こんにちは。
สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องราวการผจญภัยที่ตื่นเต้นและสนุก(มั้ง) เพราะทริปที่เราได้ไปกันนั้น
มันสุดแสนที่จะเหนือความคาดหมายในหลายๆอย่าง ในทริปนี้เรามีผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกันทั้งหมด 4คน
รวม 6วัน 5คืน แต่เอาจริงๆได้นอนกันแค่4คืน ที่เหลือนอนไม่หลับ มีทั้งคนที่นอนไม่หลับเพราะเสียงกรน
นอนไม่หลับเพราะไม่ใช่เวลานอน และทั้งตื่นเต้นบ้าง
ในพาร์ทแรกนี้เราจะมาพูดถึงแผนการทั้งหมด การเตรียมตัวในวันก่อนเดินทางกัน
\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\
D-Day - 1
ในแผนการเราจะเดินทางออกจากไทยวันจันทร์ เพราะฉะนั้นวันอาทิตย์ถึงได้เริ่มเตรียมตัว ซึ่งวันอาทิตย์
เป็นวันที่ผมหยุดงานพอดี กระเป๋าก็จัดๆยัดๆเอาในวันเดียว เพราะที่ทำงานกับที่บ้านห่างคนละอำเภอจึงพักที่หอพัก ไม่มีเวลามาจัดกระเป๋าก่อน แต่ในทริปนี้เราจะเน้นการเดินทางแบบ backpack กระเป๋าสะพายใบเดียวหิ้วเที่ยวทั่วโลก (ใช่เหรอวะ) เราไม่ได้มีการซื้อน้ำหนักโหลดเพิ่มตอนขาไป มีแต่เพื่อนที่ซื้อ
ขากลับ อ้อ! ลืมเล่าไปเลย พวกเราเดินทางกันด้วยสายการบิน ไทยแอร์เอเชียX ในช่วงราคาที่ก็โปรมั้ง แต่มันก็ถูกกว่าราคาปกติอยู่หรอก ส่วนขากลับเดินทางด้วยสายการบินของนกสกู๊ต เพราะตอนจองใช้แอพ sky scanner มันเลยเลือกแบบนี้มาให้ถูกสุดแล้วในตอนนั้น
ในรูปจะเป็นแผนเที่ยวของเราทั้งหมด ซึ่งราคาที่เห็นรวมๆออกมาเป็นราคาเงินเยนนะครับ ไม่ใช่บาทไทย
ซึ่งโดยรวมแล้ว สิ่งที่แพงสุดในทริปนี้คือค่ารถไฟ!!! ก็แหงสิ เล่นนั่งรถไฟกันข้ามจังหวัดตั้งหลายจังหวัด บ้าไปแล้ว จารการคิดประเมินคร่าวๆ ค่ารถไฟเป็นครึ่งนึงของบัดเก็จรวมทั้งหมด เราตั้งไว้ประมาณ
30000 บาท รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินด้วยครับ (ตอนหลังของแผนเริ่มขี้เกียจแล้ว อย่าไปสนใจอะไรที่พิมพ์ไปเลยครับ 5555
สิ่งที่เราจะไปเที่ยวกันในทริปนี้ หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร ไอเท็มตำนานญี่ปุ่น คืออะไร เดี๋ยวจะขอเกริ่นไว้ก่อน ในตำนานก่อกำเนิดญี่ปุ่น เทพอามาเทระซึ ได้ให้สิ่งของทั้ง3อย่างแก่คนที่จะลงมาเป็นผู้ปกครองญี่ปุ่นหรือก็คือกษัตริย์นั่นเอง ซึ่งประกอบด้วย
กระจกยาตะ (ประดิษฐาน ที่ ศาลเจ้าอิเสะ (อิเสะจิงงู) จ.มิเอะ)
ลูกปัดยาซาคานิ (ประดิษฐาน ที่ พระบรมมหาราชวังกลางกรุงโตเกียว)
ดาบดาบคุซานางิ (องค์จำลองประดิษฐาน ที่ ศาลเจ้าอัตสึตะ เมืองนาโกย่า)
