พ่อแม่ไม่เคยเห็นค่าในสิ่งที่เราทำ หรือจริงๆแล้วเราเป็นคนอกตัญญู

ในครอบครัวเรามีสามคน คุณพ่อ คุณแม่ และเรา อายุ28ปี ครอบครัวเลี้ยงลูกแบบค่อนข้างโบราณ คุณพ่อมีลูกตอนอายุมาก ปัจจุบันคุณพ่ออายุ70ปีแล้ว

ตั้งแต่เด็ก เราเป็นคนที่อยู่ในกรอบที่ที่บ้านต้องการมาตลอด คือเรียนหนังสือให้เก่ง สอบเข้ารรดีๆได้ สอบติดคณะดีๆ จบมาทำงานดีๆ

และเราก็ทำได้แบบนั้นมาตลอด เรายอมเรียนในสิ่งที่ไม่สนใจแต่ครอบครัวต้องการ เนื่องจากตอนนั้น เรามีความคิดว่าจะสามารถทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเรา

จนเรียนจบทำงานเดือนแรก คุณพ่อเอารถคันเดิมของบ้านซึ่งอายุเกือบ10ปีแล้วให้ใช้ขับไปทำงาน เราจึงซื้อรถคันใหม่ให้คุณพ่อแทน

หักยอดดาวน์แล้วเหลือประมาณ 1 ล้านบาทที่เราต้องผ่อนใน5ปี เพราะอยากให้คุณพ่อได้มีรถดีๆไว้ขับ ส่วนเราใช้คันเดิมต่อไป

โดยเราจะให้คุณพ่อเป็นคนส่งยอด และเราจะโอนเงินให้เป็นเลขกลมๆเดือนละ20000บาท เปนยอดผ่อนประมาณ17000

ส่วนตัวคุณพ่อเองจะมีเงินบำนาญเดือนละประมาณสามหมื่นกว่าบาท นอกจากนี้ ถ้าที่บ้านมีเรื่องที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เราจะเป็นคนออก เช่นถ้าคุณพ่อป่วย

เข้ารพเอกชน หรือ ซ่อมรีโนเวทบ้าน หรือไปเที่ยวต่างประเทศ หรือปีใหม่/สงกรานต์/วันเกิดคุณพ่อคุณแม่ เราจะใส่ซองให้เงินเป็นของขวัญให้ท่าน ทำประกัน

ชีวิตไว้ให้แม่ 1ล้าน ถ้าเราเป็นไรไป แม่จะได้ไม่ลำบาก หรือถ้าพ่อขอให้ช่วยโอนให้เป็นครั้งคราว เราก็จัดการให้

เราดำรงชีวิตแบบนี้มาตลอด3-4ปี กลับบ้านอาทิดละ1ครั้ง ทำงานค่อนข้างหนัก เก็บเงิน คิดว่าชีวิตลงตัวกับการทำหน้าที่ลูกมาตลอด และพ่อแม่ต้องภูมิใจ

แต่วันก่อน พ่อเรียกเราเข้าไปคุย พ่อบอกว่า พ่อเฝ้าดูพฤติกรรมเรามาตลอด พ่อรู้สึกว่าเรา เลี้ยงแต่ตัวเองคนเดียว เอาตัวเองสบาย และไม่สามารถเลี้ยง

พ่อแม่ได้ ไม่เคยหยิบยื่นให้ที่บ้าน ถ้าเป็นเรื่องรถที่เราผ่อนให้ใช้ พ่อบอกว่ามันคนละเรื่องกัน เราให้เศษเงินเพียงเล็กน้อย ที่เหลือจากค่าผ่อนรถ พ่อบอกว่า

เราอกตัญญู และคงเจริญได้ยาก TT 

มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ช็อคและทำให้เราเสียใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต เหมือนสิ่งที่เราทำมาตลอดมันดูไร้ค่าในสายตาของที่บ้าน เพิ่งรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในความ

คิดของพ่อมาตลอดคือแบบนี้ TT เราอยากจะถามเพื่อนๆว่า สิ่งที่เราทำ เรายังทำหน้าที่ของลูกได้แย่แบบนั้นเลยใช่ไหม ในมุมมองของคนอื่นๆ เพราะเรื่องนี้

เราไม่สามารถจะเล่าให้ใครฟังได้เลยจริงๆค่ะ

 
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview