.......ประสบการณ์ถูกจับคดีลิขสิทธิ์การ์ตูน.......

กระทู้ข่าว
.......ประสบการณ์ถูกจับคดีลิขสิทธิ์การ์ตูน.......ขึ้นศาล ยกฟ้อง จร๊าา......เพี้ยนปักหมุด

***……เป็นเหตุการณ์จริงของผู้เขียน....เขียนเพื่อเป็นความรู้ให้แก่ผู้ที่เข้ามาอ่านทุกคน....ผู้เขียนไม่มีเจตนากล่าวพาดพิงถึงผู้ใดในทางที่ไม่ดี....
และไม่สนับสนุนการทำผิดกฎหมายใดๆทั้งสิ้น..... ไม่ให้นำข้อความนี้ไปใช้ในทางเสียหาย....***



….6/5/62…   “..…ตอนที่ 1  ถูกจับ.....”  เพี้ยนเบลอ

เวลา 16.00 น. ....เราอยู่ร้านค้าขายสินค้าทั่วไป สิ้นค้าส่วนมากเป็นกิ๊ฟช็อป.....

มีรถตำรวจ มาจอดหน้าร้าน พร้อมกับตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน มีตำรวจ 5 คน ตัวแทนลิขสิทธิ์ผู้ชาย 2 คน พอมาถึงร้าน ตัวแทนลิขสิทธิ์ บอกว่าที่ร้านมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์...แล้วก็เดินเข้าไปในร้านหยิบสินค้าลายการ์ตูน ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในร้าน มารวบรวมไว้ที่หน้าร้าน ....ตอนนั้นความรู้สึกคือ งงมาก555...อยู่ร้านคนเดียว...และที่สำคัญคือไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เลย

ตำรวจเชิญไปคุยที่โรงพัก....เราถามตำรวจว่า “ทำไมต้องไปคุยที่โรงพัก  คุยกันที่ร้านให้จบเลยไม่ได้หรอ”   เพราะตอนนั้นคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ น่าจะเคลียจบที่ร้านเพราะสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ก็ไม่เยอะ......ตำรวจบอกว่าควรไปคุยที่โรงพัก….

ทันใดนั้นแม่ก็ขับรถมาจอดหน้าร้านพอดี     มีคุณยายที่รู้จักกันข้างร้านค้าโทรไปบอกแม่ทันที ที่เห็นตำรวจเข้าร้านและวิ่งมาบอกว่าถ้าเค้าให้เซ็นอะไรห้ามเซ็นเด็ดขาด    เราก็ได้แต่ตอบว่า ค่ะๆ   (ต้องขอบคุณ คุณยายที่เป็นห่วงและหวังดี คุณยายน่ารักที่สุด 555) 

เราจึงให้แม่ไปโรงพักกับตำรวจ และตัวแทนลิขสิทธิ์   ส่วนตัวเราปิดร้านและโทรให้พ่อมารับ  ขณะที่รอพ่อมารับ เราได้เข้าหาข้อมูลใน Internet  ถาม อาจารย์ Goo... ผู้รอบรู้ทุกอย่าง   โดยพิมพ์คำว่า  “ถูกจับลิขสิทธิ์การ์ตูน”   ได้ข้อมูลประมาณว่า ไม่ต้องยอมจ่ายเงิน ให้ขึ้นศาล แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการขึ้นศาลหรือ การประกันตัว.....



…6/5/62…“..…ตอนที่ 2 รอบันทึกการจับกุม ” เพี้ยนหืม

เวลา  17.00 น..........เราและพ่อ ถึงโรงพัก เดินเข้าไปหาแม่ในห้องสอบสวน  มีตัวแทนลิขสิทธิ์ทั้งหมด 3 คน
          - ผู้ชาย เป็นทนายความ 1 คน จะถือปึกกระดาษหนาๆ ซึ่งเป็นภาพการ์ตูนลิขสิทธิ์ ต่างๆ
          - ผู้ชาย แต่งตัวภูมิฐาน 1 คน ขับรถยี้ห้อแพงมากๆ (จากการสังเกต)
          - ผู้หญิง 1 คน เป็นคนพิมพ์รายการแจ้งความ + เป็นผู้ล่อซื้อสินค้า ตอนเช้าที่แม่ อยู่ร้าน ...เข้าไปในร้านเดินรอบร้านหลายรอบ และซื้อของ พร้อมแอบถ่ายรูป แม่ตอนขาย (เราไปเห็นภาพตอนตำรวจทำสำนวนคดี บันทึกการจับกุม)