ตอนที่คิดคอนเซ็ปต์ไปเที่ยว รู้สึกอยากไปในแบบที่แตกต่างแหวกแนว ไม่เหมือนคนอื่นๆทีไปกินและช็อป ทริปนี้มีแต่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ล้วนๆ ซึ่งในแต่ละที่ก็อยู่กันคนละจุด การจะเดินทางไปก็ค่อนข้างใช้เวลา โดยผมเริ่มต้นจากโอซาก้าแล้วค่อยๆไล่มาจนถึงโตเกียวและกลับที่สนามบินนาริตะ
ในช่วงที่ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็เป็นหลังจากดอกซากุระบานแล้วซึ่งมันพ้นช่วง Hi-season กันไปแล้ว อะไรๆก็เลยถูกหน่อย อากาศเย็นสบายไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวอะไรกันหรอก แต่มีฝนตกที่ทำให้ค่อนข้างเย็นและหนาว ร่มที่ซื้อมาก็ทยอยหายกันไป พยายามซึมซับชาวญี่ปุ่นเต็มที่ชอบทำร่มหายไรงี้
ใครที่ไปช่วงฤดูนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องพายุ ยังไม่มีพายุในช่วงนี้ครับและก็ไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป เหมาะแก่ผู้ที่ไม่ชอบอากาศหนาว(อย่างเพื่อนผม) และคนที่ไม่ชอบอากาศร้อน(อย่างเพื่อนอีกคน) สรุปอากาศดีกว่าไทยไม่ต้องขนเสื้อกันหนาวไปกันนะครับเปลืองพื้นที่เก็บของเปล่าๆ
ในตอนหน้าจะเริ่มเล่าถึงการเดินทางจากไทยไปถึงญ่ปุ่นคืนแรกและวันแรกกัน ว่ามันจะมีอะไรเหนือเกินความคาดหมายอีก แล้วติดตามชมกันในพาร์ทหน้านะครับ
ทริปสามไอเท็มตำนานญี่ปุ่น P.1
สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องราวการผจญภัยที่ตื่นเต้นและสนุก(มั้ง) เพราะทริปที่เราได้ไปกันนั้น
มันสุดแสนที่จะเหนือความคาดหมายในหลายๆอย่าง ในทริปนี้เรามีผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกันทั้งหมด 4คน
รวม 6วัน 5คืน แต่เอาจริงๆได้นอนกันแค่4คืน ที่เหลือนอนไม่หลับ มีทั้งคนที่นอนไม่หลับเพราะเสียงกรน
นอนไม่หลับเพราะไม่ใช่เวลานอน และทั้งตื่นเต้นบ้าง
ในพาร์ทแรกนี้เราจะมาพูดถึงแผนการทั้งหมด การเตรียมตัวในวันก่อนเดินทางกัน
\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\
D-Day - 1
ในแผนการเราจะเดินทางออกจากไทยวันจันทร์ เพราะฉะนั้นวันอาทิตย์ถึงได้เริ่มเตรียมตัว ซึ่งวันอาทิตย์
เป็นวันที่ผมหยุดงานพอดี กระเป๋าก็จัดๆยัดๆเอาในวันเดียว เพราะที่ทำงานกับที่บ้านห่างคนละอำเภอจึงพักที่หอพัก ไม่มีเวลามาจัดกระเป๋าก่อน แต่ในทริปนี้เราจะเน้นการเดินทางแบบ backpack กระเป๋าสะพายใบเดียวหิ้วเที่ยวทั่วโลก (ใช่เหรอวะ) เราไม่ได้มีการซื้อน้ำหนักโหลดเพิ่มตอนขาไป มีแต่เพื่อนที่ซื้อ
ขากลับ อ้อ! ลืมเล่าไปเลย พวกเราเดินทางกันด้วยสายการบิน ไทยแอร์เอเชียX ในช่วงราคาที่ก็โปรมั้ง แต่มันก็ถูกกว่าราคาปกติอยู่หรอก ส่วนขากลับเดินทางด้วยสายการบินของนกสกู๊ต เพราะตอนจองใช้แอพ sky scanner มันเลยเลือกแบบนี้มาให้ถูกสุดแล้วในตอนนั้น
