5 จุดเหมือน 5 จุดต่าง เพชรกลางไฟ - ดั่งพรหมลิขิตรัก

กระทู้สนทนา
ยอมรับเลยว่า แม้จะเป็นละครเย็น แต่คุณภาพก็ไม่ได้ลดแม้แต่น้อย ยังคงคุณภาพอย่างละครหลังข่าวไว้ได้ตลอด ได้นั่งดูหลายๆตอนย้อนหลังจนจบหมดแล้ว เลยขอเขียนสรุปให้แฟนคลับทีวีซีนเล่นๆล่ะกันนะครับ

จุดเหมือน

1.นักแสดงเกือบจะชุดเดียวกัน


แม้ว่าจะมีอยู่แค่ 2-3 คน แต่หากว่าคุ้นตากันชัดเจนก็คงไม่แปลกใจ เพราะอ๋อม สกาวใจ ก็มารับบทจากหม่อมม่ายมาเป็นคุณหญิง ต้น จักรกฤษณ์ ก็มารับบทจากพ่อค้ามาเป็นเจ้าพระยา บุศย์ บุศย์สิริ ก็มารับบทจากหม่อมเจ้าเป็นลูกติดคุณหญิง ที่สำคัญ ต่างเปลี่ยนจากบทดีมาเป็นบทร้ายกันเสียด้วย แต่ที่ยังคุ้นๆอยู่ก็ตรงทรงผมนี้แหละ บางทีก็นึกว่ากำลังดูเพชรกลางไฟเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังได้ขยับบทให้กับฟอร์จูน กนกกาญจน์ และ ปั้น ธนพล ให้มีบทบาทยิ่งขึ้นอีกด้วย

2.ยุคสมัยใกล้เคียงกัน


ดั่งพรหมลิขิตรัก อยู่ห่างจากระยะเวลาของเพชรกลางไฟประมาณ 10 ปี โดยดั่งพรหมลิขิตรัก จะกล่าวถึงในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 6 ถึงช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงระบอบ คือ พ.ศ.2466 - 2473 ส่วนเพชรกลางไฟ จะกล่าวถึงในช่วง กบฏ ร.ศ. 130 หรือระยะประมาณ 10 ปี คือ พ.ศ. 2455 ดั่งนั้นการแต่งตัว และคำพูดคำจา (หรือแม้แต่สถานที่ถ่ายทำ) อาจจะดูบรรยากาศคล้ายกันบ้าง

3.นางรอง แม่ดุ แต่ไม่เคยนก


จากพี่สาวแสนดีมาเป็นพี่สาวแสนร้าย จากแม่เอ้มาเป็นแม่อ๋อม แต่ราศีนางรองที่ไม่เคยพลาด ก็ไม่เคยทำให้บุศย์ไร้คู่เลยสักครั้ง เพราะในเพชรกลางไฟ สุดท้ายก็ได้คู่กับคนที่ตนแอบชอบมาแล้ว ขณะที่ดั่งพรหมลิขิตรัก ถึงจะร้ายแต่ก็ไม่พลาด พร้อมคว้าคุณต้นไว้เต็มประดามือ แต่จะลงเอยได้หรือไม่ต้องติดตามดู

4.มีปัญหาอะไร เรียกเสด็จฯมาเคลียร์ได้


ในฐานะเชื้อพระวงศ์ที่ทั้งยศสูงสุดและอาวุโสสูงสุด ก็ต้องเป็นผู้รักษาความยุติธรรมเสมอ แต่หลังๆมาปัญหาเริ่มเยอะ ก็ไม่แน่ใจว่าเสด็จฯในดั่งพรหมลิขิตรัก จะรีบไปก่อนที่เรื่องจะจบเหมือนเพชรกลางไฟหรือเปล่า

5.เนื้อคู่ที่ไม่มีโอกาสได้เจอกัน


นายสุธี หลายๆคนอาจจะเคยเห็นในบท ไอ้บุษย์ ลูกน้องผู้น่าสงสารของเหม แต่ไฉน พอกลับมาหาทีวีซีน กลับกลายเป็นบทที่ทำให้คนดูดูท่าทางรังเกียจกันเสียยิ่งกว่าตัวร้ายจริงๆอย่างแม่เลี้ยงกับลูกติดใจร้ายซะอีก แต่ก็ทำให้นึกถึง ดวงแข นางร้ายที่น่าสงสารของเพชรกลางไฟ ที่มาร้ายตอนท้ายๆแถมถูกจับแต่งกับคนแก่อีกต่างหาก