              ขณะที่ตำรวจเขียนบันทึกการจับกุม  เราก็ได้ถามตัวแทนลิขสิทธิ์ หลายคำถาม จะมีแค่ตัวแทนลิขสิทธิ์ ที่เป็นทนายคนเดียวเท่านั้นที่ตอบ ระหว่างที่เราถามคำถาม เราจะสบตาตลอดเวลาไม่หลบตา …. เราถามคำถามว่า

        1. “จะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวการ์ตูนที่ถูกลิขสิทธิ์ ต้องดูตรงไหน ของสินค้า มีแบบการ์ตูนให้ดูไหม”
              -  ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย ตอบว่า ให้ดูสัญลักษณ์ แต่ไม่บอกรายละเอียดว่าสัญลักษณ์แบบไหนที่ถูกต้อง

         2.“มีตัวการ์ตูนไหนบ้าง ที่มีลิขสิทธิ์ ของบริษัท”
              - ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย ไม่ตอบคำถาม

 ………..ระหว่างรอ เราจะขอถ่ายรูปสินค้า ที่ถูกยึดมาจากร้าน แต่ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนายความไม่ยอมให้ถ่ายรูป ตรงนี้เรา งง มาก
เราถามว่า    “ทำไมไม่ให้ถ่ายรูป ? "
ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนายตอบว่า   "  เวลานี้คุณไม่มีสิทธิ์ถ่ายภาพแล้ว  ”   ……อือ......
สักพัก ตำรวจที่ทำคดี ก็เดินออกมาเช็คสินค้าที่ถูกยึดตามบันทึกการจับกุม รายการสินค้า 
โดยฉีก ถุงที่ ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนายห่อแพ็คแบบปิดตาย หรือ เปิดไม่ได้ ออก  ( เรามีความสะใจนิดๆ 555 )

…………เรารู้สึกว่า ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย จะไม่ชอบเราเท่าไหร่
 เพราะเราโทรหาแม่ก่อนมาถึงโรงพัก ว่า  " อย่าเซ็นอะไรทั้งนั้น เราจะไม่จ่ายเงิน เราจะ ขึ้นศาล "
(จากการอ่านข้อมูลใน Internet  มั่นใจในความคิดตัวเองมาก 555)   ซึ่งตอนแม่รับสาย แม่นั่งอยู่หน้าตำรวจ และตัวแทนลิขสิทธิ์ พร้อมเปิดลำโพง
 (คุณแม่เริดมาก...อยากหัวเราะพร้อมน้ำตา555)   พอเรามาถึงห้องสอบสวน   ตัวแทนลิขสิทธิ์ บอกว่า “จะดำเนินตามกฎหมายแน่นอน”
 เราก็ตอบไปว่า   “มีกฎหมายก็ต้องดำเนินตามกฎหมายก็ถูกต้องแล้วค่ะ”    แล้วเราก็จ้องตากัน 555  (  อันนี้คือเรื่องจริง ไม่ได้แต่งเติม )
 
...............จากการจ้องตากัน... เราถูกฟ้อง 2 คดี เหตุผลเพราะตัวการ์ตูนมีลิขสิทธิ์ คนละบริษัท… เราก็ไม่ได้แย้ง เพราะเราไม่รู้กฎหมาย...
แต่จริงๆ แล้วไม่ต้องแยก 2 คดี เพราะ จับสินค้าร้านเดียวกัน เวลาเดียวกัน บริษัทเดียวกันจับ...
( ในความคิดเราที่แยกเป็น 2 คดี อาจจะเพราะความหมั่นไส้เรารึเปล่า...ไม่รู้555...แต่อาจจะอยากเพิ่มเงินประกันตัวให้สูงขึ้น เพื่อจะให้เรายอมไกล่เกลี่ย...ไม่ให้เรื่องถึงศาล)

***ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย.. เค้าบอกว่า ตัวเองเป็นทนายให้หลายบริษัทของตัวการ์ตูน ตามเอกสารที่เค้าถือปึกใหญ่...(แต่ไม่ยอมให้เราดู....)
 
……รายการสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์.... จะไม่เขียนชื่อการ์ตูนกลัวโดนฟ้องเด้อ  (หลายคนอาจจะอยากรู้ว่ามีสินค้า อะไรบ้าง).......

....คดี ที่ 1 สินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์.....
1.       กระเป๋าสะพาย การ์ตูน B..10                                   1 ชิ่น  * 100 บาท        =  100  บาท
2.       สติ๊กเกอร์ การ์ตูน B..10                                           2 ชิ่น * 15  บาท          =  30  บาท
3.       สมุดระบายสี การ์ตูน B..10                                     1 ชิ่น * 20 บาท            =   20  บาท
4.       กระเป๋าใส่นามบัตร การ์ตูน B..10                            2 ชิ่น * 25 บาท           =   50  บาท
5.       กระจก การ์ตูนหมี พวกเราชาวหมี  WBB                 5 ชิ้น * 5 บาท              =   25  บาท
6.       สติ๊กเกอร์การ์ตูน Hero กางเกงในแดง                     2 ชิ้น * 10 บาท           =   20  บาท
7.       แผ่นติดหลัง Tel  การ์ตูนHero กางเกงในแดง         3 ชิ้น * 35 บาท            =  105  บาท
8.       แผ่นติดหลัง Tel  การ์ตูน Hero ค้างคาวดำ              2 ชิ้น * 35 บาท           =  70  บาท
                                                                                                                   รวมเงิน   420 บาท
 
....คดี ที่ 2   สินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์......
1.       กระเป๋าสะสตางค์ การ์ตูน หมีเหลือง Ri                  1 ชิ่น  * 100 บาท          =  100  บาท
2.       กระเป๋าหูรูด การ์ตูน หมีเหลือง Ri                           1 ชิ่น  * 100 บาท          =  100  บาท
3.       กระเป๋าใส่เหรียญ  การ์ตูน หมีเหลือง Ri                  1 ชิ่น  * 20  บาท           =  20  บาท
4.       แผ่นติดหลัง Tel  การ์ตูน หมีเหลือง Ri                   2 ชิ่น  * 35  บาท            =  70  บาท
                                                                                                                     รวมเงิน   290 บาท



…6/5/62…“..…ตอนที่ 3 เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา....และ ไกล่เกลี่ย...” เพี้ยนกริบ

***เจ้าของร้านค้า คือ แม่ เพราะ ตอนจดทะเบียนร้านค้า เพื่อเสียภาษี เป็นชื่อของแม่****

......เวลา 18.00 น. .....

เมื่อตำรวจเขียนสำนวนคดีการจับกุมเสร็จ ก็ส่งมาให้เราเพื่อเซ็น   เราอ่านทวนหลายรอบ เพื่อให้แน่ใจว่า เราเป็นแค่ผู้เสนอขายสินค้า ไม่ใช้ผู้ผลิตสินค้า และ ดูรายการสินค้าว่าตรงตามที่ถูกจับไหม 
 
ก่อนอ่านเอกสาร ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย  ได้พูดเชิงขมขู่ว่าเราอาจจะละเมิดเครื่องหมายการค้า ( แบรนด์ หรือ โลโก้)
ของการ์ตูน B…10    โดยให้ดูเครื่องหมายการค้าในเอกสารของเค้า กับกระเป๋า B…10  ที่เอามาจากร้าน ซึ่งเราดูยังไงมันก็ไม่เหมือน
ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย  พยายามทำให้เรากลัว เพราะ  คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า จะมีโทษที่รุนแรง มากกว่า คดีละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูน
 
**  ......คดีละเมิดเครื่องหมายการค้า……ก็จะมีโทษ ประมาณนี้....
 1. ถ้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น มีโทษ จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 2. ถ้าเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น มีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
หลังจากเราอ่านทบทวนสำนวนคดีหลายรอบ  เราก็ให้แม่เซ็นรับสารภาพในสำนวนคดี เขียนว่า 
“  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตรวจยึดของกลาง แล้วการจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหา ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น เพื่อการค้าา
โดยการขาย เสนอขาย มีไว้เพื่อขาย ซึ่งงานศิลปกรรม ประเภท งานจิตกรรม ศิลปกรรมประยุกต์ ซึ่งได้รับการคุ้มครอง
ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (1). 70 วรรคสอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์...

