ปัญหาในการดูแลตัวเองของผู้ชายส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะยุคไหนก็แล้วแต่
คือความไม่รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเองเว้ยย สักๆใช้แต่ของเดิมมันไปอ่ะแหล่ะ
เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ดียังไง ไม่กล้าถาม ไม่กล้าเปลี่ยน ก็เลยลงเอย ใช้ของเดิมๆมันไปตลอด
เปิด google หาข้อมูล ก็ไม่ชัวร์ว่าเห้ยย ผลลัพธ์จะออกมาเหมือนกับที่เราอ่านเจอป่าววะ
ก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป ดีขึ้นก็โชคดีไป ลองมาเยอะ พังมาก็แยะ
หลังๆมาก็เลยไม่ค่อยได้ซื้อ บางตัวเลยแอบจิ๊กแฟนใช้แก้ขัด
จนสุดท้ายรู้สึกว่าเออออ มันก็ดีเหมือนกันนี่หว่า นับจากนั้นมา ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้มากขึ้นๆ
เลยอยากจะมาเปิดกรุไอเทมสกินแคร์ที่ผู้หญิงใช้ดี ผู้ชายก็ใช้ได้ แถมใช้ดีสุดๆ ว่ามีตัวไหนกันบ้างง
(ปล.สนับสนุนของรีวิวอย่างไม่เต็มใจโดยแฟน 5555555)

1. Acne Aid liquid cleanser สูตรสีแดง
เริ่มจากสกินแคร์ตัวแรก ตัวนี้พีคจริง แต่ก่อนก็ใช้โฟมล้างหน้าทั่วๆไปนี่แหล่ะ ลองผิดลองถูก เค้าว่าตัวนั้นดีบ้าง
ตัวนู้นดีบ้าง แต่พอลอง บางตัวล้างหน้าปุ๊บนี่ หน้าตึงหยั่งกะไปฉีดโบท็อกมาเลย
เอานิ้วถูนี่ดังเอี๊ยดๆได้อ่ะ บางตัวใช้ครั้งแรก เออ สัมผัสดูดีแฮะ แต่ใช้ไปนานๆ
แพ้เฉยย สิวเห่อ หน้าพังง ยิ่งโดยเฉพาะหน้าเรามันมากกก แทบจะไม่มียี่ห้อไหนเอาอยู่
ตอนกลางวันมาฉีดความมันบนหน้าไปทอดไข่เจียวกินต่อได้เลยอ่ะ
มาวันนึงโฟมล้างหน้าหมดพอดี เลยแอบจิ๊กคลีนเซอร์ของแฟนมาใช้ดูแก้ขัด สัมผัสแรกมันจะไม่ชินหน่อยๆ บีบออกมา
สีกับความขุ่นอาจจะคุ้นๆตาผู้ชายนิดนึง 55555555 แต่เห้ยย มันดีจริงง หลังล้างคือรู้เลยว่ามันพอดีกับผิวมากๆ รู้สึกธรรมชาตี ใช้ไปนานๆ
หน้านี่ดีขึ้นแบบชัดเจน สิวลดลงเรื่อยๆจนแทบจะไม่มี มี moisturizer บำรุงผิว แล้วก็มีค่า ph balance ที่ใกล้เคียงกับผิวธรรมชาติ เลยไม่ทำร้ายผิว
กว่าจะเข้าใจศัพท์พวกนี้ งมโข่งอยู่หลายวัน a whole new world สุดๆ (เพลงการ์ตูน aladin ลอยมาเลย 5555555)

จริงๆมีสองสีนะ แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ผิวมัน เราว่านี่แหล่ะเวิร์คค (ป่าวหรอกจริงๆแล้ว แฟนซื้อไรมาก็ใช้อันนั้นแหล่ะ ประหยัดตังดี) ถ้าอยากลอง แนะนำไปซื้อ big c โลดด ขายแบบแพ็คคู่ ถูกสุดที่ไปหามาทุกห้างละ เดี๋ยวจะหาว่าขายของเก่งง แฟนเราซื้อใช้จริงจังมาก จากซื้อทีละขวด เปลี่ยนเป็นแพ็คคู่ ตอนนี้แอดวานซ์เป็นขวดแกลลอนเรียบร้อย ถ้ามีแฟนพันธุ์แท้ กล้าพูดเลยว่าแฟนผมแชมป์แน่นอน 55555555

