แก้วสรรชี้คดีประมูลอู่ตะเภามีช่องโหว่

กระทู้ข่าว
วันนี้อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "ฟังไม่ได้ศัพท์..แล้วอย่าจับไปกระเดียด" ในไทยโพสต์ เนื้อหามี 3 เรื่อง โดยสองเรื่องแรกเกี่ยวกับการเมือง แปะไว้ให้ในสปอยเพราะไม่ถนัดเรื่องการเมือง แต่อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการประมูลพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งติดตามอยู่ จึงนำมาแปะไว้ข้างนอกให้อ่านง่าย ๆ มีประเด็นน่าสนใจในเรื่องคดี ที่ดูมีเหตุมีผลไม่น้อย เรื่องเวลาไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะทางเจ้าหน้าที่ที่รับเอกสาร ก็ไม่ได้ทำตามเวลาที่กำหนดไว้แต่แรก และไม่ได้เขียนบอกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ทำให้ตีความได้หลายอย่าง 

ทุกวันนี้มีโจทย์ทางกฎหมายที่ต้องฟังให้ละเอียด ต้องทำความเข้าใจกันให้มากกว่าที่ได้คิดเห็นในเบื้องแรกหลายคดีด้วยกัน ซึ่งถ้าฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด ก็จะผิดพลาดไปได้ง่ายๆ ดังจะขอชี้บ่งให้เห็นเป็นตัวอย่าง ๓ คดีด้วยกัน คือ    

ตัวอย่างที่ ๑ : การบังคับการตามคำสั่งทางปกครอง

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ตัวอย่างที่ ๒ : คำสั่งยุบพรรคการเมืองที่รับเงินอันได้มาโดยมิชอบ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้



ตัวอย่างที่ ๓ : คดี CP ขนซองประมูลมาถึงล่วงเวลา

ถาม ในการเปิดรับซองประกวดข้อเสนอพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือนั้น ทางการระบุว่าให้มายื่นซอง ๐๙.๐๐–๑๕.๐๐ น. กลุ่ม CP และพันธมิตรขนหีบข้อเสนอมาถึง และลงนามแสดงตัวตนเมื่อ ๑๒.๒๐ น. โดยฝ่ายทางการก็ไม่ได้ตรวจนับหีบข้อเสนออะไร พอเวลา ๑๕.๐๙ น. เขาก็ขนหีบอีก ๒ รายการมาสมทบอีก ซึ่งต่อมากระบวนการเรียกให้นำหีบไปตรวจนับ ก็เริ่มตั้งแต่ ๑๕.๐๐ น. จนของ CP ก็ตรวจนับแล้วเสร็จรับใบรับจากเจ้าหน้าที่ไปเมื่อ ๑๘.๐๐ น.
หลังจากนั้นกว่า ๑ เดือนให้หลัง คณะกรรมการจึงมีมติสั่งไม่รับข้อเสนอของ CP โดยอธิบายว่ามีหีบข้อเสนอ ๒ รายการมาถึงหอประชุมกองทัพเรือช้าไป ๙ นาที 
กรณีอย่างนี้ผมไม่เข้าใจ ทำไมศาลปกครองสูงสุดจึงวินิจฉัยให้กองทัพเรือเปิดซองข้อเสนอของกลุ่ม CP ขืนทำอย่างนี้ได้ อีกหน่อยก็ยื่นซองเกินเวลากันได้ทั้งประเทศเลยสิครับ

ตอบ เข้าใจก่อนนะครับว่า เรื่องนี้ยังเป็นแค่คำสั่งชั่วคราวให้เปิดซองไปก่อนเท่านั้น ในที่สุดแล้วศาลจะวินิจฉัยให้รับซอง CP หรือไม่ เราต้องรอดูต่อไป

ถาม ถ้าเปิดมาแล้ว ประโยชน์ที่ CP ให้ต่ำกว่ารายอื่น เขาก็คงถอนฟ้องไปใช่ไหม

ตอบ ก็ต้องเป็นอย่างนั้นครับ แต่ถ้าสูงกว่าก็ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลว่า ในที่สุดศาลจะพิพากษาให้คณะกรรมการรับพิจารณาราคาของ CP หรือไม่ วันนี้ศาลยังไม่วินิจฉัยในประเด็นนี้

ถาม คดีต่างๆ ก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดก็ตัดสินเป็นบรรทัดฐานไปแล้วว่า เวลารับซองถือเป็นสาระสำคัญ ที่ใครจะล่วงเวลาไม่ได้ ไม่ใช่หรือครับ แล้วมาสั่งชั่วคราวในคดีนี้ให้เปิดดูก่อนได้ทำไม ทำเป็นเปิดถ้วยไฮโลขอดูแต้มลูกเต๋าไปได้

ตอบ ถ้าศาลไม่สั่งชั่วคราวจนคณะกรรมการคืนหีบให้ CP ไปแล้ว แล้วต่อมาเกิดเห็นว่ารับราคา CP ได้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้สิครับ เพราะคืนซองไปแล้ว จะให้ยื่นใหม่ก็ไม่ได้   ผมว่าเรารอดูคำวินิจฉัยในที่สุดจะดีกว่าครับ ตรงนั้นจึงจะวิพากษ์กันได้

ถาม มันมีมูลคดีอะไร ให้เห็นว่า CP อาจจะชนะคดีก็ได้หรือครับ

ตอบ คดีตัวอย่างต่างๆ ก่อนหน้านั้น มันเป็นการประมูลทางอินเทอร์เน็ต ใส่ราคาชนกันสดๆ เลย เราจึงรับซองราคาล่วงเวลาไม่ได้เป็นอันขาด ส่วนคดีนี้ต้องใช้เวลาเปิดซองคุณสมบัติและตรวจสอบข้อเสนอทางเทคนิคจนเรียบร้อยก่อน จึงจะเปิดซองราคา ดังนั้น เวลารับซองในคดีนี้จึงไม่ใช่สาระสำคัญเหมือนคดีอื่น    
ยิ่งไปกว่านั้น CP เขาสู้ไว้น่าคิดเหมือนกันว่า เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐ น.นั้น แท้ที่จริงที่ปฏิบัติกันไปนั้น ก็เป็นแค่เวลานัดพร้อมแสดงตัวลงนามเท่านั้น มาตรวจนับหีบทีหลังทั้งสิ้น เลย ๑๕.๐๐ น.ไปแล้วก็ยังตรวจนับ เปิดหีบเติมเอกสารต่างๆ กันอยู่เลย แล้วจะมาซีเรียสกับหีบสองรายการที่ CP เขาขนมาช้า ๙ นาทีทำไม

ถาม เหตุผลอย่างนี้ในทางกฎหมายฟังได้หรือ

ตอบ ถ้าเป็นภาษากฎหมาย ผมว่าเขาพยายามอ้างว่า  การขนหีบมาให้ครบและตรงเวลานัดหมายในคดีนี้นั้น พบว่าเป็นแค่ขั้นตอนที่ไม่ถือเป็นสาระสำคัญในการปฏิบัติจริง เพราะการส่งมอบจริง เกิดขึ้นหลังเวลานัดหมายทั้งสิ้น และก็ไม่ได้ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันแต่อย่างใดเลย ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการจึงจับฟาวล์ไม่ได้

ถาม แล้วทำไมคณะกรมการมาออกคำสั่งไม่รับซองเขาในภายหลัง

ตอบ ในชั้นนี้..เห็นชัดว่าวิธีปฏิบัติของคณะกรรมการเป็นปัญหาอยู่มากจริงๆ รอดูคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดต่อไปดีกว่าครับ  

โดยสรุปแล้ว คดี CP ขนซองประมูลล่วงเวลานี้  ต้องฟังกันให้ได้ศัพท์ ต้องค้นข้อมูลและแง่มุมกันให้ละเอียดกว่าการประกวดราคาโดยทั่วไปไม่น้อยเลย.

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่