ในชั้นการจับกุม ผู้ถูกจับกุมได้ทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขอให้การ.......รับสารภาพ........ ( ลงชื่อ – สกุล)”
 
***ให้แม่เซ็น.....รับสารภาพ...... เนื่องจากว่า เรามีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จริง เราจึงให้แม่เซ็น เพราะเราผิดจริง *** 

(     แต่เราไม่รู้ว่า  ถ้าไม่เซ็นรับสารภาพได้ไหม   /    ถ้าไม่เซ็นจะต่อสู้แบบไหนต่อไป     )
..........ถ้าใครมีความรู้  สามารถมาเขียนอธิบาย  เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อไปได้ค่ะ..........
 
เมื่อ แม่ของเราเซ็นรับสารภาพแล้ว  ตำรวจบอกให้เราไกล่เกลี่ย ลองคุย ลองต่อรองราคาดูก่อน 
 
เราถาม   ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย   ว่า  " ถ้าเราจะจ่ายโดยที่ไม่ต้องขึ้นศาล จะต้องจ่ายเท่าไหร่  "
ทนายตัวแทนลิขสิทธิ์ บอกให้ไปคุยกับ ทีมงานอีกคน คือ ผู้ชายผิวขาวแต่งตัวดี ดูสุภาพ จะเป็นคนมาพูดต่อรองการจ่ายเงิน เพื่อไม่ให้คดีถึงศาล  
 
เราก็ถามในห้องสอบสวน ต่อหน้าตำรวจและทุกคน ว่า   “ จะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ คะ “ 
แต่ ตัวแทนลิขสิทธิ์คนที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย  ไม่ตอบ  แต่ทำท่าทางให้เราออกไปคุยนอกห้องสอบสวน ให้ไปคุยกันสองคน
 
เราบอกว่า  “จะไปคุยข้างนอกห้องสอบสวนทำไม  คุยในห้องนี่แหละคะ  คือ ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ คะ ”
เค้าตอบกลับมาว่า  60,000 บาท  คดีละ   30,000  บาท  ( เราถูกแจ้ง 2 คดี )
 ในความคิดของเรา คือ  แพงแท้   แพงว่า   แพงเกิน   ... เราขายของที่ร้านทั้งเดือนยังไม่ถึง 30,000 บาทเลย   เพราะ  ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ เปิดแค่ตอนเย็น กับ เสาร์ อาทิตย์ ไม่ได้เปิดทั้งวัน 
 
เราเลยบอกว่า  “งั้น...ส่งฟ้องศาลเลยค่ะ”   ทางตัวแทนลิขสิทธิ์มีท่าทาง อึกอักๆ จะพูดก็ไม่พูด เพราะเราไม่ต่อรองเรื่องเงิน  เราจะขึ้นศาลอย่างเดียว          (    ใจแน่วแน่   ปักธง   ไปให้ถึงศาล  555  )
 
ตำรวจเลยบอกให้เรา ไกล่เกลี่ยก่อน เรื่องจะได้จบ ลองเสนอราคาที่เราพอจ่ายไหวก่อน
เราเสนอราคา “ 5,000 บาท ”   ตัวแทนลิขสิทธิ์ทำหน้าแบบ เห้ย....แล้ว ตอบว่า   “ไม่ได้”
 เราเลยบอกว่า “เราไม่มีเงินจ่าย เรามีแค่ 5,000 บาท ถ้าไม่เอา ก็ส่งฟ้องศาลเลยค่ะ”

........มันไม่เอาเงิน 5,000 บาท มันส่งคดีขึ้นศาล ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องทำเอกสาร ......

*** " เราเป็นคนแรกใน อำเภอ  ที่  ไม่ไกล่เกลี่ย ให้จบ แต่ให้ฟ้องเพื่อไปต่อสู้ในชั้นศาล "  รู้สึกภูมิใจไปอีก... เพี้ยนลอย
     
         (   ตำรวจบอกเราว่า ถ้าไปสู้คดีผลเป็นยังไงมาบอกด้วย  เค้าจะเอามาเป็นคดีตัวอย่าง 555555  )

........ตัวแทนลิขสิทธิ์ที่เป็นทนาย  ที่มาจับเรา ก็คือ คนที่มีข่าว ว่าไปล่อซื้อกระทง น้องอายุ 15 ปี ตอนนี้........


แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่