จุดต่าง

6.สลับฐานะกัน


ถ้าไม่นับเรื่องการมาของรสิกา ก็ถือว่าเป็นการสลับฐานะกันระหว่างพระเอกกับนางเอก (แม้จะคนละคน คนละคู่ก็ตาม) ในเพชรกลางไฟ อนลเป็นลูกของเจ้าพระยา ส่วนหญิงหลงเป็นธิดาของเสด็จฯ ขณะที่ชายก้อง เป็นโอรสของเสด็จเหมือนกัน (จุดเหมือนก็คือ ดันสิ้นชีพตักษัยตั้งแต่ต้นเรื่องทั้งคู่) ส่วนการะเกด ถือเป็นลูกเจ้าพระยา แต่แม่ก็เสียไปเหมือนกัน

7.การะเกดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์


เหมือนเอาบุพเพสันนิวาสมาผสมกับเพชรกลางไฟ แน่นอนว่า หากรสิกาไม่ได้เข้ามาหาการะเกดเวอร์ชั่นรัตนโกสินทร์ ตอนจบของเรื่องก็คงจะเศร้า เพราะการะเกดอาจจะถูกกลั่นแกล้งจนฆ่าตัวตาย ส่วนชายก้องเองก็ต้องถูกเผาตาย และหญิงแต้วก็ต้องถูกจับหมั้นกับนายสุธี แม้ว่าหลายๆองค์ประกอบจะไม่จำเป็นต้องพึ่งจีนฮง (ถึงขั้นสามารถเอา MP3 เสียบกับวิทยุได้เลย!) แต่การเข้ามาของรสิกา คือการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ซึ่งจะไปกระทบกับประวัติศาสตร์ในตำราเรียนหรือไม่ คงต้องรอดู ที่แน่นอนคือ หญิงหลงเองก็คงทำไม่ได้อย่างนี้

8.ไม่สมหวัง ไม่ต้องเสียใจ ได้หมดและสดชื่น


หากเป็นเพชรกลางไฟ นอกจากอนล-หญิงหลง และ ชายสุรคม-หญิงเล็ก แล้ว แทบไม่มีคู่ไหนสมหวังเลย มักจบลงด้วยการหย่าร้าง แยกย้ายหายจากหมด (แม้แต่แม่หญิงหลงก็ไม่ได้สมหวังกับบุญทันในตอนแรก) ขณะที่เรื่องนี้จัดพระนางรองไว้ 2 คู่ คือ พีระ-หญิงแต้ว กับ ชวาลา-บุศยา ไว้ รับรองว่ามีสมหวังกันหมด ยกเว้นนายสุธี (ไปคบกับดวงแขเถอะพ่อคุณ)

9.สิ่งที่รสิกาทำไม่ได้แน่ๆกับหม่อมต่วน


แม่เลี้ยงของการะเกด มักจะทำได้เพียงแค่ด่าทอหรือกลั่นแกล้งทางจิตใจเล็กๆน้อยๆ (แต่ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่อง) แต่สำหรับหม่อมต่วนที่มีความโหดเหี้ยม ลักลอบฆ่ามาหลายชีวิต หากชายแก่ เอาเพชรกลางไฟให้รสิกาแทนดั่งพรหมลิขิตรัก รับรองว่ารสิกาอาจจะถูกตะเพิดไปตั้งแต่ย่างเข้าวังของหม่อมต่วนแน่นอน แถมอาจจะโดนลักลอบฆ่าอีกด้วยก็ได้ เพราะหม่อมต่วนคงมองว่าอันตรายพอๆกับหญิงหลง หรือมากกว่า

10.การเข้าใกล้ประวัติศาสตร์


ระยะเวลา 2466 - 2473 แม้จะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ผลกระทบโดยตรงถือว่าน้อยกว่าไทยมาก (ในช่วงก่อนยุครัชกาลที่ 7) อีกทั้งยังไม่ค่อยมีเหตุการณ์สำคัญใดๆต่อบ้านเมืองมากนัก ดังนั้นจึงทำให้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อยู่ในภาวะสงบ และไม่มีการลากนำเอารสิกามาเข้ายุ่งกับเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่