2.Provamed Aloevera Gel
ตัวถัดมา จริงๆโดนบังคับใช้มานานจนตอนนี้เริ่มติดละ มันคือเป็นเจลว่านหางจระเข้ออแกนิค 100% ซึ่งแรกๆเราไม่เข้าใจเลยเว้ย ว่าต้องใช้เพื่ออะไร ถามก็บอกว่า ก็ให้หน้ามันชุ่มชื่นไง เราก็งงนะว่า แล้วทำไมหน้าจะต้องชุ่มชื่นด้วยอ่ะ ล้างหน้าเฉยๆได้มะ พอรู้ทีหลังว่า อ่อออ นอกจากมันจะช่วยเรื่องของความชุ่มชื่นแล้วยังช่วยลดรอยสิวด้วยเนอะ รู้สึกได้ชัดเจนว่าออกแล้ว ระหว่างทา กับไม่ทา ตอนไม่ทากลับบ้าน หน้านี่ร้อนผ่าวๆเลย แต่พอทา มันช่วยกันแสงแดดออกไปได้ประดับนึงเหมือนกันนะ เหมาะกับคนหน้าพังง่ายแบบเรามากๆ เป็นตัวเลือกที่ต้องพกติดตัวไว้เลย

3. Vaseline healthy white fresh & fair
ตัวต่อไป ไม่รู้ชื่อจะยาวไปไหน แต่ขอเรียกว่า Vaseline ขวดฟ้า ก็แล้วกันเนอะ จริงๆเราก็ใช้ Vaseline men มาก่อนเนี่ยแหล่ะ แต่ปัญหาคือเราทำงานกลางแจ้งเกือบตลอด และเป็นคนเหงื่อออกค่อนข้างง่ายมาก แล้วพอทาพวกครีมอะไรพวกนี้ จะเหนียวตัวสุดๆ พลอยทำให้เราหงุดหงิดไปด้วยตลอด เราเลยไม่ได้ทาอีกเลย แต่ถามว่าอยากทามั้ย ก็อยากทาแหล่ะ แฟนเป็นคนทาตลอดจับแล้วเออ ผิวนุ่มมากๆ กลับมาที่เรา โดนด่าประจำ นี่ผิวหรือกระดาษทรายห๊ะ 555555
มาช่วงหลังนี้แหล่ะที่กลับมาทาอีกรอบ เพราะได้ตัว Vaseline สีฟ้าเนี่ยแหล่ะ ชอบตรงที่เป็นเจลไง ไม่ใช่ครีม ทาแล้วรู้สึกเบามากๆ ซึมซับก็เร็วกว่ากันเยอะเลย มี UV Filter ช่วยกันแดดด้วย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะกันแดดเมืองไทยได้สักแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไม่กันอะไรเลยเนอะ

4.Biore UV Aqua Rich
เป็นประสบการณ์ที่น่าเศร้าสำหรับเรามากๆ จากคนที่ไม่เคยทากันแดดมาก่อนในชีวิต แล้วโดนบังคับให้ทา ตอนพึ่งเริ่มหัดทา ก็ไม่รู้หรอกว่ายี่ห้อไหนยังไง ลองเปลี่ยนมากก็ไม่ได้ เพราะแพงเอาเรื่องอยู่ ก็ใช้ๆไป หน้าเทามาเลยจ้าาา แล้วเทาไม่พอ ทั้งเหนียว เหนอะหนะ หืมมมม เกลียดตัวเองช่วงนั้นจับใจ แฟนก็นะ โอเคแล้วๆ กลับมาส่องกระจก โอ้โห นี่มันโอเคยังไงวะเนี่ยย ก็เลยเลิกใช้ยี่ห้อเดิม พอลองไปใช้ของเค้าดูบ้าง เห็นบอกไอเทมฮิตสำหรับผู้หญิง เห้ยย ทำไมมันต่างกันจังอ่ะ ทาไปแทบไม่รู้สึกอะไรเลย กันเหงื่อเราได้ด้วย กันแดดก็โอเค SPF50+ พอใช้ครั้งนึงก็เริ่มชอบไง ทีนี้แอบจิ๊กมาใช้ยาวเลยย แต่จิ๊กบ่อยไม่ได้ โดนไล่ไปซื้อใช้คืนตลอด เพราะมันแพง 5555555

