ความตาย

กระทู้สนทนา
คงมีใครอีกหลายคน ที่เคยสงสัยว่าหลังจากเราตายไปแล้วจะเป็นอย่างไร สุดแล้วแต่ความเชื่อใครความเชื่อมัน หรืออาจจะตายแล้วจบก็ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดก็ได้(ประมาณว่าเลวเกินกว่าวัฏจักรจะรองรับเลยให้หลับไปนานๆ จนลืมหมดทุกอย่างหรือเรื่องซาแล้วค่อยเกิดมาใหม่ให้พ่อแม่ที่เคลียร์ตนเองจนพร้อมจะเลี้ยงดูลูกของตนให้เป็นคนดี(ดีอย่างแท้สำหรับวัฏจักร)ได้แล้วแล้วค่อยมาเกิด) ซึ่งธรรมชาติก็มีระบบเป็นวัฏจักร และคัดกรองกลั่นกรอง แม้แต่ กรองจิตวิญญาณและบำบัดจิต(เหมือนการบำบัดน้ำเสีย)

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ศึกษาโดย เคลียร์ตามสมมติฐาน สังเกตุ วิเคราะห์เรื่องราวมา (ทดลองตายชั่วขณะ) สังเกตุได้ว่า

*ประการแรก เมื่อเสียชีวิตโดยยังไม่หมดบุญหรือยังไม่ถึงเวลา

     เข้ากระบวนการรูปแบบอาบาดัน(ภาษาอาหรับ) คือ เหมือนตื่นขึ้นมาในมิติใหม่(ในวันเดิมที่เสียชีวิต) เหมือนหลับแล้วตื่นแบบปกติ เพียงแต่ร่างเก่าที่ได้เสียไปนั้น ก็เป็นเหมือนคราบที่แมลงลอกไว้ ส่วนจิตยังคงไปต่อไป (จนกว่าจะหมดบุญ) 
    เมื่อเราตาย จิตจะคัดลอกข้อมูลในส่วนที่เรียกว่า วิญญาณ(DATA) ส่วนร่างเก่าก็จะเหมือนคราบที่แมลงลอกคราบทิ้งไว้ เพราะตัวในมันใหญ่ขึ้น (เทคโนโลยี ควอนตัว ตัวเล็ก-ใหญ่ แต่การรับรู้ เรายังเห็น เส้นผม,มือ,ตัวเอง ขนาดเท่าเดิม ไม่ว่าจะเปลี่ยนไซส์ยังไง มีเพียงแวดล้อมที่สเกลต่างไปเท่านั้น) การที่มนุษย์ลอกคราบ(ร่างเก่า) บุคคลนั้นๆ(ตัวจิต) จะเคลื่อนไปความถี่ใหม่ ที่ขณะคนละความถี่ก่อนหน้าซึ่งปกติจะไม่สามารถ เห็น,ได้ยิน,สัมผัส ต่างความถี่ และแวดล้อมความสัมพันธ์กับต่างๆ ยังคงเดิม(วนลูปอยู่ในความทรงจำ *สิ่งที่เคยกระทำผ่านไปแล้ว(ก่อนตาย) จะจำได้คร่าวๆ "เดจาวู")  เราสามารถเข้าใจได้ทุกอย่างได้(หากต้องพึ่งเทคโนโลยี) เมื่อเข้าใจ ควอนตัม(เต็มขั้น)+ทฤษฏีสรรพสิ่ง แล้ว
         # อาบาดันได้เรื่อยๆจนกว่าจะหมดบุญ (หากบุญเป็นแบบ PASSIVE INCOME และเพิ่มมากกว่าลด สามารถทำให้ จิต นั้นคงอยู่เหมือนเป็นอมตะ และหากมีสุขกายสบายใจตลอดเวลา นั่นเท่ากับเข้าใกล้ "นิพพาน") 

*ประการที่สอง (หมดบุญ-หมดอายุขัย แล้ว)

   เมื่อเราตายลง จิตที่เหมือนว่ายังไม่ดับยังคงอยู่ในร่างที่ดับ หากเป็นชาวพุทธก็คงเผา หรือฝังแบบชาวจีนชาวคริส มุสลิม 
   หากแต่จิตยังคงอยู่ในร่างพร้อมข้อมูล พลังงานบวกและลบ(บุญ,บาป) ยังคงหมุนเวียน 
   หากฝังก็ต้องหมุนเวียนเรื่องราวเหมือนเข้าศาลตามคดีความ แต่พุทธนี่ดีหน่อยตรงที่มีเผาฌาปนกิจ
 
แต่ก็ใช่ว่าจะง่าย เพราะความร้อนที่อาจปรับได้แล้วแต่จิตแล้วแต่กรรม ส่วนเวลาเสี้ยววินาทีที่ยาวนานสุดแล้วแต่กรรม
 
