้ทุกเรื่อง อาจเรื่องตามกำลังที่มี
 
“ผมเองก็เพิ่งเป็นประเด็นเมื่อไม่นานนี้ ถ้ามีพี่น้องเสื้อแดงอยู่ตรงนี้ก็ต้องขอโทษด้วย หากกระทำการละเมิดใดๆ ไปจากการกระทำในตอนนั้น อะไรที่เราทำในตอนไหนก็ตามแต่ มันไม่ได้หายไปจากประวัติศาสตร์ เดี๋ยวมันก็ถูกยกกลับมาในบริบทปัจจุบันได้เสมอ ส่วนเรื่องของคุณวันเฉลิม ก็เช่นกัน คงไม่จบในเดือนนี้ ปีนี้ เดี๋ยวก็จะถูกยกกลับมาเรื่อยๆ ตอนนี้กระแสสังคมค่อนข้างเปลี่ยนไปเยอะ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ มีคนหันมาสนใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น” นายวรรณสิงห์กล่าว
 
นายวรรณสิงห์กล่าวว่า สำหรับแรงปะทะ เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ยอมรับว่ากระทบใจบ้าง แต่ปล่อยวางได้บ้าง ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งปล่อยวางได้ ถึงจุดหนึ่งถ้าพูดเยอะๆจนกลายเป็นสิ่งที่คนพูดกันทั่วไป อาจมีคนที่ก่อนหน้าที่เคยเงียบ ออกมาแสดงความเห็นบ้าง ซึ่งอาจมีความเห็นเหมือนตนหรือไม่เหมือนก็ได้
 

 
'ปิยบุตร'ซัดอดีต'ส.ส.งูเห่า'ไล่ฟ้องชาวบ้าน-เพื่อนร่วมพรรค
https://www.dailynews.co.th/politics/779759
 
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้าและอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้ออดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ย้ายพรรค ไล่ฟ้องประชาชนส.ส. อดีตเพื่อนร่วมพรรค ระบุว่า 
 
วันนี้ตนได้รับแจ้งข่าวจากพี่น้องประชาชนว่า นายสำลี รักสุทธี บุคคลที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เพราะพรรคอนาคตใหม่ หลังจากนั้นเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูก 7 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ก็ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย กำลังไล่ฟ้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาททางอาญาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับพี่น้องประชาชนคนธรรมดา และอดีตผู้สมัคร ส.ส. เพื่อนร่วมพรรคอนาคตใหม่ จากการวิพากษ์วิจารณ์และเปิดเผยหลักฐานกรณีผลประโยชน์ต่างๆ และการย้ายพรรคอย่างกะทันหันของ นายสำลี รักสุทธี
 
นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ล่าสุดนางนิตยา รักษาภัย คุณป้าชาว จ.มหาสารคาม อายุ 68 ปี ทำอาชีพรับจ้าง ถูกนายสำลี ฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 2,000,000 บาท โดยกล่าวหาว่านางนิตยา เขียนคอมเม้นท์หมิ่นประมาทนายสำลี รักสุทธี จากกรณีการย้ายพรรค นายสำลี ยังฟ้องนายอดิศักดิ์ สมบัติคำ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.มหาสารคาม เขต 3 ด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการเปิดเผยคลิปเสียงบทสนทนากับนายสำลี ซึ่งพูดถึงการย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบได้ไม่นาน โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 2,000,000 บาท เช่นกัน นอกจากนี้นายยุทธเดช ศรีพรหมทัต อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร เขต 6 ก็ได้รับข้อความจากเฟซบุ๊กของนายสำลี เชิงข่มขู่ว่ากำลังดำเนินการฟ้องคดีความหลายๆ คน อีกด้วย
 
ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้กระบวนการทางกฎหมายกลั่นแกล้งผู้อื่น การฟ้องคดีความลักษณะนี้มีลักษณะเป็น การฟ้องคดีปิดปากคือเป็นการดําเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมในทางการเมืองหรือในทางสาธารณะ (SLAPP - Strategic Lawsuit against Public Participation) สร้างภาระความยุ่งยาก ทั้งภาระทางด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีกับผู้วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในการแสดงออก จนเลิกแสดงความคิดเห็น ไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์หรือเปิดเผยข้อมูลอะไรกันได้เลย” นายปิยบุตร กล่าว
 
นายปิยบุตร ระบุต่อว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและต้องได้รับการคุ้มครองในระบอบประชาธิปไตย ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ไล่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชน คือ ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสำลี ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชี่อ เพราะคะแนนเสียงทุกคะแนนจากพี่น้องประชาชนที่ตั้งใจกาให้พรรคอนาคตใหม่เข้าไปทำงานในสภา และจากน้ำพักน้ำแรงความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหาร คณะทำงาน เจ้าหน้าที่ ทีมผู้ช่วยหาเสียง และอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ แบบแบ่งเขต ที่แม้ว่าจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่คะแนนทุกคะแนนก็ถูกนำไปคำนวณให้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ
 
นายปิยบุตร ระบุต่ออีกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรต้องทำตนให้สมกับเป็น “ผู้แทน” ของ “ราษฎร” ที่พี่น้องประชาชนมอบอำนาจอธิปไตยสูงสุดเลือกตั้งมาให้ทำหน้าที่ แต่เหตุใดกลับมาไล่ฟ้องคดีต่อพี่น้องประชาชนเสียเอง ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ปัจจุบันนี้มีคดีความเกิดขึ้นทุกวัน นักการเมืองหรือบุคคลทั่วไปก็นำกฏหมายหมิ่นประมาทมาใช้กันจนเฝือไปหมด ไม่ยอมให้ใครตรวจสอบ นักการเมืองที่ดีควรทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน การฟ้องกันไปมา มิหน้ำซ้ำยังมาฟ้องพี่น้องประชาชนอีก สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ตรงไหนกันแน่
 
อดีตเลขาฯ ระบุต่อว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบเรื่องการฟ้องคดีความโดยอดีต ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ที่ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย รวม 2 คดีด้วยกัน หากพี่น้องประชาชนท่านใดถูกแจ้งความลักษณะนี้ สามารถส่งอีเมลเข้ามาแจ้งได้ที่ piyabutrs@progressivemovement.in.th โดยทางผมและ คณะก้าวหน้า - Progressive Movement จะประสานกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายต่อไป.
 
https://www.facebook.com/PiyabutrOfficial/posts/2728643577419508
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่