5.St.Ives Apricot Scrub
อันนี้พึ่งเริ่มใช้มาได้สองเดือนเศษๆ เพราะเริ่มรู้สึกว่าบำรุงผิวอย่างเดียวอาจจะทำให้คนกรังๆแบบเราดีขึ้นไม่ดีพอ ตอนแรกก็เริ่มจากแค่ขัดตัวให้เค้าเฉยๆก่อนไง ฟังแล้วอาจจะเหมือนโรคจิตหน่อย แต่เราจะชอบฟีลลิ่งตอนจับแขน จับตัวเค้า แล้วมันนุ่มๆลื่นๆดีไง พอขัดให้บ่อยๆ เออ สนุกดีเนอะ อยากลองมั้ง เจอขัดให้ที แดงเถือกไปทั้งตัวเลย ไม่รู้ว่าใครสะใจมากกว่ากัน 555555 แต่สบายจริงอะไรจริง เหมือนมีสปาส่วนตัว ผิวตอนขัดใหม่ๆนี่เนียนเลยย เหมือนได้กำจัดขี้ไคลที่สะสมมากว่า 30 ปี ให้หายไปหมดเลยย ราคาก็ไม่แพงนะ จะติดก็ตรงที่แอบหายากหน่อย กว่าจะหาที่ซื้อได้ ทำชีวิตลำบากเดินหาอยู่หลายที่เหมือนกัน
เราแค่คิดว่ายุคที่ผู้ชายไม่ดูแลตัวเองมันหมดไปนานแล้ว จริงๆก็เริ่มจะเข้าสู่ยุคที่ผู้ชายต้องดูแลตัวเองแทบจะเท่าๆกับผู้หญิงแล้ว เพราะนับวันเรายิ่งต้องเผชิญกับมลพิษที่ไม่รู้จะเยอะไปไหน ติดปัญหาอยู่ตรงที่สกินแคร์ของผู้ชายยังมีจำกัด และไม่หลากหลายเท่า ซึ่งในหลายๆครั้ง เราว่าสกินแคร์ผู้หญิงที่เค้าใช้ๆกัน ผู้ชายก็ใช้ได้และดีด้วย เราพิสูจน์มาแล้วบางส่วน และผู้ชายเองก็ยังมี mindset ที่ยังไม่กล้าใช้ของผู้หญิง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจตัวเราเองมากนัก พูดตรงๆถ้าเราไม่ได้แฟนคอยช่วยแนะนำ จ้ำจี้จ้ำไช เราก็คงจะยังไม่เข้าใจการดูแลตัวเองต่อไป แต่หวังว่ารีวิวนี้จะเป็น guideline เริ่มต้นให้หลายๆคนหันมาดูแลตัวเองได้นะครับ
[CR] รีวิวสกินแคร์ผู้หญิงใช้ดี ผู้ชายก็ใช้ได้และดีด้วย 2019
คือความไม่รู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเองเว้ยย สักๆใช้แต่ของเดิมมันไปอ่ะแหล่ะ
เพราะไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง ดียังไง ไม่กล้าถาม ไม่กล้าเปลี่ยน ก็เลยลงเอย ใช้ของเดิมๆมันไปตลอด
เปิด google หาข้อมูล ก็ไม่ชัวร์ว่าเห้ยย ผลลัพธ์จะออกมาเหมือนกับที่เราอ่านเจอป่าววะ
ก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป ดีขึ้นก็โชคดีไป ลองมาเยอะ พังมาก็แยะ
หลังๆมาก็เลยไม่ค่อยได้ซื้อ บางตัวเลยแอบจิ๊กแฟนใช้แก้ขัด
จนสุดท้ายรู้สึกว่าเออออ มันก็ดีเหมือนกันนี่หว่า นับจากนั้นมา ก็เริ่มเปลี่ยนมาใช้มากขึ้นๆ
เลยอยากจะมาเปิดกรุไอเทมสกินแคร์ที่ผู้หญิงใช้ดี ผู้ชายก็ใช้ได้ แถมใช้ดีสุดๆ ว่ามีตัวไหนกันบ้างง
(ปล.สนับสนุนของรีวิวอย่างไม่เต็มใจโดยแฟน 5555555)