กรรมนั้นจะส่งผลให้ร้อนมาก-น้อย ยาวนาน-หรือสั้น 
 
   หากสำนึกได้(คิดความเข้มข้นเป็นเปอร์เซนต์ตามความจริงใจ) ก็สามารถลดความร้อนและเวลาลงได้
หากแต่การลนไฟนั้นจะไม่ตายทันทีเหมือนตอนมีชีวิตแล้วโดนไฟคลอกหรือจมน้ำตายมันง่ายไปที่จะเป็นแบบนั้น ที่เพียงฟุบเดียว สักพัก น็อค หลับสลบไม่รับรู้อะไรอีก  แล้ววนลูปไปตื่นในครั้งที่ตื่นเมื่อล่าสุด จนกว่าจะถึงจุดตัดอายุกรรม
 
   หากแต่การลนไฟนั้นจะเหมือนไฟคลอกจนทนเจ็บไม่ไหวและไม่เจ็บจนชา แต่หากสุดก็จะวูบ ลูป ฟุบแล้วตื่นมาทนเจ็บต่อจนกว่าจะหมดกรรม หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่ได้ไปเสวยบุญ(ได้ไปใช้พลังงานบวกที่ได้สะสมไว้) และระหว่างนั้น ก็สร้างกรรมใหม่เพิ่มอีก
   แล้วมันดีหรือเปล่า(เรื่องไฟ)???  มันย่อมดีกว่า(มุมมองส่วนตัว แบบจ่ายสด งดเชื่อ) การอดทนเข้าศาลตัดสินว่าต้องบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์หรือถูกตัดสิน(ขอเปรียบเทียบกับศาล) ให้กลายเป็นเปรตสัมพเวสีผีเร่ร่อน ต้องทนทุกข์ทมานชนิดผ่อนส่งกรรม
แต่หากเป็นผู้ที่ได้รับการอภัย(ลหุโทษ(เรื่องเล็กๆน้อยๆหรือหากเจ้ากรรมนายเวรไม่ถือสาเอาความอโหสิกรรมให้) หรือที่คุณได้สำนึกเต็มขั้นก่อนตายแล้ว)ก็จะไม่ต้องไปเคลียร์ (คือผ่านไปเลย) และถ้าไม่มีการต้องเคลียร์(หากเคลียร์หมดแล้ว)ก็จะได้ไปเสวยบุญเลย หรือไม่ก็โดนคาดโทษ(เพิ่งเล็ง)แค่นิดหน่อย
 #บางคนมีแต่ลหุโทษและเจ้ากรรมนายเวรไม่เอาความ ก็อาจจะแค่รู้สึกแค่ร้อนวูบๆวาวๆนิดหน่อย(เหมือนผิงไฟ) แล้วก็อาจข้ามมิติไปเลยโดยอาจเห็นเงารางๆของงานศพตัวเอง ซึ่งไปแบบไม่รู้ตัว(ตายไม่รู้ตัว)โดยที่แวดล้อมยังปกติทุกอย่าง คือรับรู้เรื่องแต่ไม่ได้ประสพพบเจอด้วยตัวเอง(อิสลามเรียกกรณีนี้ว่า อาบาดัน)
   และหากมีบุญติดตัว สามารถใช้บุญหักล้างบาปได้เช่นกัน บาป 1 บุญ 3 
1 ส่วน ค่าปรับ(ให้แก่ส่วนกลาง)
1 ส่วน ค่าเสียหาย(ให้แก่ผู้ที่ถูกเรากระทำ ค่าทำขวัญ)
1 ส่วน สำหรับใช้แก้ไขสิ่งที่ได้กระทำผิด โดยเกิดขึ้นในมิติใหม่(โลกคู่ขนาน-พหุภพ) ซึ่งจะแก้สิ่งที่ได้ทำไป ให้เป็นไม่กระทำ (f< = f>)

   สำหรับผู้ที่ไม่เลือก(เชื่อ)ศาสนาก็จะได้แคลนสายวิทยศาสตร์ ซึ่งธรรมชาติจะปรับสมดุลพลังงานบวก-ลบที่เจ้าตัวสะสมไว้(f<=f> #กฏฟิสิกส์พื้นฐานเรื่องแรง ถอดความภาษาศาสนา ได้ว่า "กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง) เช่น ได้ตกอยู่ในสภาวะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โรคระบาด ปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ทุกรูปแบบทุกจินตนาการ ผีดิบซอมบี้ เอเลี่ยนบุก มีสิทธิได้เจอหมด(ตามแต่ความเชื่อของใครของมัน *ตามกฏแรงดึงดูด) สุดแล้วแต่กรรม ถ้าสามัญๆธรรมดาๆ ก็อาจแจคพอร์ตแค่ประสบภัยพิบัติหรือโรคระบาดด้วยตัวเอง แต่ผู้ไม่เชื่อศาสนาและไม่เคารพธรรมชาติ ก็มักปลอบใจตัวเองประมาณว่ามันเพราะ "ความบังเอิญ"
 
แล้วพวกคุณล่ะ? ชอบแบบไหน
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่