ในรูปจะเป็นแผนเที่ยวของเราทั้งหมด ซึ่งราคาที่เห็นรวมๆออกมาเป็นราคาเงินเยนนะครับ ไม่ใช่บาทไทย
ซึ่งโดยรวมแล้ว สิ่งที่แพงสุดในทริปนี้คือค่ารถไฟ!!! ก็แหงสิ เล่นนั่งรถไฟกันข้ามจังหวัดตั้งหลายจังหวัด บ้าไปแล้ว จารการคิดประเมินคร่าวๆ ค่ารถไฟเป็นครึ่งนึงของบัดเก็จรวมทั้งหมด เราตั้งไว้ประมาณ
30000 บาท รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินด้วยครับ (ตอนหลังของแผนเริ่มขี้เกียจแล้ว อย่าไปสนใจอะไรที่พิมพ์ไปเลยครับ 5555
สิ่งที่เราจะไปเที่ยวกันในทริปนี้ หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร ไอเท็มตำนานญี่ปุ่น คืออะไร เดี๋ยวจะขอเกริ่นไว้ก่อน ในตำนานก่อกำเนิดญี่ปุ่น เทพอามาเทระซึ ได้ให้สิ่งของทั้ง3อย่างแก่คนที่จะลงมาเป็นผู้ปกครองญี่ปุ่นหรือก็คือกษัตริย์นั่นเอง ซึ่งประกอบด้วย
กระจกยาตะ (ประดิษฐาน ที่ ศาลเจ้าอิเสะ (อิเสะจิงงู) จ.มิเอะ)
ลูกปัดยาซาคานิ (ประดิษฐาน ที่ พระบรมมหาราชวังกลางกรุงโตเกียว)
ดาบดาบคุซานางิ (องค์จำลองประดิษฐาน ที่ ศาลเจ้าอัตสึตะ เมืองนาโกย่า)
ตอนที่คิดคอนเซ็ปต์ไปเที่ยว รู้สึกอยากไปในแบบที่แตกต่างแหวกแนว ไม่เหมือนคนอื่นๆทีไปกินและช็อป ทริปนี้มีแต่วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ล้วนๆ ซึ่งในแต่ละที่ก็อยู่กันคนละจุด การจะเดินทางไปก็ค่อนข้างใช้เวลา โดยผมเริ่มต้นจากโอซาก้าแล้วค่อยๆไล่มาจนถึงโตเกียวและกลับที่สนามบินนาริตะ
ในช่วงที่ไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็เป็นหลังจากดอกซากุระบานแล้วซึ่งมันพ้นช่วง Hi-season กันไปแล้ว อะไรๆก็เลยถูกหน่อย อากาศเย็นสบายไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวอะไรกันหรอก แต่มีฝนตกที่ทำให้ค่อนข้างเย็นและหนาว ร่มที่ซื้อมาก็ทยอยหายกันไป พยายามซึมซับชาวญี่ปุ่นเต็มที่ชอบทำร่มหายไรงี้
ใครที่ไปช่วงฤดูนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องพายุ ยังไม่มีพายุในช่วงนี้ครับและก็ไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป เหมาะแก่ผู้ที่ไม่ชอบอากาศหนาว(อย่างเพื่อนผม) และคนที่ไม่ชอบอากาศร้อน(อย่างเพื่อนอีกคน) สรุปอากาศดีกว่าไทยไม่ต้องขนเสื้อกันหนาวไปกันนะครับเปลืองพื้นที่เก็บของเปล่าๆ
ในตอนหน้าจะเริ่มเล่าถึงการเดินทางจากไทยไปถึงญ่ปุ่นคืนแรกและวันแรกกัน ว่ามันจะมีอะไรเหนือเกินความคาดหมายอีก แล้วติดตามชมกันในพาร์ทหน้านะครับ