เริ่มจากสกินแคร์ตัวแรก ตัวนี้พีคจริง แต่ก่อนก็ใช้โฟมล้างหน้าทั่วๆไปนี่แหล่ะ ลองผิดลองถูก เค้าว่าตัวนั้นดีบ้าง
ตัวนู้นดีบ้าง แต่พอลอง บางตัวล้างหน้าปุ๊บนี่ หน้าตึงหยั่งกะไปฉีดโบท็อกมาเลย
เอานิ้วถูนี่ดังเอี๊ยดๆได้อ่ะ บางตัวใช้ครั้งแรก เออ สัมผัสดูดีแฮะ แต่ใช้ไปนานๆ
แพ้เฉยย สิวเห่อ หน้าพังง ยิ่งโดยเฉพาะหน้าเรามันมากกก แทบจะไม่มียี่ห้อไหนเอาอยู่
ตอนกลางวันมาฉีดความมันบนหน้าไปทอดไข่เจียวกินต่อได้เลยอ่ะ
มาวันนึงโฟมล้างหน้าหมดพอดี เลยแอบจิ๊กคลีนเซอร์ของแฟนมาใช้ดูแก้ขัด สัมผัสแรกมันจะไม่ชินหน่อยๆ บีบออกมา
สีกับความขุ่นอาจจะคุ้นๆตาผู้ชายนิดนึง 55555555 แต่เห้ยย มันดีจริงง หลังล้างคือรู้เลยว่ามันพอดีกับผิวมากๆ รู้สึกธรรมชาตี ใช้ไปนานๆ
หน้านี่ดีขึ้นแบบชัดเจน สิวลดลงเรื่อยๆจนแทบจะไม่มี มี moisturizer บำรุงผิว แล้วก็มีค่า ph balance ที่ใกล้เคียงกับผิวธรรมชาติ เลยไม่ทำร้ายผิว
กว่าจะเข้าใจศัพท์พวกนี้ งมโข่งอยู่หลายวัน a whole new world สุดๆ (เพลงการ์ตูน aladin ลอยมาเลย 5555555)
ตัวถัดมา จริงๆโดนบังคับใช้มานานจนตอนนี้เริ่มติดละ มันคือเป็นเจลว่านหางจระเข้ออแกนิค 100% ซึ่งแรกๆเราไม่เข้าใจเลยเว้ย ว่าต้องใช้เพื่ออะไร ถามก็บอกว่า ก็ให้หน้ามันชุ่มชื่นไง เราก็งงนะว่า แล้วทำไมหน้าจะต้องชุ่มชื่นด้วยอ่ะ ล้างหน้าเฉยๆได้มะ พอรู้ทีหลังว่า อ่อออ นอกจากมันจะช่วยเรื่องของความชุ่มชื่นแล้วยังช่วยลดรอยสิวด้วยเนอะ รู้สึกได้ชัดเจนว่าออกแล้ว ระหว่างทา กับไม่ทา ตอนไม่ทากลับบ้าน หน้านี่ร้อนผ่าวๆเลย แต่พอทา มันช่วยกันแสงแดดออกไปได้ประดับนึงเหมือนกันนะ เหมาะกับคนหน้าพังง่ายแบบเรามากๆ เป็นตัวเลือกที่ต้องพกติดตัวไว้เลย
ตัวต่อไป ไม่รู้ชื่อจะยาวไปไหน แต่ขอเรียกว่า Vaseline ขวดฟ้า ก็แล้วกันเนอะ จริงๆเราก็ใช้ Vaseline men มาก่อนเนี่ยแหล่ะ แต่ปัญหาคือเราทำงานกลางแจ้งเกือบตลอด และเป็นคนเหงื่อออกค่อนข้างง่ายมาก แล้วพอทาพวกครีมอะไรพวกนี้ จะเหนียวตัวสุดๆ พลอยทำให้เราหงุดหงิดไปด้วยตลอด เราเลยไม่ได้ทาอีกเลย แต่ถามว่าอยากทามั้ย ก็อยากทาแหล่ะ แฟนเป็นคนทาตลอดจับแล้วเออ ผิวนุ่มมากๆ กลับมาที่เรา โดนด่าประจำ นี่ผิวหรือกระดาษทรายห๊ะ 555555
มาช่วงหลังนี้แหล่ะที่กลับมาทาอีกรอบ เพราะได้ตัว Vaseline สีฟ้าเนี่ยแหล่ะ ชอบตรงที่เป็นเจลไง ไม่ใช่ครีม ทาแล้วรู้สึกเบามากๆ ซึมซับก็เร็วกว่ากันเยอะเลย มี UV Filter ช่วยกันแดดด้วย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าจะกันแดดเมืองไทยได้สักแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไม่กันอะไรเลยเนอะ
เป็นประสบการณ์ที่น่าเศร้าสำหรับเรามากๆ จากคนที่ไม่เคยทากันแดดมาก่อนในชีวิต แล้วโดนบังคับให้ทา ตอนพึ่งเริ่มหัดทา ก็ไม่รู้หรอกว่ายี่ห้อไหนยังไง ลองเปลี่ยนมากก็ไม่ได้ เพราะแพงเอาเรื่องอยู่ ก็ใช้ๆไป หน้าเทามาเลยจ้าาา แล้วเทาไม่พอ ทั้งเหนียว เหนอะหนะ หืมมมม เกลียดตัวเองช่วงนั้นจับใจ แฟนก็นะ โอเคแล้วๆ กลับมาส่องกระจก โอ้โห นี่มันโอเคยังไงวะเนี่ยย ก็เลยเลิกใช้ยี่ห้อเดิม พอลองไปใช้ของเค้าดูบ้าง เห็นบอกไอเทมฮิตสำหรับผู้หญิง เห้ยย ทำไมมันต่างกันจังอ่ะ ทาไปแทบไม่รู้สึกอะไรเลย กันเหงื่อเราได้ด้วย กันแดดก็โอเค SPF50+ พอใช้ครั้งนึงก็เริ่มชอบไง ทีนี้แอบจิ๊กมาใช้ยาวเลยย แต่จิ๊กบ่อยไม่ได้ โดนไล่ไปซื้อใช้คืนตลอด เพราะมันแพง 5555555
อันนี้พึ่งเริ่มใช้มาได้สองเดือนเศษๆ เพราะเริ่มรู้สึกว่าบำรุงผิวอย่างเดียวอาจจะทำให้คนกรังๆแบบเราดีขึ้นไม่ดีพอ ตอนแรกก็เริ่มจากแค่ขัดตัวให้เค้าเฉยๆก่อนไง ฟังแล้วอาจจะเหมือนโรคจิตหน่อย แต่เราจะชอบฟีลลิ่งตอนจับแขน จับตัวเค้า แล้วมันนุ่มๆลื่นๆดีไง พอขัดให้บ่อยๆ เออ สนุกดีเนอะ อยากลองมั้ง เจอขัดให้ที แดงเถือกไปทั้งตัวเลย ไม่รู้ว่าใครสะใจมากกว่ากัน 555555 แต่สบายจริงอะไรจริง เหมือนมีสปาส่วนตัว ผิวตอนขัดใหม่ๆนี่เนียนเลยย เหมือนได้กำจัดขี้ไคลที่สะสมมากว่า 30 ปี ให้หายไปหมดเลยย ราคาก็ไม่แพงนะ จะติดก็ตรงที่แอบหายากหน่อย กว่าจะหาที่ซื้อได้ ทำชีวิตลำบากเดินหาอยู่หลายที่เหมือนกัน
เราแค่คิดว่ายุคที่ผู้ชายไม่ดูแลตัวเองมันหมดไปนานแล้ว จริงๆก็เริ่มจะเข้าสู่ยุคที่ผู้ชายต้องดูแลตัวเองแทบจะเท่าๆกับผู้หญิงแล้ว เพราะนับวันเรายิ่งต้องเผชิญกับมลพิษที่ไม่รู้จะเยอะไปไหน ติดปัญหาอยู่ตรงที่สกินแคร์ของผู้ชายยังมีจำกัด และไม่หลากหลายเท่า ซึ่งในหลายๆครั้ง เราว่าสกินแคร์ผู้หญิงที่เค้าใช้ๆกัน ผู้ชายก็ใช้ได้และดีด้วย เราพิสูจน์มาแล้วบางส่วน และผู้ชายเองก็ยังมี mindset ที่ยังไม่กล้าใช้ของผู้หญิง เพราะเหตุผลหลายๆอย่าง หนึ่งในนั้นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจตัวเราเองมากนัก พูดตรงๆถ้าเราไม่ได้แฟนคอยช่วยแนะนำ จ้ำจี้จ้ำไช เราก็คงจะยังไม่เข้าใจการดูแลตัวเองต่อไป แต่หวังว่ารีวิวนี้จะเป็น guideline เริ่มต้นให้หลายๆคนหันมาดูแลตัวเองได้นะครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้